
ภายหลังจากที่“สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” (PMCU) ได้ประกาศเปิดให้เอกชน ผู้สนใจเช่าลงทุนพัฒนาพื้นที่บริเวณ Block A เขตพาณิชย์สยามสแควร์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณสี่แยกปทุมวัน จุดตัดระหว่างถนนพญาไท กับถนนพระรามที่ 1 เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ปี 2563 ที่ผ่านมา โดยให้เข้าร่วมยื่นข้อเสนอโครงการ เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่พาณิชยกรรม โดยพื้นที่ดังกล่าว เดิมเป็นที่ตั้งของโรงภาพยนตร์สกาลา และอาคารพาณิชย์หลายสิบคูหาที่ประกอบกิจการประเภทต่างๆ ซึ่ง “โรงภาพยนตร์สกาลา” คือ 1 ใน 3 โรงภาพยนตร์ในตำนานที่อยู่คู่กับย่านสยามฯ มายาวนานกว่า 50 ปี ซึ่งได้ประกาศปิดฉากไปแล้วเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา (อีก 2 โรงคือ โรงภาพยนตร์ลิโด ที่ปัจจุบันพัฒนาเป็น “ลิโด้ Connect” (Lido Connect) และโรงภาพยนตร์สยาม ที่ปัจจุบันคือ โครงการสยามสแควร์ วัน (SQ-1) ซึ่งในที่สุดปรากฏว่าบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)หรือ CPN เป็นผู้ที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกได้เป็นผู้เช่าลงทุนพัฒนาพื้นที่บริเวณ Block A เป็นระยะเวลา 30 ปี
ปัจจุบันที่ดินภายใต้การบริหารจัดการของ “สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” (PMCU) ในเขตปทุมวัน มีจำนวน 1,153 ไร่ แบ่งเป็นการใช้ประโยชน์ 3 ประเภท คือ
การจัดการอสังหาริมทรัพย์
– เขตพื้นที่การศึกษา 637 ไร่ คิดเป็นสัดส่วน 55.25%
– เขตพื้นที่พาณิชย์ 385 ไร่ คิดเป็นสัดส่วน 33.39%
– เขตพื้นที่ราชการยืม และเช่าใช้ 131 ไร่ คิดเป็นสัดส่วน 11.36%
สำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ วางกรอบการพัฒนาที่ดินกว่าพันไร่แห่งนี้ ภายใต้แนวคิด “3L” เพื่อเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่ – ชุมชน – สังคม ประกอบด้วย
– Learning Style พื้นที่แห่งการเรียนรู้ และความคิดสร้างสรรค์
– Living Style คุณภาพการดำรงชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดี
– Lifestyle ตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย และเติมเต็มไลฟ์สไตล์
และหลังจากที่กลุ่ม CPN คว้าที่ดินแปลงดังกล่าว ก็ซุ่มออกแบบโครงการ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งโดยรอบพื้นที่และล้ำสมัยรองรับและหวังเป็นแลนด์มาร์กคนรุ่นใหม่ปละชาวต่างชาติจากทั่วโลก
ล่าสุดวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 กลุ่ม CPN ก็มีความพร้อมในการประกาศเปิดตัวบิ๊กโปรเจกต์บนที่ดินใจกลางเมืองใกล้แยกปทุมวันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายใต้แบรนด์ “เซ็นทรัล เซ็นทรัล” (CenTRal cENtrAL) แล้ว ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับกลุ่ม “มิตซูบิชิ เอสเตท” (Mitsubishi Estate) บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดจากญี่ปุ่นที่มีประวัติยาวนานกว่า 100 ปี สร้างแลนด์มาร์กใหม่ใจกลางกรุง หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการลงทุน การร่วมทุนพัฒนาลักชัวรีเอาท์เล็ต “เซ็นทรัล วิลเลจ”เฟส2 เมื่อปี 2562 ที่เปิดให้บริการเมื่อปี 2565 โดยกลุ่มมิตซูบิชิ เอสเตท ถือหุ้นในสัดส่วน 30%

นายชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด(มหาชน) หรือ CPN เปิดเผยว่า บริษัทฯมีความพร้อมที่ประกาศเปิดตัวโครงการ โครงการ New-gen Mixed-Use ที่จะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญเติมเต็มสี่แยกปทุมวัน “เซ็นทรัล เซ็นทรัล (CenTRal cENtrAL) แล้ว โดยโครงการดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 7 ไร่ ขนาดพื้นที่ 141,000 ตารางเมตร (GBA) มูลค่าโครงการรวมกว่า 11,000 ล้านบาท ประกอบด้วย
-ศูนย์การค้า พื้นที่ประมาณ 40,000 ตารางเมตร รองรับได้ประมาณ 300 แบรนด์ เปิดตัวไตรมาส 2/2570
-อาคารสำนักงาน สูง 12 ชั้น พื้นที่ประมาณ 20,000 ตารางเมตร รองรับคนทำงานประมาณ 2,500 คน เปิดตัวไตรมาส 4/2570 คาดว่าจะมียอดผู้ใช้บริการประมาณ 56,000 คนต่อวัน
-โรงแรม จำนวน 349 ห้อง ครั้งแรกในไทยกับการเปิดตัว 25hours Hotel แบรนด์โรงแรม Playful Luxury ดังระดับโลกที่มีแครักเตอร์เฉพาะของเมืองนั้นๆ เพียง 13 เมืองทั่วโลก เปิดตัวไตรมาส 1/2572

ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการร่วมทุนด้านงบประมาณ แต่เป็นการผสานความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการโครงการ เทคโนโลยี และองค์ความรู้ด้าน "Sub-culture" จากญี่ปุ่นมาปรับใช้ ซึ่งการเลือกมิตซูบิชิ เอสเตท เป็นพันธมิตรมาจากความลงตัวในการทำงานร่วมกันตั้งแต่โครงการ Central Village อีกทั้งในสภาวะที่นักลงทุนญี่ปุ่นบางส่วนเริ่มชะลอตัว แต่การที่ยักษ์ใหญ่อย่างมิตซูบิชิ เอสเตท ยังคงเชื่อมั่นและขยายการลงทุนในกรุงเทพฯ ถือเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญต่อเศรษฐกิจไทย

นายชนวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทฯพร้อมผลักดันย่านสยามสแควร์สู่ “Global Youth Culture Destination” จุดหมายปลายทางแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่มีความ Young. Bold. Global. โดยทุกองค์ประกอบมีคอนเซ็ปต์หนึ่งเดียวครั้งแรกในไทย พร้อมสร้างพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์เพื่อทุกคน เป็น Social Public Space เพื่อจุดประกายความร่วมมือของคนรุ่นใหม่และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งอนาคตของประเทศ อีกทั้งดึงดูด
New Talent, Creative Entrepreneurs และนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูงจากทั่วโลก ผลักดันเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทย

“โครงการสะท้อนแนวคิด Young. Bold. Global. ผ่านชื่ออันเป็นเอกลักษณ์ ‘CenTRal cENtrAL’ ที่มี Brand Identity ที่ฉีกกรอบ สื่อถึงความกล้าคิดแบบ Unconventional และการไม่หยุดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ตาม DNA ของเซ็นทรัลพัฒนา ขณะที่แนวคิดสถาปัตยกรรม ‘Fabric of the Future’ ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย สะท้อนทั้งการตีความแฟชั่นสู่สถาปัตยกรรม นอกจากนี้ การใช้คำซ้ำที่เป็นเสน่ห์ของการใช้ภาษาไทยที่ตอกย้ำถึงความสำคัญของโลเคชั่น เป็นจุดศูนย์กลาง Youth Culture และศูนย์กลางที่สำคัญของกรุงเทพฯ”นายชนวัฒน์ กล่าว

