นิวซิตี้ฯมองขาดครึ่งปีหลัง 69 กำลังซื้อในประเทศส่อแววชะลอตัวถดถอย สั่งปรับทัพใหญ่กระจายความเสี่ยง รับมือทุนจีนบุกทะลวงตลาดไทยไม่ยั้ง ลั่นกลองรบไม่ลงเล่นเกมสงครามราคา ยึด R&D เป็นอาวุธหนักส่ง "เชอรีล่อน" คอลเลกชันใหม่ถล่มช่องทางออนไลน์ ชูจุดแข็ง "เข้าใจสรีระหญิงไทยมากกว่า" พร้อมกางแผนส่งออก 4 ชาติอาเซียน ดันเป้าหมายรายได้ปี 69 ฝ่ามรสุมกำลังซื้อครึ่งปีหลัง โตทะลุจาก 2% ทะยานสู่ 10%หวังค่าเงินบาทเป็นใจหนุนเครื่องยนต์เศรษฐกิจ ชูโมเดล ESG "Durable & Circular Economy" มัดใจผู้บริโภครักษ์โลก ยืนหยัดเติบโตอย่างยั่งยืน

นายพิภพ โชควัฒนา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิวซิตี้ (กรุงเทพฯ) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดในปี 2569 ว่า มูลค่าตลาดไม่ได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นมากนัก แต่มีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาแข่งขันมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าจากประเทศจีนที่เข้ามาเจาะตลาดไทยผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม "เชอรีล่อน" (Cherilon) ยังคงมีความแข็งแกร่งในช่องทางออนไลน์ โดยปัจจุบันมียอดขายจากช่องทางนี้สูงถึง 25% ของยอดขายรวม บริษัทมุ่งเน้นการทำกลยุทธ์แบบเฉพาะเจาะจง (Personalization) ในแต่ละแพลตฟอร์ม เนื่องจากพฤติกรรมผู้ซื้อมีความหลากหลายแตกต่างกันไป เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
แม้ไตรมาสแรกของปี 2569 ตัวเลขจะยังไม่เติบโตตามที่คาดหวัง แต่บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายปีนี้ให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% โดยปัจจัยที่น่ากังวลมากกว่าต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน คือ "กำลังซื้อ" ของผู้บริโภคที่อาจชะลอตัวในช่วงครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ตาม นิวซิตี้ยังคงมองหาโอกาสในตลาดส่งออก ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 10% (เติบโตขึ้นจากอดีตที่ 2%) โดยมีการส่งออกไปยังมาเลเซีย เวียดนาม ลาว และเมียนมา รวมถึงการขยายตัวในส่วนของงานรับจ้างผลิต (OEM) ที่มีทิศทางเติบโตได้ดี ในด้านค่าเงิน นายพิภพ มองว่าหากค่าเงินบาทเอื้ออำนวยจะช่วยสนับสนุนทั้งภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็น 2 เครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยให้ขับเคลื่อนไปได้ดียิ่งขึ้น
สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจของแบรนด์ "เชอรีล่อน" (Cherilon) ในปี 2569 นี้ จะมุ่งเน้นการตอบโจทย์ Pain Point ของผู้หญิงยุคใหม่ผ่านคอลเลกชันล่าสุด "Invisible Collection" ภายใต้คอนเซปต์ "Become the Real You" ที่เน้นความเบาสบายและกลมกลืนไปกับสรีระ ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ยังทรงตัวและมีการแข่งขันสูงจากการรุกคืบของสินค้าต่างชาติโดยเฉพาะจากประเทศจีนผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งนิวซิตี้พร้อมงัดกลยุทธ์การวิจัยและพัฒนา (Research and Development :R&D)และนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม มาเป็นหัวหอกสำคัญในการรักษาฐานลูกค้าและขยายตลาดส่งออก โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตของยอดขายไว้ที่ไม่ต่ำกว่า 10% แม้ภาพรวมกำลังซื้อในประเทศจะยังคงเป็นปัจจัยท้าทายสำคัญในช่วงครึ่งปีหลังก็ตาม
ทั้งนี้กลยุทธ์ R&D ถือเป็นอาวุธสำคัญที่เชอรีล่อน (Cherilon) นำมาใช้เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและรับมือกับการรุกคืบของสินค้าจากประเทศจีนในปัจจุบัน ประกอบไปด้วย
