เอพีฯเผยผลประกอบการไตรมาส 1/69 ทำยอดรายได้รวม 10,554 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% (YoY) Backlog แนวราบแข็งแกร่ง สะท้อนความเข้าใจอินไซด์ลูกค้า ผลักดันความสำเร็จผ่าน “AP CODE – The Code of Living Quality” ตอกย้ำความไว้วางใจปิดจบ 6 โครงการไตรมาสแรก มูลค่ารวม 6,175 ล้านบาท ไตรมาส 2 รุกเปิด 12 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 17,150 ล้านบาท พร้อมด้วยไฮไลต์คอนโดมิเนียมร่วมทุนใจกลางเมือง “LIFE สุขุมวิท-พระราม 4”และการขยายมาตรฐานตลาดสระบุรี หัวหิน ภายใต้แบรนด์ “อภิทาวน์”

นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ ประธานฝ่ายบริหาร บริษัท เอพี (ไทยแลนด์)จำกัด (มหาชน) หรือ AP เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 ว่า ไม่ใช่สนามของคนที่วิ่งเร็วที่สุด แต่คือสนามของคนที่เข้าใจ รักษาจังหวะ และยืนระยะได้อย่างแข็งแกร่ง เอพี จึงพร้อมขับเคลื่อนธุรกิจด้วยกลยุทธ์แบบ “Long Game”การทำองค์กรให้พร้อมรับมือในระยะยาวบนพื้นฐานของยุทธศาสตร์ ”CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING“ ซึ่งมองเห็นว่าตลาดยังมี Real Demand โดยเฉพาะกลุ่มที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง แต่เมื่อลูกค้าในบางเซกเมนต์ต้องเผชิญกับข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อที่ยากขึ้น สิ่งที่ทำจึงไม่ใช่เพียงการนำเสนอโครงการ แต่คือการเข้าไปดูแลเคียงข้างตั้งแต่ขั้นตอน Pre-Finance เพื่อเตรียมความพร้อมและเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของบ้านหลังใหม่ได้จริง
ซึ่งนอกเหนือจากการมุ่งมั่นออกแบบและพัฒนาโครงการ ความตั้งใจที่จะทำความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ผสานกับวินัยในการดำเนินธุรกิจอย่างรอบด้านนี้เอง คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นในโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพมากกว่า 200 โครงการเครือเอพี ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และทุกภูมิภาคทั่วประเทศ และส่งผลให้เอพีฯสามารถสร้างรายได้รวม (100% JV) ในไตรมาส 1/2569 ได้สูงถึง 10,554 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% และมีกำไรสุทธิ 903 ล้านบาท พร้อมทั้งยังคงรักษาเสถียรภาพทางการเงินไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net D/E Ratio) ที่ระดับเพียง 0.64 เท่า

ทั้งนี้ตลอดระยะเวลากว่า 35 ปี เอพีฯ ยังคงยึดมั่นในการส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทย ภายใต้แนวคิด “AP CODE – The Code of Living Quality”ซึ่งเป็น DNA สำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคง โดยในไตรมาส 2/2569 นี้ บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Living Quality ผ่านแผนเปิดตัวโครงการใหม่รวม 12 โครงการ มูลค่ากว่า 17,150 ล้านบาท ครอบคลุมทั้ง บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม และการขยายสู่ทำเลศักยภาพใหม่ที่หัวหิน และสระบุรี เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในทุกเซกเมนต์อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่มธุรกิจแนวราบเครือเอพี ซึ่งครอบคลุมโปรดักต์ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ยังคงสะท้อนศักยภาพการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยสามารถรักษาโมเมนตัมการโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นไตรมาส ซึ่งสะท้อนถึงความไว้วางใจจากลูกค้า ทั้งนี้ โครงการหลักที่สร้างสัดส่วนรายได้อย่างโดดเด่น (Top Revenue Contributors) ได้แก่ THE PALAZZO กรุงเทพกรีฑา, THE CITY ราชพฤกษ์-พรานนก, CENTRO บางนา, THE CITY บางนา 2 และ CENTRO เพชรเกษม-บางแค