ทั้งนี้ทุกมหานครระดับโลกต่างมีย่านที่เป็นศูนย์กลางคนรุ่นใหม่และความคิดสร้างสรรค์ สำหรับกรุงเทพฯ เราเชื่อว่าสยามสแควร์คือพื้นที่แห่งนั้น ซึ่งตลอดกว่า 6 ทศวรรษได้หล่อหลอมวัฒนธรรมและเป็นพื้นที่ให้ผู้คนหลายรุ่นได้กล้าคิด กล้าแสดงออก วันนี้เรามุ่งมั่นที่จะร่วมยกระดับสยามสแควร์ให้ก้าวเป็นศูนย์กลาง Youth Culture ของโลก เป็นพื้นที่ที่คนรุ่นใหม่ นักสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ และผู้คนจากทั่วโลกเลือกมาใช้ชีวิต ทำงาน ท่องเที่ยว และเติบโตไปด้วยกัน ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มุ่งพัฒนาสยามสแควร์ให้เป็นพื้นที่ที่สร้างคุณค่าให้แก่สังคมมาโดยตลอด

“CenTRal cENtrAL จะเป็นอีกก้าวสำคัญของวิสัยทัศน์ในการยกระดับกรุงเทพฯ สู่มหานครระดับโลก โดยกำลังก้าวข้ามขีดจำกัดของการพัฒนาโครงการจากพื้นที่รีเทล สู่พื้นที่แห่งการใช้ชีวิต แรงบันดาลใจ และการสร้างวัฒนธรรมใหม่ของเมือง ภายใต้แนวคิด Young. Bold. Global. โครงการนี้เป็น Next-Gen Mixed-Use ที่ทุกองค์ประกอบถูกออกแบบให้มีความโดดเด่นหนึ่งเดียวในไทย มีมูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดให้บริการส่วนศูนย์การค้าในไตรมาส 2 ปี 2570 ประกอบด้วย Cutting-Edge Retail พื้นที่ที่สร้างเทรนด์ใหม่และเปิดโอกาสในการร่วมมือกับแบรนด์รวมถึงผู้ประกอบการรุ่นใหม่, Future-Ready Workplace พื้นที่ทำงานแห่งอนาคตที่ดึงดูดผู้มีความสามารถจากทั่วโลก และ 25hours Hotel แบรนด์โรงแรมระดับโลกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแต่ละเมือง ซึ่งเลือกกรุงเทพมหานครเป็นหนึ่งในเพียง 13 เมืองทั่วโลก โครงการนี้ยังสะท้อนความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง เซ็นทรัลพัฒนา และมิตซูบิชิ เอสเตท หนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนาเมืองของญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษโดยเราทั้งสองบริษัทมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการพัฒนาเมืองแห่งอนาคต สร้างพื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้คน ธุรกิจ และชุมชน ให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”นายชนวัฒน์ กล่าว

มร. มิซาโนริ อิวาเซ Senior Executive Officer บริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา มิตซูบิชิ เอสเตท มุ่งมั่นพัฒนาเมืองด้วยวิสัยทัศน์ระยะยาว แนวคิดการพัฒนาเมืองแบบบูรณาการ และความร่วมมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ตลอดประวัติศาสตร์กว่า 100 ปีของบริษัทฯ เชื่อมาโดยตลอดว่า เมืองที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้นจากพื้นที่ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้ชุมชนเติบโตอย่างยั่งยืน จึงรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับเซ็นทรัลพัฒนาในการพัฒนาโครงการ “CenTRal cENtrAL” ซึ่งสะท้อนปรัชญาร่วมกันด้านการพัฒนาเมืองและความมุ่งมั่นในการสร้างพื้นที่ที่ผู้คน ภาคธุรกิจ และชุมชน สามารถเติบโตไปด้วยกัน เราเชื่อมั่นว่า กรุงเทพมหานครคือหนึ่งในเมืองที่มีศักยภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย ขณะที่สยามสแควร์ก็เป็นพื้นที่ที่มีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางของพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ของเมือง ความร่วมมือในการพัฒนาโครงการในครั้งนี้ บริษัทฯหวังว่าจะได้นำความเชี่ยวชาญระดับโลกด้านการพัฒนาเมืองของ มิตซูบิชิ เอสเตท มาร่วมขับเคลื่อนอนาคตของย่านแห่งนี้ พร้อมสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับกรุงเทพมหานครและคนรุ่นต่อไป

