เอไอเอ เปิดฉากความยิ่งใหญ่ระดับภูมิภาคในพิธีมอบรางวัล “AIA Healthiest Schools” ณ กรุงเทพมหานคร สะบัดธงรบนำทัพสถานศึกษาโชว์เคสไอเดียเปลี่ยนโลก ลบภาพจำเด็กติดจอสมาร์ทโฟน สู่การลงมือทำจริงผ่าน 4 เสาหลักสุขภาพ เผยปี 69 กระแสตอบรับแรงทุบสถิติ มีโรงเรียนเข้าร่วมถล่มทลายกว่า 1,500 แห่งทั่วประเทศไทย ขยายตัวก้าวกระโดดจากพลังพันธมิตรรัฐ-เอกชน ขณะที่เวทีระดับภูมิภาคดุเดือดไม่แพ้กัน ผลประกวดโรงเรียนชายแดนอินโดนีเซียคว้าแชมป์ใหญ่จากไอเดียอัปไซเคิลเปลือกกล้วย ด้านสถาบันไทย “โรงเรียนบ้านจันทัย” และ “โรงเรียนพานพิทยาคม” ประกาศความพร้อมกรีฑาทัพสู่เวทีสากล ลั่นกลองรบชัดเจน "ไม่เน้นยอดขาย ไม่ขายประกันในโครงการ" แต่เน้นสร้างรากฐานมนุษย์ที่ยั่งยืน พร้อมกางมาตรการสุดโหด ลงตรวจพื้นที่จริง ห้ามแชมป์เก่าแข่งซ้ำหัวข้อเดิม มุ่งตัดวงจรโรคภัยไข้เจ็บตั้งแต่รั้วโรงเรียน พร้อมทะยานสู้เป้าหมายใหม่ดึง "เมียนมา" และ "นิวซีแลนด์" เข้าร่วมสมรภูมิสุขภาพ เสริมทัพจากเดิม 10 ตลาดใหญ่ในเอเชียแปซิฟิก หวังขยับเพดานการเข้าถึงระบบนิเวศสุขภาพที่แข็งแกร่งให้ครอบคลุมเยาวชนนับล้านคนทั่วภูมิภาค
โครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี AIA Healthiest Schools เปิดตัวครั้งแรกในปี 2565 และปัจจุบันได้ขยายผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องทั่วภูมิภาค ครอบคลุม 10 ตลาดในเอเชียแปซิฟิก โดยโครงการนี้ช่วยสนับสนุนให้โรงเรียนและชุมชนสามารถส่งเสริมให้เรื่องสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเด็กนักเรียนผ่าน 4 มิติ ได้แก่ การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ (Healthy Eating) การใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง (Active Lifestyles) สุขภาพใจที่ดี (Mental Wellbeing) และการดูแลสุขภาวะเพื่อความอย่างยั่งยืน (Health & Sustainability)
การประกวดในปี 2568/69 ประสบความสำเร็จด้วยจำนวนโรงเรียนที่ส่งผลงานเข้าแข่งขันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนความมุ่งมั่นของครูอาจารย์และเยาวชนที่ต้องการผลักดันกิจกรรมด้านสุขภาวะภายในชุมชนของตนเอง
ผลงานที่ส่งเข้าร่วมการแข่งขันยังสะท้อนให้เห็นว่าโรงเรียนต่างมีแนวทางที่สร้างสรรค์ในการเปลี่ยนพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพให้กลายเป็นกิจวัตรประจำวัน ทั้งในห้องเรียน ครอบครัว และชุมชน โดยหลายโรงเรียนได้แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่ชัดเจนในระยะยาว

นายสจ๊วต เอ สเปนเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด กลุ่มบริษัทเอไอเอ (AIA) และประธานคณะกรรมการตัดสินการแข่งขัน โครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี AIA Healthiest Schools เปิดเผยว่า การแข่งขันโครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญด้านสุขภาวะเยาวชนในภูมิภาคเอเชียที่ช่วยให้เยาวชนสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปดูแลสุขภาพของตนเองได้จริง
ทั้งนี้ เอไอเอ ได้เล็งเห็นสิ่งที่น่ากังวลทั่วภูมิภาค ทั้งการขาดการออกกำลังกาย การได้รับสารอาหารที่ไม่ครบถ้วน และปัญหาสุขภาพใจที่เพิ่มขึ้นในหมู่เยาวชน โดยเรามีหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่าการป้องกันปัญหาเหล่านี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนได้ ในโครงการนี้ นักเรียนได้รู้จักพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพ รวมถึงทักษะที่สำคัญต่อชีวิตอย่างความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา และการทำงานเป็นทีม
