“สิริพงศ์” นั่งหัวโต๊ะติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ และการใช้จ่ายของกระทรวงคมนาคม ย้ำให้ทุกหน่วยขับเคลื่อนโครงการให้เป็นไปตามกรอบเวลา กำชับการบริหารสัญญาต้องคำนึงถึงความจำเป็น และความสำคัญต่อพี่น้องประชาชนเป็นลำดับแรก
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ และการใช้จ่ายภาครัฐ ครั้งที่ 1/2569 ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม โดยมีนายธนชัย สินธุไพร ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายคชศักดิ์ ศิริรัตน์มานะวงศ์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายปัญญา ชูพานิช นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ นางสาวรัชนีพร ธิติทรัพย์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรงคมนาคม เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมกระทรวงคมนาคม

นายสิริพงศ์ เปิดเผยว่า จากการรายงานความคืบหน้าการเบิกจ่ายงบประมาณของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2569 ยังล่าช้ากว่าแผน จึงได้ติดตามและเร่งรัดการเบิกจ่าย และขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ ให้เป็นไปตามกรอบเวลา เพื่อให้เม็ดเงินกระจายลงสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุดโดยในส่วนของกระบวนงานภายในกระทรวงคมนาคม อาทิ งานด้านเอกสาร หรืองานด้านพัสดุ ได้มอบหมายรองปลัดกระทรวงคมนาคม เร่งรัดการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผน ส่วนงานที่ต้องประสานงานกับหน่วยงานภายนอก อาทิ กระทรวงการคลัง หรือกรมบัญชีกลาง ให้ฝ่ายเลขาฯ รวบรวมข้อมูลว่าในแต่ละหน่วยงานติดขัดในขั้นตอนใด โดยตนจะรับไปดำเนินงานประสานงานให้ เพื่อให้การเบิกจ่ายเป็นไปตามแผนให้มากที่สุด

นายสิริพงศ์ กล่าวในช่วงท้ายว่า ในการประชุมครั้งถัดไปขอให้ทุกหน่วยงานแสดงข้อมูลเปรียบเทียบความคืบหน้ารายเดือน และแยกประเภทให้ชัดเจน รวมถึงกำชับให้หน่วยงานบริหารสัญญา โดยคำนึงถึงโครงการที่มีความจำเป็นและมีความสำคัญต่อพี่น้องประชาชนมาเป็นลำดับแรก อย่างไรก็ตาม ต้องพร้อมที่จะปรับรูปแบบสัญญาให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะกรณีการเกิดอุบัติเหตุในระหว่างการก่อสร้าง อาทิ อุบัติเหตุเครนถล่ม บริเวณถนนพระราม 2 หรือน้ำรั่วซึมเข้ารถไฟฟ้าสายสีม่วง เพื่อให้การก่อสร้างเกิดผลกระทบในแง่ลบน้อยที่สุด และสำหรับการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ใกล้ถึงคราวงบประมาณของกระทรวงคมนาคม จะถูกบรรจุวาระพิจารณาขอบกรรมาธิการงบประมาณฯ จึงขอให้ทุกหน่วยงานเตรียมข้อมูลให้พร้อม ทั้งความจำเป็น เหตุผลความคุ้มค่า และผลสัมฤทธิ์ของงาน หากต้องมีการเสนอขอเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงงบประมาณ
