“ซีคอน” ประกาศสวนสงครามศก.ตุนเหล็ก 6 เดือนหักดิบเงินเฟ้อ ปักธงบุก EEC ขยายฐานตจว.ครั้งแรก สาขาชลบุรี-บางแสน ล้างบางผู้รับเหมาฯทิ้งงาน ลั่นไม่ปรับลดเป้ารายได้ทั้งปี 1 พันล้านบาท
อสังหาริมทรัพย์

“ซีคอน” ประกาศสวนสงครามศก.ตุนเหล็ก 6 เดือนหักดิบเงินเฟ้อ ปักธงบุก EEC ขยายฐานตจว.ครั้งแรก สาขาชลบุรี-บางแสน ล้างบางผู้รับเหมาฯทิ้งงาน ลั่นไม่ปรับลดเป้ารายได้ทั้งปี 1 พันล้านบาท

ซีคอนฯ เดินเกมบริหารความเสี่ยงเชิงรุกขั้นสุด ล็อกระบบซัพพลายเชนแน่นหนาไม่ให้กระทบกระเป๋าเงินลูกค้า ควักเงินตุนเหล็กเส้นล่วงหน้ายาว 6 เดือน แบกรับความเสี่ยงตรึงราคาช่วยลูกค้าฝ่าวิกฤติโลก  พร้อมหักหัวรบกางปีกยึดน่านน้ำใหม่ เปิดศูนย์ทำเงินถาวรแห่งแรกในตจว. ยึดทำเลทอง "บางแสน" เปิดศึกขายโครงสร้างสำเร็จรูปท้าชนท้องถิ่น ชูจุดขายโครงสร้างแกร่งระดับตำนานยุคสร้างสยามสแควร์ ดัดหลังพวกชอบทิ้งงานการันตีอยู่ยาวเกินชั่วอายุคน หวังดูดเม็ดเงินหมุนเวียนเศรษฐกิจ EEC เต็มสูบ แย้มบิ๊กดีลฉลองเปิดสาขา อัดฉีดส่วนลด-แถมโซลาร์เซลล์ฟรีแบบไม่อั้น รับครึ่งปีแรกยอดวูบ 20% แต่ใจไม่ฝ่อ ยืนกรานเป้าเดิม ทั้งปีแตะ 1,000 ล้านบาท

 

นายมนู ตระกูลวัฒนะกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอน จำกัด เปิดเผยว่า จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันและต้นทุนวัสดุก่อสร้างในประเทศ แต่ซีคอนฯได้ใช้กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงเชิงรุก ด้วยการสั่งซื้อและกักตุนเหล็กเส้นล่วงหน้าสำหรับใช้ในโรงงานผลิตโครงสร้างยาวนานถึง 6 เดือน เพื่อตรึงราคาและรักษาต้นทุนการก่อสร้างให้เสถียรที่สุด อย่างไรก็ตาม ยังมีวัสดุบางประเภทที่ไม่สามารถกักตุนได้ เช่น อิฐมวลเบา (SCG) เนื่องจากกำลังการผลิตในตลาดยังไม่ทันต่อความต้องการ หรือผลิตภัณฑ์สีทาบ้านที่มีอายุการใช้งานจำกัด (Expiration Date) ซึ่งบริษัทจำเป็นต้องบริหารจัดการระบบซัพพลายเชนอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อราคาขายบ้านของลูกค้า

โดยในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 บริษัทมีแผนขับเคลื่อนยอดขายผ่านงานมหกรรมรับสร้างบ้าน 2026 ซึ่งตั้งเป้ายอดขายเฉพาะในงานไว้ที่ 200 - 500 ล้านบาท พร้อมกับการผลิตแบบบ้านซีรีส์ "โยโฮม" (Yo Home) ซึ่งเป็นนวัตกรรมบ้านขนาดเล็กราคาประหยัดที่เจาะกลุ่มข้าราชการและผู้มีรายได้เริ่มต้น เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการดึงกระแสเงินสดและขยายฐานลูกค้าในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

นอกจากนี้ ซีคอนยังเปิดรับจ้างผลิตและขายชิ้นส่วนโครงสร้างสำเร็จรูป (เสา-คาน) ให้แก่ผู้รับเหมา บริษัทสถาปนิก และลูกค้าภายนอกเครือ เพื่อสร้างรายได้เสริม (Non-Housing Revenue) จากกำลังการผลิตที่เหลือของโรงงาน ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมและมีการส่งแบบบ้านเข้ามาให้ประเมินราคาอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน

