“เมืองไทยประกันชีวิต”สวนหมัดค่ายใหญ่หักดิบถอนสมอ เปิดหน้าสู้สังคมสูงวัย ส่ง “D Health Lite” ยิงยาวอายุ 99 ปี–พร้อมทุบเบี้ย “Premier Legacy” ชนฮ่องกง-สิงคโปร์ ดึงเงินล้านกลับไทย"
ประกัน

“เมืองไทยประกันชีวิต”สวนหมัดค่ายใหญ่หักดิบถอนสมอ เปิดหน้าสู้สังคมสูงวัย ส่ง “D Health Lite” ยิงยาวอายุ 99 ปี–พร้อมทุบเบี้ย “Premier Legacy” ชนฮ่องกง-สิงคโปร์ ดึงเงินล้านกลับไทย"

ประกันค่ายใหญ่ถอนสมอหนีค่าหมอพุ่ง 10% แต่ “เมืองไทยประกันชีวิต” สวนกระแสส่ง “D Health Lite” สยบวิกฤติตลาดเหมาจ่าย ประกาศเดินหน้าคุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี ชูจุดเด่นคืนอำนาจคุมค่าเบี้ยยืดหยุ่นตามงบ พร้อมดึงสิทธิ์ Conversion Option เปลี่ยนแผนหลังเกษียณได้โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพใหม่ ควบคู่กับการเปิดตัวเครือข่าย “MTL Smile Hospital Network” ร่วมมือ 165 โรงพยาบาลทั่วไทย ทุบปัญหาเคลมเกินจำเป็น พร้อมอัปวงเงินรักษาฟรี 20% นอนโรงพยาบาลยาวสะใจ 365 วัน ทั้งเปิดฉากท้าชนฮ่องกง-สิงคโปร์ คลอดแผนมรดกไฮเอนด์ “เมืองไทย พรีเมียร์ เลกาซี่” ทุน 100 ล้าน หั่นเบี้ยเหลือราว 47 ล้านบาท บล็อกเม็ดเงินมหาเศรษฐีไหลออกนอกประเทศ

 

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิต เดินหน้าตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าคนสำคัญอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยความเข้าใจว่าทุกคนย่อมคัดเลือกสิ่งที่ “ดี” ที่สุดให้กับตนเอง ครอบครัวและคนที่รัก ประกอบกับปัจจัยและสถานการณ์ต่าง ๆ ของโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ค่ารักษาพยาบาลก็ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมืองไทยประกันชีวิตจึงมุ่งมั่นพัฒนาและคัดเลือก “ประกันสุขภาพ” อย่างดีเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่ตรงจุดและใช้ได้จริงในวันที่ต้องการใช้ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความคุ้มครองสุขภาพ และบริการด้านสุขภาพครบวงจรที่คอยเคียงข้างดูแลในทุกช่วงของชีวิต

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมประกันสุขภาพไทยเผชิญแรงกดดันที่สะสมมานาน ค่ารักษาพยาบาลในประเทศพุ่งสูงขึ้นเฉลี่ยกว่า 10% ต่อปี ซึ่งแม้จะต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ที่ 14% แต่ก็ยังสูงกว่าเงินเฟ้อทั่วไปหลายเท่า ขณะที่เทคโนโลยีการแพทย์ใหม่ เช่น ภูมิคุ้มกันบำบัดสำหรับมะเร็ง หรือการฉายแสงระดับสูง ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น แต่ก็มาพร้อมต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผลที่ตามมาคือบริษัทประกันหลายแห่งเริ่มถอนตัวจากตลาดประกันสุขภาพเหมาจ่าย โดยเฉพาะสำหรับเด็กและผู้มีประวัติสุขภาพ สร้างความกังวลในวงกว้างว่าความคุ้มครองที่คนไทยพึ่งพาอยู่กำลังจะหดตัวลง ความท้าทายนี้ยิ่งซับซ้อนขึ้น เมื่อมองไปที่โครงสร้างประชากรที่กำลังเปลี่ยนแปลง ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ คนไทยมีอายุยืนขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพส่วนใหญ่ของคนเรามักกระจุกตัวอยู่ในช่วงท้ายของชีวิต หมายความว่าความต้องการประกันสุขภาพระยะยาวจะยิ่งเพิ่มขึ้น ขณะที่ความสามารถในการจ่ายเบี้ยของผู้สูงอายุที่เกษียณแล้วกลับลดลง