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา Chief Marketing Officer บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด(มหาชน) หรือ CPN กล่าวว่า เมืองระดับโลกมีศูนย์กลาง Youth Culture ที่แข็งแกร่ง เช่น Harajuku ญี่ปุ่น, Seongsu เกาหลีใต้, Tsim Sha Tsui ฮ่องกง และ Shoreditch กรุงลอนดอน เช่นเดียวกับสยามสแควร์ของกรุงเทพฯ เราจึงสร้าง ‘เซ็นทรัล เซ็นทรัล’ เป็น Global Magnet for Young Mindsets ที่ดึงดูดทั้ง Global Young Mindsets, Global Talent และ Global Affluent Travelers อีกทั้งยังปั้น “CEntRal Future Makers”ขับเคลื่อน New Talent และ Creative Entrepreneurs ให้มาร่วมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ โดยตั้งใจออกแบบ Social Public Space กว่า 3,400 ตารางเมตร ส่งเสริม Youth Co-Creation สนับสนุนคนรุ่นใหม่และนักศึกษาจากทุกสถาบัน เป็นพื้นที่งาน Art, Performance, Fashion, Music, Sport, Food และ Emerging Cultures ใหม่ๆ และที่นี่จะเชื่อมต่อกับย่านราชประสงค์และเซ็นทรัลเวิลด์ซึ่งเป็น Global Flagship Destination เพื่อสร้าง Network of Districts ที่แข็งแกร่งของกรุงเทพฯ

นายอิศเรศ จิราธิวัฒน์ Head of Leasing บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด(มหาชน) หรือ CPN กล่าวว่า สยามสแควร์เป็นจุดกำเนิดของเทรนด์ใหม่ๆ มาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายทศวรรษ เป็นพื้นที่ที่ Local Brands หลายแบรนด์เติบโตสู่การเป็นแบรนด์ระดับประเทศ และเป็นเวทีสำคัญที่ Global Brands เลือกในการสร้างการรับรู้และเชื่อมต่อกับผู้บริโภคไทย ผู้คนที่มาสยามสแควร์ไม่ได้มองหาเพียงสินค้า แต่กำลังมองหาแรงบันดาลใจ ค้นพบสิ่งใหม่ และสัมผัสเทรนด์ล่าสุดก่อนใคร ด้วยเหตุนี้ สยามสแควร์จึงเป็นหนึ่งในทำเลยุทธศาสตร์ที่แบรนด์ชั้นนำทั่วโลกให้ความสำคัญ เพราะที่นี่หมายถึงโอกาสในการสร้างอิทธิพลต่อผู้บริโภคและกำหนดทิศทางของตลาดได้ จึงจะสร้างปรากฏการณ์ที่ไม่เคยทำมาก่อนเป็น ‘First Ever’ ให้สยามสแควร์อีกครั้งกับ First Time in Thailand, First Test in Market และ First Concept in Asia ด้วย Cutting-Edge Retail ที่จะเป็น Emerging Brands Platform แห่งแรกของกรุงเทพฯ รวมแบรนด์และประสบการณ์ใหม่ๆ จากทั่วเอเชียและ ทั่วโลกรวมกว่า 300 แบรนด์ เป็นที่ Commerce & Culture Overlap ซึ่งต้องการให้ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นของเทรนด์ใหม่ รองรับ Pop-Up Culture สร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง ในส่วนร้านอาหารจะรวม Food Culture ใหม่ๆ จากทั่วโลก และร้านดัง Popular Neighbourhood Café จากทั่วกรุงเทพฯ มาไว้ในที่เดียว รวมถึงดึงดูดแบรนด์ Sport & Active Lifestyle และ Hobby & Culture ที่กำลังเป็นกระแสจากทั่วโลก ทำให้ทุกครั้งที่มาที่นี่ได้ประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เหมือนเดิมเสมอ Fun, Fast, Flexible

นางสาวจุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ Head of Business & Design Development บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด(มหาชน) หรือ CPN กล่าวว่า บริษัทฯตั้งใจให้ “เซ็นทรัล เซ็นทรัล” เป็นแลนด์มาร์กใหม่และสร้างภาพจำใหม่ของกรุงเทพฯ บนเวทีโลกและเป็น New Bangkok’s Urban Scene ด้วย Public Rooftop Garden จุดชมเมืองที่ผู้คนจากทั่วโลกอยากมาเช็กอินและที่สำคัญการออกแบบสถาปัตยกรรมที่นี่จะต้องมีความโดดเด่นระดับโลก มีคุณค่า มีความหมาย ช่วยยกระดับเมือง เราจึงมองกลับไปที่ DNA ของสยามสแควร์ซึ่งก็คือแฟชั่น และแฟชั่นเริ่มต้นที่ผ้าเสมอ จึงเป็นแรงบันดาลใจสู่คอนเซ็ปต์ “Fabric of the Future” มาตีความให้ร่วมสมัย และมีความแตกต่าง ซึ่งไม่เคยมีใครทำมาก่อน โดยการนำ Fashion Forms ของผ้ามาเป็นภาษาของตึกบน Façade นอกจากนี้ยังผสานสถาปัตยกรรมร่วมสมัยเข้ากับความทรงจำของพื้นที่อีกด้วย และอีกหนึ่งหัวใจของโครงการคือพื้นที่ “Social Theatre” เป็นเหมือน Public Gathering House ที่ทุกคนมาโชว์พลังสร้างสรรค์และทำกิจกรรมได้หลากหลาย


Project Highlights:
-"Social Theatre" เสมือนหัวใจโครงการเป็นพื้นที่ Public Gathering Space ใจกลางโครงการ สามารถรองรับกิจกรรมหลากหลายรูปแบบทั้ง Art, Performance และ Creative Activities ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมาแสดงออกและทดลองไอเดีย ล้อมรอบด้วย Immersive LED Experience ช่วยสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่
-"Skyline Theatre" พื้นที่ลอยฟ้าที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับเมือง ผ่าน Rooftop City View, Public Garden, Café และ Dining Destination ที่เปิดมุมมองสู่สี่แยกปทุมวัน เราต้องการให้พื้นที่แห่งนี้เป็นทั้งจุดพักผ่อน จุดนัดพบ และเป็น Gateway แห่งใหม่ของสยามสแควร์
-“The Urban Ground”, “Designer Maison”, “The Wardrobe”, “Passion Field”, “Motion Ground” เป็น “Flexible Retail Space” แรงบันดาลใจจาก Shop House ของสยามสแควร์รองรับ Pop-up Culture และการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ได้อย่างรวดเร็ว ทั้ง Fashion, Lifestyle, Sport, Gadget เปิดโอกาสให้แบรนด์ไทย แบรนด์เกิดใหม่ ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ และแบรนด์จากทั่วเอเชีย ได้ทดลองไอเดียและนำเสนอคอนเซ็ปต์ใหม่อยู่เสมอ
-ร้านอาหารและคาเฟ่คอนเซ็ปต์ใหม่ที่รวมประสบการณ์ Food Culture หลากหลายจากทั่วโลกและรวมร้านดัง Popular Neighbourhood Café จากทั่วกรุงเทพฯ มาไว้ที่นี่ที่เดียว ทั้งโซน “Social Haus” All-Day Dining เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมือง, “Friend Table” และ “Join Joy” พื้นที่ Dining & Mingling Hub และคาเฟ่ในสวน Rooftop “Skyline Theatre”