ล่าสุดบริษัทฯได้เดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดศูนย์บริการแห่งใหม่ที่จังหวัดชลบุรี(บางแสน-ชลบุรี) ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการกระจายฐานลูกค้าสู่พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จากเดิมที่ซีคอนมีศูนย์บริการกระจายอยู่เฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑลจำนวน 4 แห่ง ได้แก่ ศรีนครินทร์, บางแค, งามวงศ์วาน และรามอินทรา การมาเปิดสาขาที่ จ.ชลบุรีในครั้งนี้เป็นการเช่าพื้นที่ระยะยาว 3 ปี+ 3 ปี บนที่ดินเกือบ 300 ตารางวา ใช้งบลงทุนประมาณ 15 ล้านบาท และถือเป็นศูนย์บริการในต่างจังหวัดแห่งแรกอย่างเป็นทางการ

ที่ผ่านมา ซีคอนมีการรับสร้างบ้านในโซนภาคตะวันออกอยู่แล้วเฉลี่ยปีละประมาณ 20 หลัง สร้างรายได้หมุนเวียนกว่า 100 ล้านบาทต่อปี แต่เป็นการบริหารจัดการจากส่วนกลาง การตั้งศูนย์บริการแบบถาวรที่ชลบุรีจะช่วยเพิ่มความมั่นใจ เข้าถึงกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น และคาดหวังว่าจะสามารถสร้างยอดรับรู้รายได้จากศูนย์แห่งนี้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท หรือ 40 หลังต่อปี ตั้งแต่ปีแรกที่เปิดให้บริการ

จากการสำรวจความต้องการของลูกค้าในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก พบว่าขนาดของบ้านที่เป็นกลุ่มตลาดหลัก (Mass Market) จะมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4-5 ล้านบาทต่อหลัง ซึ่งแตกต่างจากพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีความหลากหลายตั้งแต่ระดับราคา 2 ล้านบาทไปจนถึงระดับไฮเอนด์ 50 ล้านบาท (ราคาเฉลี่ยในกรุงเทพฯ อยู่ที่ประมาณ 6 ล้านบาทเศษต่อหลัง)

“ผู้บริโภคในพื้นที่ EEC ให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือและความมั่นคงของบริษัทรับสร้างบ้านเป็นอันดับแรก ๆ เนื่องจากต้องการหลีกเลี่ยงปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงาน ซึ่งในอดีตเคยมีลูกค้าจากชลบุรียอมเดินทางไปติดต่อสร้างบ้านกับซีคอนถึงที่กรุงเทพฯ เพราะเชื่อมั่นในแบรนด์ การเปิดศูนย์ในพื้นที่จึงเป็นการอำนวยความสะดวกและขจัดข้อจำกัดด้านการเดินทางให้กับลูกค้าอย่างแท้จริง”นายมนู กล่าว

นายมนู กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปิดศูนย์รับสร้างบ้านบางแสน-ชลบุรี ถือเป็นก้าวสำคัญของการขยายธุรกิจสู่พื้นที่ที่มีศักยภาพสูงแห่งหนึ่งของประเทศ การลงทุนใน EEC ส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง เกิดการขยายตัวของชุมชน เมือง และกำลังซื้อคุณภาพ ซีคอนจึงต้องการเข้าไปดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด ด้วยมาตรฐานเดียวกับสำนักงานใหญ่ เพื่อให้เจ้าของที่ดินสามารถสร้างบ้านคุณภาพภายใต้มาตรฐานวิชาชีพที่บริษัทพัฒนามายาวนานกว่า 65 ปี บริษัทฯ ประเมินว่าพื้นที่ EEC ยังคงเป็นหนึ่งในทำเลยุทธศาสตร์ของธุรกิจรับสร้างบ้าน จากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาระบบคมนาคม สนามบินอู่ตะเภา ท่าเรือ และการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศและบุคลากรระดับบริหารเข้าสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการบ้านเดี่ยวเพื่ออยู่อาศัยเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของเมือง ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ จึงเลือก บางแสน เป็นศูนย์กลางการให้บริการ เนื่องจากเป็นทำเลที่เชื่อมต่อพื้นที่สำคัญของภาคตะวันออกได้อย่างสะดวก ทั้งชลบุรี ,ศรีราชา, อมตะนคร, ระยอง และฉะเชิงเทรา พร้อมรองรับลูกค้าหลากหลายกลุ่ม  ทั้งผู้บริหารในภาคอุตสาหกรรม เจ้าของธุรกิจ นักลงทุน คนรุ่นใหม่ รวมถึงผู้เกษียณที่ต้องการสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง โดยศูนย์แห่งใหม่นี้ยังช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการเข้าถึงบริการของลูกค้าในพื้นที่ตอนบนของจังหวัดชลบุรีอีกด้วย