“นอกจากโครงการของเราจะเน้นการสร้างความตระหนักรู้แล้ว เรายังผลักดันการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างยั่งยืนผ่านกิจกรรมที่สอดคล้องกับคำมั่นสัญญาของเอไอเอ ‘Healthier, Longer, Better Lives – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น’ เราขอแสดงความยินดีกับ โรงเรียน SMP IL Kapten Fatubaa ประเทศอินโดนีเซีย ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับภูมิภาคเอเชีย และโรงเรียนผู้ชนะในแต่ละสาขา ความมุ่งมั่นในการดำเนินกิจกรรมของเหล่าโรงเรียนผู้ชนะจะเป็นแรงบันดาลใจให้โรงเรียนอีกมากมายทั่วภูมิภาค และช่วยปูทางให้เยาวชนทั่วเอเชียมีสุขภาพที่ดีขึ้น"นายสจ๊วต กล่าว

นางสาวชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา โครงการ AIA Healthy Schools ได้รับผลตอบรับที่ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากจุดเริ่มต้นที่มีโรงเรียนเข้าร่วมเพียงไม่กี่ร้อยแห่ง จนถึงปีล่าสุดมีโรงเรียนเข้าร่วมมากกว่า 1,500 โรงเรียน ความสำเร็จนี้เกิดจากหัวใจสำคัญคือ “ความร่วมมือ (Partnership)” จากภาคส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการ,สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานรัฐอื่น ๆ ซึ่งช่วยให้ AIA สามารถเข้าถึงโรงเรียนในวงกว้างได้เกินขีดความสามารถของบริษัทเพียงลำพัง
ทั้งนี้เป้าหมายของการทำธุรกิจประกันชีวิตในปัจจุบันได้เปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงบริษัทที่คอยจ่ายเคลมเมื่อเกิดการเจ็บป่วยหรือเสียชีวิต ไปสู่การเป็น Health Partner ที่พร้อมดูแลลูกค้าในทุกช่วงเวลาของชีวิต โดยเชื่อมั่นว่าการสร้างสังคมที่มีสุขภาพดีต้องเริ่มจากการปลูกฝังเด็กซึ่งเป็นอนาคตของชาติ และโรงเรียนคือสถานที่สำคัญที่สุดในการสร้างวินัยสุขภาพตั้งแต่วันแรก
โครงการ AIA Healthy Schools ได้จัดทำสื่อและองค์ความรู้ส่วนกลางที่ครอบคลุมมิติสุขภาพ 4 ด้านหลัก เพื่อให้โรงเรียนนำไปปรับใช้ตามบริบทของตนเอง ได้แก่
1.โภชนาการ (Nutrition): ดูแลเรื่องการรับประทานอาหารให้ถูกต้องตามหลักวัย
2.การใช้ชีวิตที่กระฉับกระเฉง (Active Lifestyle): ส่งเสริมให้เด็กเคลื่อนไหวร่างกาย ลดการใช้เวลาหน้าจอ และหากิจกรรมที่สร้างสรรค์ในชีวิตประจำวัน
3.สุขภาพใจ (Mental Well-being): สอนให้เด็กเข้าใจอารมณ์ตนเองและรู้จักความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (Empathy) ผ่านกิจกรรมอย่าง "เก้าอี้เพื่อนซี้" (Buddy Bench) ที่ช่วยให้เด็กได้รับแรงสนับสนุนจากเพื่อนเมื่อรู้สึกไม่ดี,
4.สิ่งแวดล้อม (Environmental Sustainability): ส่งเสริมการดูแลสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนและชุมชนรอบข้าง
นางสาวชลิดา กล่าวต่อว่า ตัวอย่างโรงเรียนในประเทศไทยที่ชนะการประกวดในระดับภูมิภาค ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการนำองค์ความรู้ไปต่อยอดได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยโรงเรียนได้นำงบประมาณที่ได้รับจากการชนะการประกวดไปลงทุนซื้อ "เครื่องรีไซเคิลขยะ" และฝึกให้เด็กนักเรียนระดับมัธยมเป็นผู้ควบคุมเครื่อง