ล่าสุดเมืองไทยประกันชีวิต ชูแนวคิดประกันสุขภาพที่คัดเลือกอย่าง “ดี” เพื่อคุณ พร้อมเปิดตัวประกันสุขภาพแบบใหม่ที่คัดเลือกมาอย่างดี  “ดี เฮลท์ ไลต์ (D Health Lite)” ที่โดดเด่นครบถ้วนให้ความคุ้มครองเหมาจ่าย ดีที่เลือกแผนได้ตามงบ เด็กซื้อได้ เหมาะกับคนทุกวัย รับประกันตั้งแต่อายุ 30 วัน - 90 ปี คุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี มาพร้อมโรงพยาบาลในเครือข่าย MTL Smile Hospital Network” ที่จะมาช่วยให้ลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิต ได้ยกระดับความสบายใจที่มากขึ้น เมื่อคุณเลือกเข้ารับการรักษากับโรงพยาบาลพันธมิตรในเครือ 165 แห่งทั่วประเทศ ได้ทั้งอัปวงเงินคุ้มครองและอัปจำนวนวันค่าห้องและค่าหมอ ช่วยยกระดับและเสริมความมั่นใจในวันที่เจ็บป่วย

“ท่ามกลางแรงกดดันเหล่านี้ เมืองไทยประกันชีวิต จึงได้เปิดตัว D Health Life โดยยึดหลักว่าการประกันสุขภาพที่ดีต้องอยู่รอดได้ในระยะยาว ไม่ใช่เพียงแต่ให้ความคุ้มครองสูงสุดในวันนี้ แนวคิดหลักคือการคืนการควบคุมค่าใช้จ่ายให้กลับมาอยู่ในมือของลูกค้า ผ่านโครงสร้างผลิตภัณฑ์ที่ยืดหยุ่น ลูกค้าสามารถเลือกระหว่างแผนเหมาจ่ายตั้งแต่บาทแรก แผนที่มีส่วนรับผิดส่วนแรก (Deductible) หรือแผนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามสถานการณ์ของตนเอง เช่น พนักงานที่มีประกันกลุ่มจากบริษัทอยู่แล้ว อาจเลือกแผน Deductible เพื่อประหยัดเบี้ยในวันนี้ แล้วเปลี่ยนมาเป็นแผนเต็มรูปแบบหลังเกษียณโดยไม่ต้องตรวจสุขภาพใหม่ ผ่านสิทธิ์ Conversion Option ที่ออกแบบมารองรับโดยเฉพาะ”นายสาระ กล่าว

โดย D Health Lite” ประกันสุขภาพใหม่ล่าสุด ที่คัดเลือกอย่างดีเพื่อคุณ มีดีที่ค่ารักษาเหมาจ่าย แอดมิตเหมาจ่าย ทั้งโรคทั่วไป โรคร้ายแรง และอุบัติเหตุ  ดีที่เลือกวงเงินได้ 1 ล้าน หรือ 5 ล้านบาทต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง ดีที่เลือกปรับเบี้ยให้เหมาะกับงบได้ ทั้งแบบเหมาจ่ายคุ้มครองตั้งแต่บาทแรก หรือแผนร่วมจ่ายส่วนแรกแบบคงที่ (Deductible) เลือกจ่ายส่วนแรกแบบคงที่ 20,000 บาท 30,000 บาท 50,000 บาท หรือ 100,000 บาท หรือแผนร่วมจ่ายเป็นเปอร์เซ็นต์ (Copayment) เลือกร่วมจ่ายเป็นเปอร์เซ็นต์ 10% หรือ 20%

มีดีที่เด็กก็ซื้อได้ คุ้มครองยาวถึง 99 ปี  ซื้อได้ตั้งแต่อายุ 30 วัน - 90 ปี* อัปเกรดแผนได้โดยไม่แถลงสุขภาพใหม่**  สามารถปรับลด Deductible ได้ 2 ช่วง  คือ ช่วงอายุ 11 - 15 ปี  และ ช่วงอายุ 55 - 65 ปี  พร้อมโดดเด่นด้วยจุดแข็งความคุ้มครอง จ่ายตามจริง ตามวงเงินที่เลือกซื้อ แอดมิตค่ารักษาเล็กหรือใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ค่า ICU  ค่าผ่าตัด  Day Surgery แพทย์และวิสัญญี ค่าบริการทางการแพทย์ ค่ารักษาพยาบาล OPD ต่อเนื่องภายใน 30 วัน หลังแอดมิต (OPD Follow-up) อุบัติเหตุฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง OPD รถพยาบาลฉุกเฉิน ก็ให้ความคุ้มครอง