พร้อมกันนี้ เอพียังเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมการอยู่อาศัยรูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง ผ่านการเปิดตัวซีรีส์ Nature Architect ในกลุ่มบ้านเดี่ยวแบรนด์ THE CITY และ CENTRO ที่มุ่งยกระดับ Space Quality ด้วยแนวคิด Natural Intelligence เชื่อมต่อพื้นที่ภายในบ้านเข้ากับธรรมชาติภายนอกอย่างไร้รอยต่อ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบ Hybrid Living ของครอบครัวยุคใหม่ ขณะที่กลุ่มทาวน์โฮมยังได้เปิดตัว บ้านกลางเมือง สาทร-กัลปพฤกษ์ 2โครงการแรกที่นำเสนอแนวคิด Foyer Houseพร้อมฟังก์ชัน Double Height Connected เพิ่มความโปร่งโล่งและสร้างมิติใหม่ของพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน
นอกจากนี้ มี 2 โครงการใหม่ ได้แก่ PLENO ฟิวเจอร์-รังสิต และ PLENO TOWN ธรรมศาสตร์-รังสิต ที่เริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาสนี้ โดยสามารถสร้างรายได้รวมกัน 250 ล้านบาท ขณะเดียวกัน โครงการ PLENO TOWN ยังถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการเข้าถึงกลุ่ม Real Demand ในทำเลศักยภาพ โดยต่อยอดความสำเร็จจากหลายทำเลที่ผ่านมา และสะท้อนความสามารถของเอพีในการพัฒนาโปรดักต์ที่เข้าใจพฤติกรรมและกำลังซื้อของผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ

สำหรับกลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียม สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างโดดเด่น และเป็นเครื่องพิสูจน์ถึง “เรียลดีมานด์”(Real Demand) ที่มีอยู่จริงในตลาด โดยกลุ่มคอนโดฯพร้อมอยู่ของเอพีได้สร้างโมเมนตัมเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง รับอานิสงส์จากยอดรับรู้รายได้ (Backlog) ที่แข็งแกร่งจากคอนโดฯที่สร้างเสร็จใหม่มาช่วยเสริมความแข็งแกร่งของยอดโอนกรรมสิทธิ์ 2 โครงการใหม่แรกของปี ได้แก่ ASPIRE อิสรภาพ สเตชั่น และ GOOD DAY สุขุมวิท 93 ที่เริ่มโอนในเดือนมีนาคม ปรากฏการณ์นี้สะท้อนภาพชัดเจนว่า ตลาดคอนโดมิเนียมยังคงขับเคลื่อนไปได้ หากแบรนด์สามารถส่งมอบสินค้าที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิต ควบคู่กับการนำเสนอแพ็กเกจราคาที่เข้าใจและเข้าถึงได้จริง ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังสามารถรักษาโมเมนตัมการโอนกรรมสิทธิ์ของทั้ง 2 โครงการ และมีสัญญาณเชิงบวกที่จะทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ในไตรมาส 2/2569 เอพีฯยังเตรียมเดินหน้ารุกตลาดอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการร่วมทุนอย่าง LIFE สุขุมวิท-พระราม 4 ที่มุ่งสร้างนิยามใหม่ของการอยู่อาศัยใจกลางเมือง ด้วยพื้นที่ส่วนกลางชิดขอบฟ้าที่เปิดรับวิวโค้งน้ำบางกะเจ้า พร้อมออกแบบประสบการณ์การพักผ่อนที่ตอบโจทย์คนเมืองยุคใหม่

โดยในไตรมาสนี้ บริษัทฯ ยังคงรักษาสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ด้วยสินทรัพย์รวม 87,646 ล้านบาท และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ระดับต่ำเพียง 0.64 เท่า พร้อมมียอดรอรับรู้รายได้ (Backlog) ประมาณ 39,626 ล้านบาท ณ 30 เมษายน 2569 แบ่งเป็น แนวราบ 18,476 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ตลอดทั้งปี คอนโดฯ 21,150 ล้านบาท เตรียมรับรู้รายได้ 5 โครงการใหม่ ตลอดปี เพื่อรองรับ การเติบโตด้านรายได้ของบริษัทฯ ในอนาคตอย่างต่อเนื่อง

“ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและการแข่งขันที่เข้มข้น เอพี ไทยแลนด์ ยังคงเชื่อมั่นว่า ‘คุณภาพชีวิตที่ดี’ เป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคมองหาในการเลือกที่อยู่อาศัย บริษัทฯ เดินหน้าพัฒนาสินค้า บริการ และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริงของผู้คนอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด ‘AP CODE – The Code of Living Quality’ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว ควบคู่ไปกับการรักษาวินัยทางการเงิน ความสามารถในการแข่งขัน และการส่งมอบความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน โดยเอพียังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นองค์กรที่ไม่เพียงสร้างบ้าน แต่สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทยในทุกช่วงชีวิตอย่างยั่งยืน”นายรัชต์ชยุตม์ กล่าวในที่สุด