โครงการนี้ไม่ได้หยุดแค่ในรั้วโรงเรียน แต่ยังขยายผลไปสู่ชุมชน โดยขอความร่วมมือให้ผู้ปกครองนำขยะจากบ้านมาที่โรงเรียน เพื่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ และของที่ระลึกสำหรับจำหน่าย, กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณขยะ แต่ยังเปลี่ยนพฤติกรรมเด็กจากการติดหน้าจอมาเป็นการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อชุมชนอีกด้วย
“โครงการนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับยอดขายใด ๆ ของ AIA เลย โดยเจตนารมณ์ในการดำเนินโครงการ ความสำเร็จครั้งนี้ได้รับการรับรองหลักสูตรจากกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งช่วยส่งเสริมให้ครูและผู้อำนวยการโรงเรียนสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างเต็มที่ เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศสุขภาพที่แข็งแกร่งให้กับเยาวชนไทยในระยะยาว" นางสาวชลิดากล่าว
ปัจจุบัน โครงการ AIA Healthy Schools ในระดับภูมิภาค (Regional Competition) มีโรงเรียนจากประเทศต่าง ๆ ในเครือเอไอเอเข้าร่วมชิงชัยถึง 10 โรงเรียน โดยประเทศไทยมีโรงเรียนบ้านจันทัย จ.อุบลราชธานี และโรงเรียนพานพิทยาคม จ.เชียงราย เป็นตัวแทนผู้ชนะระดับประเทศที่เข้ารอบไปชิงความเป็นหนึ่งในระดับสากล
ความสำเร็จของโรงเรียนไทยที่คว้าแชมป์ในระดับภูมิภาคภายใต้โครงการ AIA Healthy Schools เมื่อปีที่ผ่านมา ถือเป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนถึงการนำองค์ความรู้ 4 เสาหลักของเอไอเอ (โภชนาการ, การใช้ชีวิตที่กระฉับกระเฉง, สุขภาพใจ และสิ่งแวดล้อม) มาต่อยอดได้อย่างเป็นรูปธรรมและเห็นผลชัดเจนที่สุด
โรงเรียนผู้ชนะได้มุ่งเน้นไปที่เสาหลักด้าน “สิ่งแวดล้อม (Environmental Sustainability)” โดยนำงบประมาณที่ได้จากการชนะประกวดในปีก่อนๆ ไปต่อยอดซื้อเครื่องรีไซเคิลขยะเพื่อใช้งานภายในโรงเรียน ซึ่งทางเอไอเอทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ให้องค์ความรู้และแนวทางเบื้องต้น แต่คณะครูและนักเรียนได้นำไปประยุกต์ใช้จนเกิดเป็นระบบที่เข้มแข็ง
หัวใจสำคัญที่ทำให้โครงการนี้โดดเด่นคือการดึง “พลังชุมชน” เข้ามามีส่วนร่วม โดยโรงเรียนได้ขอความร่วมมือให้ผู้ปกครองและคนในพื้นที่รวบรวมขยะที่เหลือทิ้งจำนวนมากในชุมชนมาส่งมอบให้กับโรงเรียน กระบวนการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณขยะในพื้นที่ แต่ยังเป็นการฝึกทักษะอาชีพให้แก่เด็กนักเรียนในระดับมัธยมศึกษา โดยคุณครูจะฝึกให้นักเรียนเรียนรู้วิธีการควบคุมเครื่องรีไซเคิลและบริหารจัดการคิวงานในช่วงเวลาพักอย่างเป็นระบบ
ผลลัพธ์ที่ได้จากการรีไซเคิลนั้นน่าทึ่งอย่างยิ่ง นักเรียนได้ร่วมกันระดมไอเดียเพื่อนำวัสดุรีไซเคิลมาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้จริงและสร้างรายได้ เช่น
-โต๊ะและเก้าอี้นักเรียน: ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล 100% สำหรับใช้งานในโรงเรียน
-ของที่ระลึก: สินค้ากระจุกกระจิกสำหรับจำหน่ายให้แก่ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมชุมชน ซึ่งสร้างรายได้กลับคืนสู่โรงเรียนและชุมชน