“D Health Lite” เหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่เป็น ฟรีแลนซ์ ที่ไม่มีสวัสดิการคุ้มครอง แบ่งเงินมาซื้อประกันที่ราคาไม่แพง เข้าถึงการรักษาที่ดีได้ เพื่อกลับมาทำงานได้เร็วที่สุด  เด็ก ที่ต้องการความคุ้มครอง ตั้งแต่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน ป้องกัน โรคยอดฮิต  พนักงานออฟฟิศ ทำงานหนักมองหาแพ็กเกจ เหมาจ่าย ราคาดี คุ้มครอง ครอบคลุม เพิ่มเติมจากสวัสดิการที่มี (Top Up) รวมถึงผู้ที่อยู่ต่างจังหวัด เพราะสามารถเข้าโรงพยาบาลเอกชนได้ ไม่ต้องรอคิวนาน

ทั้งนี้ลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิต ยังได้รับการยกระดับความคุ้มครอง สู่บริการสุขภาพครบวงจร ผ่านโครงการ MTL Smile Hospital Network” ที่จะทำสามารถเข้าถึงการรักษาและการใช้สิทธิที่ง่ายขึ้น ด้วยการเชื่อมกรมธรรม์ บริการ และเครือข่ายโรงพยาบาลเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี เพิ่มความสบายใจที่จับต้องได้ทั้งด้านคุณภาพ บริการ และการบริหารค่าใช้จ่าย เมื่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทั้ง 165 แห่งในโครงการ  พร้อมบริการ MTL Health Buddy ผู้ช่วยดูแลเรื่องสุขภาพที่สามารถให้คำปรึกษาและแนะนำโรงพยาบาลในโครงการ MTL Smile Hospital Network แนะนำแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่เหมาะสมกับความเจ็บป่วย ให้คุณสามารถวางแผนการรักษาได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้นสบายใจ

โดยสิทธิพิเศษที่ลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิตจะได้รับ ประกอบด้วย การเพิ่มความคุ้มครอง (Extra Coverage) ด้วยการเพิ่มวงเงินค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 20%  เพิ่มจำนวนวันค่าห้องและค่าแพทย์สูงสุด 365 วัน รวมถึงสิทธิพิเศษที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายลงได้อีก ด้วยการลดค่าร่วมจ่ายส่วนแรกแบบคงที่ (Deductible) ลง 10% หรือการจ่าย Copayment ลดลง 50% จากยอดที่กำหนด  บริการประเมินค่าใช้จ่ายก่อนผ่าตัดที่เร็วกว่า และพร้อมรับส่วนลดและราคาพิเศษแพ็กเกจผ่าตัดหัตถการยอดนิยมจากโรงพยาบาลต่างๆ

นายสาระ กล่าวเพิ่มเติมว่า หนึ่งในต้นตอของวิกฤติประกันสุขภาพที่พูดถึงกันน้อย คือปัญหาการใช้บริการเกินความจำเป็น และความไม่แน่นอนของค่าใช้จ่ายที่ทั้งลูกค้าและบริษัทประกันต้องแบกรับ เมืองไทยประกันชีวิตตอบโจทย์นี้ด้วยการเปิดตัว M Smile Hospital Network เครือข่ายโรงพยาบาลพันธมิตรที่คัดเลือกมาจาก 3 มิติ ได้แก่ คุณภาพการรักษา มาตรฐานการบริการ และการช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ปัจจุบันมีโรงพยาบาลในเครือข่ายแล้ว 165 แห่งทั่วประเทศ และจะขยายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

แนวคิดเบื้องหลังไม่ใช่การกดราคาค่ารักษา แต่คือการสร้างระบบที่ทำให้การรักษาเป็นไปตามความจำเป็นทางการแพทย์จริง มีการประสานงานตั้งแต่ก่อนเข้าโรงพยาบาลผ่านบริการ Pre-authorization ไปจนถึงการดูแลรายเคส และการออกจากโรงพยาบาลอย่างราบรื่น ซึ่งในที่สุดแล้วช่วยควบคุมต้นทุนโดยรวมได้อย่างยั่งยืน

