
สมรภูมิสุขภาพไทยเดือด เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ประกาศหักดิบพฤติกรรมเก่า ลั่นหมดเวลามาโรงพยาบาลเมื่อยามเจ็บป่วย ชูธง “สุขภาพคือการลงทุนระยะยาว” เผยบิ๊กดาต้าสุดช็อก พฤติกรรม 5 เจเนอเรชันฉีกขาดจากกันสิ้นเชิง โดยเฉพาะการอุบัติขึ้นของ “Gen A” (AI) ที่ใช้เทคโนโลยีสแกนโรคเบื้องต้น ล่าสุดจับมือ “Shop.BeDee” แพลตฟอร์มดิจิทัลยักษ์ใหญ่ในเครือ BDMS ทุบกำแพงออนไลน์สู่ออฟไลน์ ส่งประสบการณ์ไร้รอยต่อเจาะลึกเฉพาะบุคคล หลังพบตัวเลขผู้ใช้บริการผ่านดิจิทัลทะยานพุ่งกว่า 45% ย้ำชัดใครไม่ปรับตัว...คือผู้แพ้ในเกม Healthcare ยุคใหม่

นายศุภกร พะวันนา ผู้อำนวยการสายการตลาด เครือ รพ.พญาไท-เปาโล เปิดเผยว่า พฤติกรรมของคนไทยในปัจจุบันเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยหันมามองว่าสุขภาพคือ “การลงทุนระยะยาว” เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ใช่แค่การมาโรงพยาบาลเมื่อยามเจ็บป่วยอีกต่อไป ประกอบกับฐานข้อมูล ของเครือโรงพยาบาลชี้ให้เห็นว่า ความต้องการของคนแต่ละเจเนอเรชันมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ได้แก่:
Gen Z ให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตและต้องการข้อมูลที่น่าเชื่อถือท่ามกลางโลกโซเชียล
Gen Y ไม่ได้ขาดความรู้เรื่องสุขภาพ แต่ขาดเวลาในการดูแลสุขภาพตัวเอง รวมถึงต้องดูแลทั้งลูก พ่อ-แม่ และงานในเวลาเดียวกัน ดังนั้น Digital Platform จึงไม่ใช่เรื่องของความสะดวก แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การดูแลสุขภาพเกิดขึ้นได้จริง
Gen X มีกำลังซื้อสูง แต่มักพบโรค NCDs จากการตรวจสุขภาพประจำปี ทำให้ความต้องการเปลี่ยนจากการตรวจแบบครอบคลุมทุกอย่าง ไปสู่การดูแลสุขภาพแบบ Personalized Care ที่แม่นยำ สามารถประเมินความเสี่ยง ติดตามสุขภาพ และวางแผนการดูแลได้อย่างตรงจุดในระยะยาว
Silver Age ก็ไม่ได้ต้องการแค่หมอที่รักษาโรคได้ แต่ต้องการ Partner ที่ช่วยให้ชีวิตหลัง 60 ยังมีคุณภาพ และด้วยแนวโน้มที่ไทยจะมีผู้สูงอายุถึง 1 ใน 3 ของประชากรภายในปี 2576 นี่คือตลาดสุขภาพที่ใหญ่ที่สุด

นอกจากนี้ ยังเห็นการเกิดขึ้นของ “Gen A” (AI) ซึ่งไม่ถูกนิยามด้วยอายุ แต่เป็นกลุ่มคนที่ใช้ AI เป็นจุดเริ่มต้นในการค้นหาข้อมูลสุขภาพและประเมินอาการเบื้องต้น ความท้าทายสำคัญคือการทำให้ข้อมูลทางการแพทย์ที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือเข้าถึงคนกลุ่มนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ล่าสุดได้ผนึกกำลังครั้งสำคัญร่วมกับ “Shop.BeDee” แพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัลชั้นนำ ยกระดับระบบนิเวศการดูแลสุขภาพ (Healthcare Ecosystem) ในประเทศไทย มุ่งเปลี่ยนผ่านพฤติกรรมผู้บริโภคจากการรักษาโรคไปสู่การป้องกันและดูแลสุขภาพเชิงรุก (Proactive Care) พร้อมชูจุดเด่นการออกแบบประสบการณ์สุขภาพเฉพาะบุคคล (Personalized Care) ที่เชื่อมต่อแบบไร้รอยต่อจากออนไลน์สู่โรงพยาบาล ตอบโจทย์ผู้บริโภคครบทุกช่วงวัย