ความสำเร็จที่แท้จริงไม่ใช่เพียงแค่ผลิตภัณฑ์ที่ได้ แต่คือการเปลี่ยนพฤติกรรมของเยาวชน จากเดิมที่เด็กอาจจะใช้เวลาหลังเลิกเรียนไปกับการอยู่หน้าจอสมาร์ทโฟน แต่โครงการนี้ได้เปลี่ยนให้เด็กๆ มารวมตัวกันสร้างสรรค์กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ กระทรวงศึกษาธิการ ให้การรับรองหลักสูตรของ AIA Healthy Schools ทำให้คณะครูและผู้อำนวยการทั่วประเทศมีความมั่นใจในการนำโครงการนี้ไปปรับใช้ตามบริบทของแต่ละโรงเรียน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายใหญ่ในการสร้างระบบนิเวศสุขภาพที่แข็งแรงให้แก่เด็กไทยทั่วประเทศ
ปัจจุบันโครงการ AIA Healthy Schools ได้รับความสนใจจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ โดยในปีล่าสุดมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการมากกว่า 1,500 แห่ง ซึ่งถือเป็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมาที่มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมประมาณ 1,000 แห่ง, โดยเอไอเอตั้งเป้าหมายที่จะขยับเพดานจำนวนโรงเรียนให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงองค์ความรู้ด้านสุขภาพให้ครอบคลุมทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทั่วประเทศ
ทั้งนี้จากสถิติที่ผ่านมา พบว่าโรงเรียนในพื้นที่ ภาคเหนือและภาคอีสาน เป็นกลุ่มที่มีความโดดเด่นและผ่านเข้ารอบการประกวดเป็นจำนวนมาก ปัจจัยหลักเกิดจาก "ความเข้มแข็งของชุมชน" ที่เข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ซึ่งแตกต่างจากบริบทของโรงเรียนในกรุงเทพมหานคร ที่มักจะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างครูกับนักเรียนเพียง 2 ฝ่าย
"ในต่างจังหวัด เราเห็นแรงสนับสนุนจากชุมชนที่เข้ามาช่วยทำให้โครงการยิ่งใหญ่และเป็นระบบมากขึ้น" นางสาวชลิดากล่าว พร้อมยกตัวอย่างโรงเรียนใน จังหวัดตาก ที่ได้รับความร่วมมือจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานรัฐในพื้นที่ ช่วยระดมคนในชุมชนให้มาร่วมรวบรวมขยะ เพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของโรงเรียน”นางสาวชลิดา กล่าว
ทั้งนี้เอไอเอไม่ได้หยุดเพียงแค่การมอบรางวัล แต่ยังมีระบบการติดตามผล (Post-award monitoring) ที่เข้มงวด โดยจะมีการส่งแบบสำรวจและลงพื้นที่เยี่ยมชมโรงเรียนที่ชนะเลิศเพื่อดูว่าได้นำเงินรางวัลไปใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์หรือไม่ กรณีศึกษาที่น่าสนใจคือโรงเรียนที่ชนะรางวัลในระดับภูมิภาค ซึ่งเริ่มจากการนำเงินรางวัลในรอบย่อยไปจัดซื้อ "เครื่องรีไซเคิลขยะ" และเมื่อสามารถคว้าเงินรางวัลในระดับที่ใหญ่ขึ้น ก็ได้นำเงินก้อนนั้นไปต่อยอดสร้าง "ห้องคอมพิวเตอร์" ให้กับนักเรียน สะท้อนให้เห็นถึงการนำรางวัลไปสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนต่อการศึกษาและสุขภาพของเด็กๆ อย่างแท้จริง
สำหรับโรงเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับภูมิภาค (Regional Final Prize) จะมีการเว้นระยะการเข้าร่วมในปีถัดไปทันที เพื่อเปิดโอกาสให้โรงเรียนอื่นๆ ได้มีส่วนร่วม โดยเอไอเอต้องการเห็นการมีส่วนร่วม ความผูกพัน และการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี หากโรงเรียนต้องการกลับมาแข่งใหม่ ต้องเปลี่ยนหัวข้อหรือหัวข้อโครงการใหม่ (Change topic) เพื่อไม่ให้เป็นโครงการเดิมซ้ำๆ ตามมรรยาททางการแข่งขัน
โดยเอไอเอต้องการประกาศย้ำถึงจุดยืนว่าไม่ได้ต้องการเป็นเพียงผู้จ่ายเคลมประกัน (Claim payer) เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด แต่ต้องการเป็น Health Partner ที่ดูแลชีวิตคนไทยในทุกช่วงเวลา,, โดยเชื่อมั่นว่า "โรงเรียน" คือสถานที่สำคัญที่สุดในการปลูกฝังนิสัยสุขภาพที่ดีตั้งแต่วันแรก
