บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 1,228 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่ EBITDA พุ่งแตะ 3,752 ล้านบาท เติบโต 17.5% จากประสิทธิภาพการบริหารโรงไฟฟ้าหลัก ทั้งโรงไฟฟ้าหินกอง โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในออสเตรเลีย รวมถึงกลุ่มพลังงานลมและพลังน้ำในต่างประเทศ
“นิทัศน์ วรพนพิพัฒน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ระบุว่า ช่วง 3 เดือนแรกของปี บริษัทมุ่งบริหารความมั่นคงด้านเชื้อเพลิงและความพร้อมจ่ายไฟของโรงไฟฟ้าอย่างเข้มข้น ส่งผลให้สามารถสร้างรายได้รวม 12,321 ล้านบาท ได้อย่างต่อเนื่อง
รายได้หลักยังมาจากกลุ่มโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลัก 10,476 ล้านบาท หรือคิดเป็น 85% ของรายได้รวม ขณะที่พลังงานทดแทนสร้างรายได้ 1,292 ล้านบาท สะท้อนการขยายพอร์ตสู่ธุรกิจพลังงานคาร์บอนต่ำ ซึ่งถูกวางเป็น “New Growth Engine” ระยะยาวของบริษัท
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ การเดินหน้าต่อยอดพื้นที่โรงไฟฟ้าราชบุรีที่กำลังสิ้นสุดสัญญาซื้อขายไฟฟ้า ด้วยการพัฒนาเป็นโครงสร้างพื้นฐานรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะธุรกิจ Data Center ที่กำลังมีความต้องการใช้พลังงานและสาธารณูปโภคคุณภาพสูงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
บริษัทมองโอกาสต่อยอดจากธุรกิจพลังงานเดิม สู่การเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานครบวงจร ครอบคลุมทั้งไฟฟ้า น้ำ และระบบสาธารณูปโภค เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ พร้อมศึกษาธุรกิจอนาคต ทั้งระบบกักเก็บพลังงาน การซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง และเชื้อเพลิงแห่งอนาคต รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
ด้านฐานะการเงิน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 239,183 ล้านบาท หนี้สินรวม 125,660 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 113,523 ล้านบาท โดยมีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 1.11 เท่า สะท้อนศักยภาพทางการเงินที่แข็งแกร่ง