“ลูกค้าที่ใช้บริการในเครือข่ายนี้จะได้รับวงเงินคุ้มครองเพิ่มอีก 20% วันนอนโรงพยาบาลที่ขยายจาก 180 วันเป็น 365 วัน และการลด Co-payment หรือ Deductible เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่หลายคนกังวล  ท่ามกลางความกังวลทั้งหมดนี้ ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่หลายคนได้ยินมา นั่นคือกระแสข่าวว่าประกันสุขภาพเหมาจ่ายกำลังจะหายไปจากตลาดวันนี้ผมอยากประกาศให้ชัดเจนว่า ประกันสุขภาพเหมาจ่ายของเมืองไทยประกันชีวิต ยังไปต่อ แต่เราไม่ได้แค่ประกาศว่าจะไปต่อ เราออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ดีกว่าเดิม ตอบโจทย์ได้จริงมากกว่าเดิม และยั่งยืนกว่าเดิม และสิ่งที่อยากให้ทุกท่านจำไว้คือ Conversion Option หรือสิทธิเปลี่ยนแผนในอนาคต ตัวอย่างเช่น พนักงานบริษัทที่มีประกันกลุ่มอยู่แล้ว อาจเลือกซื้อแผนที่มีส่วนรับผิดส่วนแรกก่อนเพื่อประหยัดเบี้ย เมื่อเกษียณและสวัสดิการหมดแล้ว ก็เปลี่ยนมาเป็นแผนเหมาจ่ายเต็มรูปแบบได้ โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพใหม่” นายสาระ กล่าว

นายสาระ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากประกันสุขภาพ สังคมสูงวัยยังสร้างโจทย์ใหม่ในเรื่องการวางแผนทางการเงินระยะยาว คนที่เคยมองว่าแค่ออมเงินและฝากไว้ให้ลูกหลานก็เพียงพอ กำลังพบว่าสมการนั้นไม่ตรงกับความเป็นจริงอีกต่อไป เพราะตัวเองยังมีชีวิตอยู่นานขึ้น มีค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง และยังต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีในบั้นปลาย โดยที่ผ่านมากลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงจำนวนไม่น้อยเลือกซื้อประกันชีวิตระยะยาวในสิงคโปร์หรือฮ่องกง เพราะค่าเบี้ยในไทยสูงกว่ามาก สำหรับทุนประกัน 100 ล้านบาท ค่าเบี้ยในไทยเคยสูงถึง 70 กว่าล้านบาท ขณะที่ต่างประเทศอยู่ที่ราว 40 กว่าล้านบาท ความต่างนี้ไม่ได้เกิดจากอัตรามรณะ แต่มาจากการออกแบบมูลค่าเงินสดที่แตกต่างกัน

นอกจากนี้ เมืองไทยประกันชีวิต ยังมีแบบประกันในโครงการ เมืองไทย พรีเมียร์ เลกาซี่ (แบบมีเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์คงที่) ซึ่งมีจุดเด่นที่แตกต่างด้วยการเป็นแบบประกันภัยตัวแรกในไทยที่มีมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์คงที่ตลอดสัญญา ทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยต่ำกว่าปกติ แต่ยังได้รับความคุ้มครองชีวิตในระดับเดิม จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนและส่งต่อมรดก*** มีให้เลือกแบบชำระเบี้ยประกันภัยครั้งเดียว “เมืองไทย พรีเมียร์ เลกาซี่ 99/1 (แบบมีเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์คงที่)” สมัครได้ตั้งแต่อายุ 30 วัน – 80 ปี  และแบบจ่ายเบี้ยประกันภัยสั้นๆ เพียง 5 ปี “เมืองไทย  เลกาซี่  เวลธ์  99/5 (แบบมีเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์คงที่)” สมัครได้ตั้งแต่อายุ 30  วัน-75 ปี ซึ่งตอบโจทย์การสร้างหลักประกันก้อนใหญ่ได้ด้วยเงินก้อนเล็ก พร้อมรับหลักประกันก้อนโตจากความคุ้มครองชีวิต 100%  จำนวนเอาประกันภัยขั้นต่ำ 10 ล้านบาท ตอบโจทย์ผู้ที่วางแผนส่งต่อความมั่งคั่งให้คนที่รักอีกด้วย