โครงการ AIA Healthy Schools จึงถูกออกแบบมาบน 4 เสาหลัก (โภชนาการ, การใช้ชีวิตที่กระฉับกระเฉง, สุขภาพใจ และสิ่งแวดล้อม),, เพื่อแก้ปัญหาเทรนด์สุขภาพในอนาคต เช่น การติดโซเชียลมีเดียหรือภาวะเฉื่อยชาจากการไม่เคลื่อนไหวร่างกาย ซึ่งโครงการนี้ไม่มีเป้าหมายเพื่อสร้างยอดขายประกันภัย แต่เป็นความตั้งใจในการสร้างเมล็ดพันธุ์แห่งสุขภาพที่สามารถเติบโตต่อไปได้เองในระยะยาว แม้วันหนึ่งเอไอเอจะไม่ได้เป็นผู้ขับเคลื่อนหลักก็ตาม
โรงเรียนที่ชนะการประกวดในโครงการ AIA Healthy Schools สามารถนำเงินรางวัลไปต่อยอดเพื่อสร้างความยั่งยืนและพัฒนาศักยภาพของนักเรียนได้ในหลากหลายรูปแบบ โดยเน้นการเปลี่ยนงบประมาณให้เป็นนวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ประโยชน์ได้จริง ได้แก่
-การจัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องจักรด้านสิ่งแวดล้อม: โรงเรียนหลายแห่งนำเงินรางวัลจากรอบย่อยๆ มาสะสมเพื่อจัดซื้อ เครื่องรีไซเคิลขยะ เพื่อจัดการปัญหาขยะในชุมชนอย่างครบวงจร,
-การพัฒนาเทคโนโลยีและการศึกษา: เมื่อได้รับเงินรางวัลในระดับที่ใหญ่ขึ้น โรงเรียนสามารถนำไปลงทุนสร้าง ห้องคอมพิวเตอร์ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการเรียนรู้ให้แก่เด็กนักเรียน
3การสร้างรายได้หมุนเวียนและอุปกรณ์ใช้สอย: ผลจากการใช้เครื่องรีไซเคิลขยะ โรงเรียนสามารถต่อยอดนำวัสดุที่ได้มาผลิตเป็น โต๊ะและเก้าอี้นักเรียน รวมถึงทำ ของที่ระลึก เพื่อจำหน่ายให้คนในชุมชน ซึ่งช่วยสร้างรายได้กลับคืนสู่โรงเรียนอีกทางหนึ่ง
-ด้านการเกษตรและโภชนาการ: มีการนำเงินรางวัลไปต่อยอดในการ ปลูกผักเอง ภายในโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนมีผักที่ปลอดภัยรับประทานในโรงอาหาร และยังสามารถขยายผลการเรียนรู้ร่วมกับชุมชนรอบข้างได้
ทั้งนี้ ทางเอไอเอจะมีระบบติดตามผลหลังมอบรางวัล โดยการส่งแบบสำรวจและ การลงพื้นที่เยี่ยมชมโรงเรียน เพื่อตรวจสอบว่าโรงเรียนได้นำเงินรางวัลไปใช้ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงและเกิดประโยชน์ต่อสุขภาพและชีวิตของเด็กนักเรียนตามวัตถุประสงค์ของโครงการอย่างแท้จริง

และเมื่อคืนวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เอไอเอ ได้จัดพิธีมอบรางวัลระดับภูมิภาคให้แก่โรงเรียนผู้ชนะ ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย พร้อมมอบเงินรางวัลรวม 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการสานต่อการดำเนินกิจกรรมด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของโรงเรียน ได้แก่
-รางวัลชนะเลิศระดับภูมิภาค – โรงเรียน SMP IL Kapten Fatubaa ประเทศอินโดนีเซีย
โรงเรียน SMP IL Kapten Fatubaa อยู่ในหมู่บ้านชายแดนห่างไกลแห่งหนึ่งในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งนักเรียนต้องข้ามแม่น้ำและเดินทางผ่านเส้นทางทุรกันดารเพื่อไปโรงเรียน ทางคุณครูจึงได้เปลี่ยนปัญหาขยะในชุมชนให้กลายเป็นโอกาสการเรียนรู้ที่ทรงคุณค่า ผ่านโครงการ “Huka Upcycling Project” ที่ให้นักเรียนนำเปลือกกล้วยซึ่งเป็นขยะเหลือใช้มาแปรรูปเป็นไอศกรีม ปุ๋ยหมัก และปุ๋ยน้ำชีวภาพ ผสานการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์เข้ากับการสร้างทักษะผู้ประกอบการและการพัฒนาชุมชน โดยโครงการนี้ได้สร้างประโยชน์ให้กับผู้คนมากกว่า 1,000 คน โดยช่วยยกระดับความรู้ความเข้าใจด้านสิ่งแวดล้อม สนับสนุนเกษตรกรในท้องถิ่น และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างชุมชนข้ามพรมแดนอีกด้วย