ทั้งนี้จากการประเมินแนวโน้มตลาด ซีคอนมองว่าธุรกิจรับสร้างบ้านในพื้นที่ EEC ยังมีโอกาสเติบโตจากความต้องการสร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัยจริง แม้ต้นทุนที่ดินและวัสดุก่อสร้างจะปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะในจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการลงทุนขนาดใหญ่ ส่งผลให้เจ้าของที่ดินจำนวนมากเลือกพัฒนาบ้านบนที่ดินของตนเอง พร้อมให้ความสำคัญกับการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต การบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ และมาตรฐานการก่อสร้างที่ตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน

"ผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และมาตรฐานงานก่อสร้างมากขึ้น การตัดสินใจสร้างบ้านจึงเป็นการลงทุนระยะยาว ซีคอนจึงพัฒนาทั้งระบบก่อสร้าง เทคโนโลยีการผลิต และการออกแบบบ้าน เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งด้านพื้นที่ใช้สอย คุณภาพ และประสิทธิภาพด้านพลังงาน ควบคู่กับการสร้างความมั่นใจตลอดกระบวนการก่อสร้าง หนึ่งในจุดแข็งสำคัญของบริษัทฯ คือ SEACON System และโรงงานผลิตโครงสร้างกึ่งสำเร็จรูปของบริษัท ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำในการก่อสร้าง ยกระดับคุณภาพงาน ลดระยะเวลาดำเนินโครงการ และรักษามาตรฐานงานก่อสร้างได้ตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงหน้างาน ช่วยให้ลูกค้าได้รับบ้านที่มีคุณภาพสม่ำเสมอตามมาตรฐานของบริษัทฯ”นายมนู กล่าว

นอกจากนี้ ยังประเมินว่าในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า ตลาดรับสร้างบ้านในภาคตะวันออกจะยังได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวของเมือง การเพิ่มขึ้นของประชากรรายได้สูง และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรุ่นใหม่ ส่งผลให้ความต้องการบ้านระดับกลางและระดับพรีเมียมเติบโตต่อเนื่อง พร้อมกับความนิยมบ้านประหยัดพลังงาน การเตรียมความ

พร้อมสำหรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้า และการออกแบบที่รองรับสมาชิกหลายช่วงวัยภายในครอบครัว  ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาแบบบ้านของซีคอนในปัจจุบันเพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดในภาคตะวันออก ซีคอนได้กำหนดบทบาทของ ศูนย์รับสร้างบ้าน บางแสน–ชลบุรี ให้เป็นศูนย์กลางการให้บริการสำหรับลูกค้าในจังหวัดชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด โดยมีทีมที่ปรึกษาด้านการขาย สถาปนิก วิศวกร และทีมบริการหลังการขายพร้อมดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดตลอดทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบ การก่อสร้าง จนถึงการส่งมอบบ้าน เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการให้เป็นมาตรฐานเดียวกับสำนักงานใหญ่ ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการสร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัยจริง ซึ่งยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดรับสร้างบ้านในพื้นที่ EEC ทั้งกลุ่มผู้บริหารในนิคมอุตสาหกรรม เจ้าของกิจการ ผู้ประกอบการ และครอบครัวที่มีที่ดินของตนเอง พร้อมต่อยอดบริการ SEACON ID สำหรับลูกค้าที่ต้องการออกแบบบ้านเฉพาะบุคคล เพื่อรองรับตลาดบ้านระดับพรีเมียมที่มีแนวโน้มเติบโตตามกำลังซื้อของภูมิภาค

นายมนู กล่าวต่อว่า การเติบโตของภาคตะวันออกกำลังยกระดับมาตรฐานการแข่งขันของธุรกิจรับสร้างบ้าน ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพ มาตรฐานงานก่อสร้าง เทคโนโลยี ความมั่นคงของบริษัท และบริการหลังการส่งมอบมากกว่าที่เคย ซีคอนจึงพัฒนาองค์ประกอบทุกด้านควบคู่กัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นตั้งแต่วันแรกที่ลูกค้าเข้ามาปรึกษาไปจนถึงวันที่เข้าอยู่อาศัย พบว่าความต้องการของผู้บริโภคในภาคตะวันออก เปลี่ยนแปลงไปสู่การมองหาบ้านที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยระยะยาวมากขึ้น ทั้งการออกแบบพื้นที่ใช้สอยที่ยืดหยุ่น รองรับการทำงานจากบ้าน มีพื้นที่อเนกประสงค์ และสามารถปรับเปลี่ยนตามการขยายตัวของครอบครัวในอนาคต ขณะเดียวกัน บ้านประหยัดพลังงานได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเตรียมความพร้อมสำหรับการติดตั้ง Solar Rooftop จุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า การเลือกใช้วัสดุที่ช่วยลดความร้อน รวมถึงแนวคิด Universal Design เพื่อรองรับสมาชิกทุกช่วงวัยภายในบ้านหลังเดียวกัน

