กรุงศรี ประกาศสู้ศึกปี 2569 ขยับเป้าใหญ่สายกรีน ทุ่มเม็ดเงินอัดฉีดโซเชียล-ความยั่งยืนพุ่งสู่ 350,000 ล้านบาท รับเทรนด์เปลี่ยนผ่านธุรกิจยุคใหม่ ด้านลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และวาณิชธนกิจ มั่นใจครึ่งปีหลังสินเชื่อบิ๊กคอร์ปอเรตฟื้นตัวแรง หลังไตรมาสแรกหดตัวเล็กน้อย ปลุกชีพพอร์ตโตเข้าเป้า 2-4% ขานรับยอด BOI ทะลัก ทุนเอเชียตะวันออกแห่ปักหมุดไทย พร้อมงัดกลยุทธ์ "Sustainable Future" ผนึกกำลังยักษ์ใหญ่ MUFG เป็นสปริงบอร์ดพาลูกค้าไทยเทกโอเวอร์-ควบรวมกิจการ (M&A) และระดมทุนในระดับสากลอย่างไร้ขีดจำกัด

นายประกอบ เพียรเจริญ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และวาณิชธนกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ กรุงศรี (BAY) ในเครือของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) หนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก เปิดเผยถึง ทิศทางการดำเนินงานของกลุ่มงานลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และวาณิชธนกิจในปี 2569 นี้ ว่าคือการมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่ม หรือ Value Creation ควบคู่ไปกับการเติบโตทางธุรกิจ พร้อมยกระดับบทบาทการเป็น “Trusted Partner” เพื่อร่วมขับเคลื่อนความสำเร็จของลูกค้า ภาคอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว โดยกรุงศรีทำหน้าที่เป็น “Enabler” ที่จะช่วยสนับสนุนลูกค้าให้สามารถเปลี่ยนผ่านท่ามกลางความท้าทายด้าน ESG ไปสู่โอกาสใหม่ในระดับสากล ผ่านความเชี่ยวชาญของกรุงศรี เครือข่าย MUFG และพลังความร่วมมือภายในกลุ่มกรุงศรี (ONE Krungsri) เพื่อพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม
โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา กรุงศรีมีผลงานที่โดดเด่นโดยเฉพาะในด้านการเงินเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance) อาทิ การเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินเพื่อความยั่งยืน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน ที่ออกโดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง สำหรับการออกพันธบัตรเพิ่มเติม มูลค่า 29,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืนครั้งแรกโดยภาครัฐในภูมิภาคเอเชีย และการเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่าย และที่ปรึกษาด้านการเงินเพื่อความยั่งยืน สำหรับการออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน มูลค่า 2,000 ล้านบาท โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งเป็นการออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืนครั้งแรกโดยรัฐวิสาหกิจไทย นอกจากนี้ ยังได้รับ 3 รางวัลใหญ่จากเวที The Asset Triple A ได้แก่ รางวัล Best Bank for Sustainable Finance ซึ่งได้รับติดต่อกันเป็นปีที่ 4 รางวัล Best Bond Advisor – Domestic ซึ่งได้รับรางวัลติดต่อกันเป็นปีที่ 3 และรางวัล Best M&A Advisor ที่ตอกย้ำความแข็งแกร่งในฐานะที่ปรึกษาด้านการควบรวมกิจการระดับชั้นนำ รางวัลเหล่านี้เปรียบเสมือนพันธสัญญาจากกรุงศรี ที่พัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ทันสมัยและยั่งยืน เพื่อเป็น ‘Trusted Partner’ ในการพาลูกค้าธุรกิจไทยเติบโตไปพร้อมกับสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างมั่นคงในระยะยาว
สำหรับปี 2569 กลุ่มงานลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และวาณิชธนกิจ ได้กำหนดทิศทางการดำเนินงานภายใต้แนวคิด “Sustainable Future for Client, Industry and Country” ที่มุ่งขับเคลื่อนเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ใน 3 มิติ ได้แก่
1.การสร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืนให้กับลูกค้า ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มและนำเสนอโซลูชันทางการเงินที่ครบวงจร รองรับทั้งการเติบโตของธุรกิจ และความต้องการทางการเงินอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
2.การสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ผ่านการให้บริการทางการเงินที่หลากหลาย ควบคู่กับองค์ความรู้ความเชี่ยวชาญเชิงลึกเฉพาะด้าน พร้อมผสานความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของ ภาคธุรกิจไทยในระยะยาว
3.การมีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประเทศ ด้วยการขับเคลื่อน Sustainable Finance เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ สอดคล้องกับเป้าหมาย Thailand Net Zero 2050
ทั้งนี้ การดำเนินงานภายใต้แนวคิดดังกล่าวจะขับเคลื่อนผ่าน 4 แนวทางหลัก ประกอบด้วย
1.การนำเสนอโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์แบบครบวงจร ครอบคลุมทั้ง Financing Solutions และ Sustainable Finance ทั้งในรูปแบบสินเชื่อ ตราสารหนี้ และโซลูชันด้าน ESG พร้อมเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จจากธุรกรรมสำคัญที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