นายสาระ กล่าวเพิ่มเติมว่าในมุมของการวางแผนทางการเงินระยะยาว ตนอยากกล่าวถึงอีกเรื่องหนึ่งที่คนไทยหลายคนอาจยังไม่รู้ที่ผ่านมา กลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงจำนวนไม่น้อยเลือกซื้อประกันชีวิตระยะยาวในสิงคโปร์หรือฮ่องกง เพราะผลิตภัณฑ์ในไทยมีราคาแพงกว่ามาก ถ้าทุนประกัน 100 ล้านบาท ประกันในไทยเดิมอาจคิดเบี้ยถึง 70 กว่าล้านบาท ขณะที่สิงคโปร์หรือฮ่องกงอยู่ที่ประมาณ 40 กว่าล้านบาท แต่หากเมื่อได้ไปศึกษาจริง ๆ จะพบว่าความแตกต่างนั้นไม่ได้มาจากความเสี่ยงด้านการเสียชีวิตที่แตกต่างกัน แต่มาจากการออกแบบ มูลค่าเงินสด หรือ Cash Value ในไทย แบบประกันทั่วไปมักออกแบบให้มูลค่าเงินสดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุกรมธรรม์ แต่ในต่างประเทศ มูลค่าเงินสดถูกกำหนดไว้ที่ประมาณ 80% ตลอดอายุสัญญา ซึ่งทำให้ค่าเบี้ยถูกลงมาก เมืองไทยประกันชีวิตจึงนำแนวคิดนี้มาพัฒนาเป็น Premier Legacy ทั้งแบบชำระเบี้ยครั้งเดียว (99/1) และแบบชำระเบี้ย 5 ปี (99/5) ซึ่งทั้งสองแบบให้ความคุ้มครองถึงอายุ 99 ปี ผลคือเบี้ยลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 47 ล้านบาท สำหรับแบบชำระครั้งเดียว ซึ่งใกล้เคียงกับต่างประเทศมากเมื่อรวมผลของอัตราแลกเปลี่ยนและที่สำคัญมาก ในต่างประเทศผลิตภัณฑ์แบบนี้มักกำหนดทุนประกันขั้นต่ำไว้สูงมาก บางแห่งเริ่มต้นที่ประมาณ 300 กว่าล้านบาท แต่ของเราเริ่มต้นได้ที่ 10 ล้านบาท ซึ่งเปิดโอกาสให้คนไทยกลุ่มกว้างขึ้นสามารถเข้าถึงได้

“บางคนอาจถามว่า แล้วซื้อต่างประเทศไม่ดีกว่าหรือ ผมอยากให้ลองคิดดูว่า ประกันชีวิตระยะยาวที่คุ้มครองถึงอายุ 99 ปี สิ่งที่สำคัญที่สุดคือบริษัทต้องมั่นคงพอที่จะอยู่ได้ตลอด 99 ปีนั้นการซื้อในไทยมีข้อได้เปรียบชัดเจนในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการอยู่ภายใต้กฎหมายไทยและการกำกับดูแลของ คปภ. การใช้เงินบาทซึ่งไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน และสิทธิลดหย่อนภาษีตามเงื่อนไขกฎหมายไทยสิ่งที่น่าเสียดายที่สุดคือ ถ้าคนไทยไม่รู้ว่าประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์ที่แข่งขันได้แล้ว และยังคงไปซื้อประกันชีวิตในต่างประเทศ เงินก็ไหลออกนอกประเทศโดยไม่จำเป็น สิ่งที่เราพยายามทำวันนี้ไม่ว่าจะเป็น D Health Life หรือ Premier Legacy สิ่งที่เมืองไทยประกันชีวิตพยายามทำคืออยู่เคียงข้างคนไทยในทุกช่วงชีวิต ตั้งแต่วันที่ยังเด็ก วันที่กำลังทำงาน จนถึงวันที่เกษียณและก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุเพราะประกันที่ดีไม่ใช่แค่ "จ่ายเคลม" แต่คือการทำให้คุณรู้สึกว่า เมื่อวันที่ต้องการความช่วยเหลือ มีคนที่พร้อมอยู่ตรงนั้น เมืองไทยประกันชีวิตเราไม่เคยหยุดนิ่งและพร้อมที่จะเดินหน้าพัฒนาองค์กรในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ การยกระดับบริการด้านสุขภาพที่ครบวงจร ตลอดจนการพัฒนาโซลูชันทางการเงินเพื่อการบริหารความมั่งคั่งที่ยั่งยืน รวมถึงการคัดเลือกสิ่งที่ “ดี” เพื่อลูกค้าคนสำคัญของเราเสมอ  พร้อมเป็นเพื่อนคู่คิดที่ลูกค้าไว้วางใจ เชื่อมั่น และคอยอยู่เคียงข้างดูแลในทุกช่วงของชีวิต”นายสาระ กล่าวในที่สุด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

You can share this post!