นอกจากการพัฒนาแบบบ้านให้สอดคล้องกับทิศทางตลาดแล้ว ซีคอนยังต่อยอดจุดแข็งจากประสบการณ์ในธุรกิจรับสร้างบ้านกว่า 65 ปี พร้อมผลงานการส่งมอบบ้านมากกว่า 26,000 หลัง โรงงานผลิตโครงสร้างกึ่งสำเร็จรูปของบริษัท เครือข่ายพันธมิตรทางการเงินที่ช่วยอำนวยความสะดวกด้านสินเชื่อ และโครงการ SEACON Privileges ที่มอบสิทธิประโยชน์แก่ลูกค้า เพื่อสร้างคุณค่าเพิ่มตลอดการอยู่อาศัย

เพื่อฉลองการเปิดศูนย์บริการชลบุรี ซีคอนได้จัดแคมเปญพิเศษเอาใจผู้ที่วางแผนสร้างบ้านในพื้นที่ภาคตะวันออก ประกอบด้วย

-เงื่อนไขทางการเงินสุดพิเศษ: ส่วนลดเงินจองสูงสุด 600,000 บาท ลดเงินจองเหลือเพียงครึ่งเดียว และรับส่วนลดเงินจองออนท็อปเพิ่มเป็น 3 เท่าจากเรตปกติ

-บริการทางวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม: ฟรีค่าเจาะสำรวจดินตามมาตรฐาน และบริการปรับเปลี่ยนแบบบ้านโดยสถาปนิกให้ตรงกับความต้องการเฉพาะบุคคล

-ตอบโจทย์รักษ์โลก: แถมฟรีระบบโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่ลูกค้าในเขต EEC ให้ความสนใจเป็นพิเศษเพื่อการประหยัดพลังงานในระยะยาว

-สิทธิประโยชน์ด้านการขนส่ง: ฟรีค่าขนส่งระยะทางไป-กลับ 100 กิโลเมตรแรก

-ราคาพิเศษ: เสนอราคาโครงสร้างชิ้นส่วนสำเร็จรูปในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 3,500 บาทต่อตารางเมตร

เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในการเริ่มต้นสร้างบ้าน พร้อมจัดกิจกรรม "Seacon ช่วยไทย" แจกผักเพื่อสุขภาพแก่ประชาชนในพื้นที่ เพื่อร่วมส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชุมชนในช่วงเปิดศูนย์แห่งใหม่

นายมนู กล่าวเพิ่มเติมว่า จุดแข็งที่ทำให้ซีคอนแตกต่างจากบริษัทรับสร้างบ้านท้องถิ่นและผู้รับเหมารั่วไป คือ การมีโรงงานผลิตชิ้นส่วนโครงสร้างสำเร็จรูปเป็นของตัวเองถึง 2 แห่ง ทำให้สามารถหล่อเสาและคานในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ 100% แตกต่างจากการหล่อคอนกรีตในหน้างานทั่วไปที่อาจได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศและฝีมือแรงงาน อีกทั้งระบบโครงสร้างเสา-คานสำเร็จรูปของซีคอน ได้รับการพิสูจน์ความแข็งแรงทนทานมานานกว่า 60 ปี นับตั้งแต่ยุคที่เริ่มสร้างสยามสแควร์ ซึ่งโครงสร้างเหล่านั้นยังคงมั่นคงอยู่จนถึงปัจจุบัน จึงเป็นสิ่งยืนยันว่าโครงสร้างของซีคอนสามารถรับประกันความปลอดภัยและมีอายุการใช้งานยาวนานเกินกว่า 20 ปีแน่นอน

“ศูนย์รับสร้างบ้าน บางแสน-ชลบุรี สะท้อนถึงความตั้งใจของซีคอนในการเติบโตไปพร้อมกับการพัฒนาของภาคตะวันออก เรามุ่งนำมาตรฐานการก่อสร้าง เทคโนโลยี และประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนานมาสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกหลังที่ส่งมอบสะท้อนคุณภาพ ความคุ้มค่า และความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้ซีคอนตลอดหลายทศวรรษ พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยของภูมิภาคในระยะยาว”นายมนู กล่าว

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัวในช่วงครึ่งปีแรก ปี 2569  ส่งผลให้ยอดขายชะลอตัวลงประมาณ 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Year-on-Year) อย่างไรก็ตาม ซีคอนฯยังคงยืนยันที่จะไม่ปรับลดเป้าหมายยอดขายรวมทั้งปีที่ตั้งไว้ 1,000 ล้านบาท

 

 

 

 

 

  • Tags

You can share this post!