2.การต่อยอดโอกาสทางธุรกิจของลูกค้าผ่านความร่วมมือกับ MUFG เพื่อสนับสนุนลูกค้าอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งการเสริมความแข็งแกร่งในตลาดภายในประเทศ (Inbound – Anchor Local Engagement) และการขยายโอกาสสู่ระดับสากล (Outbound – Scale Global Reach) พร้อมยกระดับการให้บริการผ่านโซลูชันที่หลากหลาย ทั้งด้าน Sustainable Finance ด้าน Offshore Financing และการสนับสนุนเชิงอุตสาหกรรม (Sector Support) เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในบริบทเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างครบวงจร
3.การให้คำปรึกษาและสนับสนุนธุรกรรมทางการเงินอย่างครบวงจร โดยทำงานร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ตลอดจนเครือข่ายระดับโลกของ MUFG และธนาคารพันธมิตรในภูมิภาคอาเซียน เพื่อสนับสนุนลูกค้าในการดำเนินธุรกรรมเชิงกลยุทธ์ ครอบคลุมการซื้อขายและควบรวมกิจการ (Mergers and Acquisitions: M&A) การระดมทุนผ่านตลาดตราสารทุน (Equity Capital Markets) และการเป็นผู้สนับสนุนการขาย (Selling Agent) หน่วยลงทุน โดยมุ่งให้คำปรึกษาและจัดโครงสร้างโซลูชันทางการเงินที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป้าหมายของลูกค้าแต่ละราย เพื่อสนับสนุนการเติบโตและการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว
4.การยกระดับศักยภาพธุรกิจของลูกค้าผ่านดิจิทัลโซลูชัน ที่ออกแบบเฉพาะตามความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งโซลูชันด้านธุรกรรมการโอนเงินทั้งในและต่างประเทศแบบเรียลไทม์ ตลอดจนการพัฒนาช่องทางการเข้าถึงผลิตภัณฑ์การลงทุนผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยมุ่งเสริมศักยภาพการแข่งขัน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ และขับเคลื่อนความสำเร็จของลูกค้าอย่างยั่งยืนในระยะยาว
สำหรับแนวโน้มการปล่อยสินเชื่อกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ในช่วง 2/2569 เริ่มฟื้นตัวขึ้น หลังจากที่ไตรมาส 1/2569 สินเชื่อลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ลดลง 0.6% โดยที่เริ่มเห็นปัจจัยสนับสนุนการฟื้นตัวของสินเชื่อมาจากภาคธุรกิจต่างๆ เริ่มหันกลับมาลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจในกลุ่ม Health Care, F&B, พลังงาน และดาต้าเซ็นเตอร์ แม้ว่าปัจจุบันยังมีความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางอยู่ก็ตาม
อย่างไรก็ตามยังมีความต้องการในการลงทุนยังมีต่อเนื่อง ซึ่งมีลูกค้าเข้ามาปรึกษาการลงทุนกับทางธนาคาร ประกอบกับ ทางภาครัฐมีการส่งเสริมการลงทุนเพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศ จะเห็นได้จากตัวเลขยอดขอการส่งเสริมการลงทุน จาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนในเอเชียตะวันออก เช่น ไต้หวัน ฮ่องกง และจีน ที มีการขอการส่งเสริมการลงทุน จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เข้ามาลงทุนในไทยเป็นจำนวนมาก ทำให้เป็นปัจจัยสนับสนุนต่อการฟื้นตัวของสินเชื่อกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ และธนาคารยังมั่นใจว่าสินเชื่อกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่เติบโต 2-4%
“ในโอกาสนี้ กรุงศรียังได้เดินหน้าต่อยอดการดำเนินงานด้านการเงินเพื่อความยั่งยืนในปี 2569 ด้วยเป้าหมายการสนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืน (Social and Sustainable Finance) ที่ 350,000 ล้านบาท ภายในปี 2573 จากเดิม 250,000 ล้านบาท โดยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 กรุงศรีได้เป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนการเงินเพื่อความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมหลักมากมาย อาทิ การเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายในการออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มูลค่า 3,500 ล้านบาท ให้กับ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) การเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน มูลค่า 8,000 ล้านบาท และการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน มูลค่า 3,000 ล้านบาท ให้กับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM” นายประกอบ กล่าว
นอกจากนี้ กรุงศรียังมีบทบาทสำคัญในการให้คำปรึกษาด้านการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Rating Advisory) ให้กับบริษัทชั้นนำในประเทศไทยจนประสบความสำเร็จ สะท้อนความเชี่ยวชาญในการสนับสนุนลูกค้าทั้งในด้านตลาดทุนและการบริหารโครงสร้างทางการเงินอย่างครบวงจร
“กรุงศรีตระหนักดีว่าการเติบโตอย่างยั่งยืนไม่ใช่ผลลัพธ์ของความสำเร็จขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่คือการยกระดับของทั้งระบบเศรษฐกิจให้เดินหน้าไปพร้อมกัน เราจึงมุ่งสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของลูกค้า ภาคอุตสาหกรรม และประเทศ ผ่านการผสานความเชี่ยวชาญ โซลูชันทางการเงินที่หลากหลาย และความร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน และร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง” นายประกอบ กล่าวในที่สุด