โรงเรียนผู้ชนะในแต่ละสาขา
รางวัลสาขาการดูแลสุขภาวะเพื่อความอย่างยั่งยืน – โรงเรียน Angchum Secondary School ประเทศกัมพูชา
โรงเรียนได้ดำเนินโครงการรณรงค์ที่ขับเคลื่อนโดยนักเรียนร่วมกับความร่วมมือจากชุมชน เพื่อส่งเสริมการลดการใช้พลาสติก การดูแลสุขอนามัย และการรักษาสิ่งแวดล้อม ความริเริ่มดังกล่าวช่วยสร้างพฤติกรรมที่ยั่งยืนและยกระดับแนวปฏิบัติด้านสุขภาพให้ดีขึ้น ทั้งภายในโรงเรียนและในชุมชนโดยรอบ
-รางวัลสาขาการมีสุขภาพใจที่ดี – โรงเรียน Chongqing Nan’an District Shanhu Puhui Experimental Primary School ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่
โครงการ “Emotion Eco-Park” ช่วยให้นักเรียนพัฒนาความตระหนักรู้ด้านอารมณ์และเรียนรู้การแก้ไขความขัดแย้งผ่านกิจกรรมที่ออกแบบอย่างเป็นระบบและพื้นที่การเรียนรู้เฉพาะทาง ความริเริ่มนี้ช่วยลดความขัดแย้งระหว่างนักเรียนและสร้างบรรยากาศภายในโรงเรียนที่เป็นมิตรและเอื้อต่อการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น
-รางวัลสาขาการใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง – โรงเรียน Sekolah Kebangsaan Manir ประเทศมาเลเซีย
โรงเรียนได้จัดทำโครงการ “Sihat Aktif Manirian” ซึ่งใช้ระบบติดตามผลทางดิจิทัลและการตั้งเป้าหมายส่วนบุคคลเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีในชีวิตประจำวัน โครงการนี้ช่วยเพิ่มการดื่มน้ำอย่างเพียงพอ สร้างความตระหนักด้านสมรรถภาพทางกาย และส่งเสริมให้นักเรียนมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสุขภาวะของตนเองมากขึ้น
รางวัลสาขาการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ – โรงเรียน Chu Van An Primary School ประเทศเวียดนาม
โรงเรียนดำเนินโครงการ “Happy Meal” ส่งเสริมการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพผ่านการให้ความรู้ด้านโภชนาการ การทำเกษตรอินทรีย์ในโรงเรียน และกิจกรรมการประกอบอาหารแบบลงมือปฏิบัติจริง โครงการนี้ช่วยปรับปรุงพฤติกรรมการบริโภคอาหารของนักเรียนได้อย่างมีนัยสำคัญ เพิ่มสัดส่วนนักเรียนที่มีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์สุขภาพดี และฟื้นฟูความเชื่อมั่นของผู้ปกครองและนักเรียนที่มีต่ออาหารกลางวันของโรงเรียนอีกด้วย
ทั้งนี้โครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี AIA Healthiest Schools ประจำปี 2569/70 จะเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จจากปีนี้และขยายการดำเนินงานให้ครอบคลุมเมียนมาและนิวซีแลนด์ เพิ่มเติมจากประเทศเดิมที่ดำเนินโครงการอยู่แล้ว ได้แก่ ออสเตรเลีย กัมพูชา เขตบริหารพิเศษฮ่องกง อินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาชนจีน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา ไทย และเวียดนาม โดยการขยายขอบเขตครั้งนี้จะช่วยให้ เอไอเอ สามารถส่งเสริมสุขภาวะที่ดีให้แก่นักเรียนและชุมชนในวงกว้างยิ่งขึ้นทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตามคำมั่นสัญญาของเอไอเอ “Healthier, Longer, Better Lives – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น