1.ความเข้าใจในสรีระที่เหนือกว่า (Localization) เชอรีล่อนใช้การ R&D เพื่อศึกษาสรีระของผู้หญิงไทยและผู้หญิงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างละเอียด ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่สำคัญ เพราะสินค้าจากต่างชาติ (รวมถึงจีน) อาจมีความพอดีที่ไม่เท่ากับสินค้าที่ผ่านการวิจัยมาเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ โดยบริษัทเน้นการออกแบบให้สินค้ามีความยืดหยุ่นและเข้ารูปพอดีกับร่างกาย เพื่อแก้ปัญหา Pain Point เรื่องการระคายเคืองหรือรอยกดทับจากการสวมใส่สินค้าที่ไม่พอดีตัว
2.นวัตกรรมสินค้าที่เน้นคุณภาพมากกว่าสงครามราคา ท่ามกลางสินค้าจีนที่มักเน้นกลยุทธ์ด้านราคา เชอรีล่อนเลือกที่จะไม่ลงไปแข่งในสมรภูมินั้น แต่ใช้ R&D สร้างนวัตกรรมที่ยากจะเลียนแบบเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น นวัตกรรม "No Run": ถุงน่องที่ถูกเกี่ยวขาดแล้วจะไม่รันต่อ เป็นเพียงรูเล็กๆ ,ถุงน่องคอลลาเจน: ที่ช่วยให้ผิวผู้สวมใส่ชุ่มชื้นขึ้น และสินค้ากลุ่ม Anti-viral: ที่พัฒนาขึ้นเพื่อฆ่าเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย

“ท่ามกลางสงครามราคา นิวซิตี้เลือกที่จะไม่ลงไปแข่งในด้านราคาเป็นหลัก แต่จะใช้ความแข็งแกร่งจากการมีโรงงานและทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) ของตนเองในการสร้างความแตกต่าง นายพิภพให้ความเห็นว่า สินค้าที่ดูภายนอกเหมือนกัน แต่ ‘หัวใจ’ของการผลิตแตกต่างกันย่อมให้ผลลัพธ์ที่ต่างกัน โดยบริษัทได้พัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เช่น ถุงน่องที่ถูกเกี่ยวขาดแล้วไม่รัน (No Run), ถุงน่องผสมคอลลาเจนที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น, และสินค้ากลุ่ม Anti-viral ที่พัฒนาขึ้นในช่วงโควิด-19”นายพิภพ กล่าว
นายพิภพ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการที่ เชอรีล่อน มีความเข้าใจว่า ชุดชั้นในไม่ได้เป็นเพียงเครื่องแต่งกาย แต่เป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยเสริมบุคลิกภาพและความมั่นใจในทุกลุค จึงพัฒนา Invisible Collection ขึ้นภายใต้แนวคิด “เพราะทุกภารกิจของวัน…ควรจบแบบเป๊ะ โดยไม่มีร่องรอยให้ใครสังเกตเห็น” ผลิตภัณฑ์คอลเลกชันนี้ได้ผสานความสวยงาม ความสบาย และนวัตกรรมการออกแบบเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ผู้หญิงสามารถสวมใส่เสื้อผ้าได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์
สำหรับหัวใจสำคัญของคอลเลกชันนี้คือเทคโนโลยี Bra Bonding นวัตกรรมการรีดแทนการเย็บตะเข็บแบบดั้งเดิม ช่วยลดรอยกดทับและความหนาของขอบชุดชั้นใน ทำให้สวมใส่ได้อย่างแนบเนียนไปกับผิว พร้อมลดโอกาสการเกิดรอยเส้นใต้เสื้อผ้า มอบลุคที่เรียบเนียน ดูเป็นธรรมชาติ และเพิ่มความเบาสบายในการสวมใส่ตลอดวัน โดย Invisible Collection ได้รับการออกแบบให้รองรับความต้องการของผู้หญิงหลากหลายสรีระ ผ่านผลิตภัณฑ์หลัก 4 รุ่นไฮไลต์ ได้แก่
-Cherilon Silky Curve Bra: บราไร้ขอบที่ออกแบบมาเพื่อมอบความเรียบเนียนและความกระชับในทุกมิติ ด้วย Silky Curve Line ลายนูนพิเศษบริเวณด้านข้างลำตัว ช่วยเก็บกระชับสรีระได้อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมฟองเต้าดีไซน์รูระบายอากาศที่ช่วยลดความอับชื้น และสายบ่าที่สามารถปรับระดับได้เพื่อความสบายตลอดวัน
-Cherilon Silky Active Fit: กางเกงในดีไซน์เรียบเนียนที่รองรับทุกการเคลื่อนไหว ด้วยเนื้อผ้านุ่มลื่นผสานเส้นใย Spandex เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและความกระชับ พร้อมเทคนิค Bonding บริเวณขอบวงขา ช่วยลดปัญหาขอบม้วนและรอยกดทับใต้เสื้อผ้า