ความร่วมมือกับ Shop.BeDee จะช่วยให้เราส่งมอบ Personalized Health Journey ที่เหมาะกับแต่ละบุคคลได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น เพราะเราเชื่อมั่นว่า One Size Does Not Fit All โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ
ข้อมูลของ เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล สะท้อนแนวโน้มดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยยอดจำหน่ายแพ็กเกจสุขภาพผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มีอัตราเติบโตมากกว่า 32% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ขณะที่จำนวนผู้ใช้บริการและจำนวนแพ็กเกจที่จำหน่ายผ่านช่องทางดิจิทัลเพิ่มขึ้นมากกว่า 45% สะท้อนว่าผู้บริโภคหันมาใช้เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนและตัดสินใจด้านสุขภาพมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ด้าน นางสาววัชราภรณ์ เจริญธรรมวัชณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการออกแบบและสร้างสรรค์ประสบการณ์ บริหารความสัมพันธ์องค์กร และผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการออกแบบและสร้างสรรค์กลยุทธ์ การสื่อสารการตลาดดิจิตอล เครือ รพ.พญาไท-เปาโล กล่าวว่า ปัจจุบันผู้บริโภคไม่ได้เปรียบเทียบประสบการณ์ของโรงพยาบาลกับโรงพยาบาลด้วยกันเองเท่านั้น แต่เปรียบเทียบกับประสบการณ์ที่ได้รับจากแพลตฟอร์มดิจิทัลในชีวิตประจำวัน ความสะดวก รวดเร็ว และความต่อเนื่องจึงกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของ Healthcare Experience โดยพบว่า ‘ดิจิทัลคือประตูบานแรก’ ที่ผู้ป่วยใช้เริ่มต้นหาข้อมูล เปรียบเทียบแพ็กเกจ หรือนัดหมายก่อนมาโรงพยาบาลเสมอ

ทางเครือฯ จึงใช้แนวคิดเชื่อมต่อทุกจุดสัมผัส (Touchpoint) ให้เป็นรูปแบบ Omnichannel ที่ไร้รอยต่อ (Seamless) จากออนไลน์สู่ออฟไลน์ (O2O) โดยขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Experience) ใน 2 ส่วนหลักคือ:
1.Personalized Recommendation: แนะนำโปรแกรมสุขภาพและสิทธิประโยชน์ที่ตรงกับช่วงอายุและไลฟ์สไตล์
2.Customized Communication: เลือกสรรคอนเทนต์และช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้รับบริการรู้สึกถึงความใส่ใจเฉพาะบุคคลเสมือนโรงพยาบาลส่งมาดูแลโดยเฉพาะ

“ความร่วมมือกับ Shop.BeDee จะเข้ามาทำหน้าที่เป็น “Gateway” สำคัญ ที่ช่วยเชื่อมต่อการดูแลสุขภาพตั้งแต่การค้นหาข้อมูล การเลือกโปรแกรม การนัดหมาย การเข้ารับบริการ ไปจนถึงการติดตามผลสุขภาพให้เป็นประสบการณ์เดียวกันอย่างไร้รอยต่อ”นางสาววัชราภรณ์ กล่าว

นายศิวดล มาตยากูร Managing Director, BeDee Powered by BDMS หรือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า Shop.BeDee ต้องการเป็นแพลตฟอร์มสุขภาพที่เข้าใจคนไทยมากที่สุด และช่วยให้ทุกคนเข้าถึงบริการสุขภาพที่เหมาะกับตนเองได้ง่ายขึ้น เรามองบทบาทของแพลตฟอร์มสุขภาพมากกว่าการเป็น Marketplace แต่เป็นส่วนหนึ่งของ Health Ecosystem ที่เชื่อมโยงบริการสุขภาพคุณภาพและเครือข่ายโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานไว้ในที่เดียว

“สำหรับบริการด้านสุขภาพ ความสะดวกต้องมาควบคู่กับความน่าเชื่อถือ ความร่วมมือกับ เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค และช่วยให้คนไทยสามารถดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสมในทุกช่วงของชีวิต” นายศิวดล กล่าว
ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อโปรแกรมสุขภาพและบริการทางการแพทย์จาก เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ผ่าน Shop.BeDee ได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมข้อเสนอพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพในแต่ละช่วงวัย อาทิ โปรแกรมตรวจสุขภาพ Phyathai–Paolo x Shop.BeDee โปรแกรม All You Can Check แพ็กเกจตรวจสุขภาพเฉพาะทาง โปรแกรมคัดกรองโรคยอดนิยม และวัคซีนป้องกันโรคต่าง ๆ ในราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 400 บาท พร้อมรับสิทธิประโยชน์และโค้ดส่วนลดเพิ่มเติมสูงสุด 1,000 บาท สำหรับผู้ซื้อโปรแกรมสุขภาพผ่านแพลตฟอร์ม Shop.BeDee
%20%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%9E%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97%202.jpg)
ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้าง Digital Health Ecosystem ที่เชื่อมโยงบริการทางการแพทย์ เทคโนโลยี และข้อมูลสุขภาพเข้าด้วยกัน เพื่อสนับสนุนให้คนไทยเข้าถึงการดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพได้สะดวกยิ่งขึ้น และสอดคล้องกับความต้องการของแต่ละบุคคลในทุกช่วงของชีวิตอย่างแท้จริง