-Cherilon Silky Sculpt Bra: บราที่ออกแบบมาเพื่อผู้หญิงพลัสไซซ์และผู้ที่ต้องการการเก็บกระชับมากยิ่งขึ้น บราไร้ขอบรุ่นนี้จะช่วยโอบรับสรีระอย่างนุ่มนวล ด้วยลายนูนพิเศษบริเวณใต้เต้าและด้านข้างลำตัว ช่วยเก็บกระชับได้อย่างมั่นใจ พร้อม Air-Hole Padding ฟองเต้าระบายอากาศ และสายบ่ากว้างที่ช่วยกระจายน้ำหนัก ลดการกดทับบริเวณไหล่ เพิ่มความสบายตลอดวัน
-Cherilon Silky Boost Up: กางเกงในดีไซน์ Free Cut ที่แนบสนิทไปกับผิว พร้อมเทคนิค Curvy Molding ช่วยยกกระชับและเสริมรูปทรงสะโพกให้ดูสวยเป็นธรรมชาติ มอบความกระชับสบาย และความมั่นใจในทุกการเคลื่อนไหว โดยยังคงความเรียบเนียนไร้รอยใต้เสื้อผ้า เหมาะสำหรับผู้หญิงพลัสไซซ์และผู้ที่ต้องการเสริมความมั่นใจให้กับสรีระในทุกลุค
“การเปิดตัว Invisible Collection ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ เชอรีล่อน ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ผ่านการผสานนวัตกรรมการผลิตเข้ากับความเข้าใจในสรีระและไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงยุคใหม่ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การสวมใส่ที่ช่วยเสริมความมั่นใจจากภายในสู่ภายนอก และสนับสนุนให้ผู้หญิงสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพในทุกบทบาท”นายพิภพ กล่าว
นายพิภพ กล่าวต่อไปว่า ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Invisible Collection ซึ่งพัฒนาขึ้นจากความเข้าใจในสรีระของผู้หญิงไทยอย่างแท้จริง โดยแนวคิด "Invisible" ไม่ใช่เพียงแค่ความมองไม่เห็นตะเข็บ แต่หมายถึงความรู้สึกขณะสวมใส่ที่ต้องเบาและสบายจนเหมือนไม่ได้ใส่ (Invisible Feel) เพื่อให้ผู้สวมใส่สามารถดึงความเป็นตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ตามคอนเซปต์ "Become the Real You" โดยบริษัทได้นำเทคโนโลยีการผลิตที่ซับซ้อน เช่น การทำ Seamless (ไร้รอยต่อ) และการใช้เทคนิค Bonding แทนการเย็บ มาประยุกต์ใช้กับทั้งถุงน่องและชุดชั้นใน เพื่อลดปัญหาการระคายเคืองและรอยดำจากการกดทับของตะเข็บที่ไม่พอดี

อีกหนึ่งทิศทางการดำเนินงานของบริษัทฯที่น่าสนใจคือการมุ่งเน้นด้าน Environmental (สิ่งแวดล้อม), Social (สังคม), และ Governance (ธรรมาภิบาล) หรือ ESG โดยการผลิตสินค้าที่มีความทนทาน (Durable) เพื่อลดการเปลี่ยนใหม่บ่อยครั้งซึ่งส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงโครงการนำถุงน่องที่ใช้แล้วไปใช้ประโยชน์ในการทำขาเทียม นอกจากนี้ บริษัทยังมองเห็นโอกาสในกลุ่มผู้สูงวัย (Aging Society) โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่ม Health เช่น Compression Socks หรือถุงเท้ากระชับเพื่อช่วยเรื่องระบบหมุนเวียนเลือดและลดอาการปวดขาสำหรับผู้ที่มีปัญหาเส้นเลือดขอด
“นอกเหนือจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคแล้ว เชอรีล่อน ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการ ‘LEG OF HOPE’ โครงการรับบริจาคถุงน่องใช้แล้ว เพื่อนำไปสนับสนุนการผลิตขาเทียม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และพันธกิจด้าน ESG ของบริษัท โดยผู้บริโภคสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการได้ง่ายๆ ด้วยการนำถุงน่องที่ไม่ใช้แล้วมาบริจาคที่ Cherilon Care Box ณ จุดจำหน่ายเชอรีล่อนทั่วประเทศ เพื่อร่วมเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็น ‘ก้าวใหม่’ แห่งความหวังสำหรับผู้พิการ” นายพิภพ กล่าวในที่สุด