นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบหมายให้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้แทนหารือกับนายเฉลิม อมฤกษ์ ประธานชมรมแท็กซี่มีจินตนาการ และคณะ เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของคนขับรถแท็กซี่ โดยมีนายธนชัย สินธุไพร ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายคชศักดิ์ ศิริรัตน์มานะวงศ์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายเสกสม อัครพันธุ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ผู้แทนกรมการขนส่งทางบก บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมกระทรวงคมนาคม

นายสิริพงศ์ เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล และกระทรวงคมนาคม โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่มุ่งลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชน และยกระดับในการเดินทาง “สะดวก ปลอดภัย และราคาสมเหตุสมผล” เน้นการสร้างความสมดุลระหว่างคนขับรถแท็กซี่ให้อยู่ได้และผู้โดยสารพึงพอใจ สำหรับการหารือกับประธานชมรมแท็กซี่มีจินตนาการ และคณะ ในวันนี้ได้รับทราบปัญหาของคนขับรถแท็กซี่ในประเด็นต่าง ๆ เช่น การไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพราะความปรารถนาสูงสุดของคนขับรถแท็กซี่ส่วนใหญ่ต้องการมีรถแท็กซี่เป็นของตนเอง ในส่วนของกระทรวงคมนาคม มีแนวทางและนโยบายหลายประการที่ตรงกับความต้องการของคนขับรถแท็กซี่ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถไฟฟ้า ซึ่งอยู่ระหว่างการหามาตรการอุดหนุนต้นทุนรถที่ราคาไม่แพง คนขับรถแท็กซี่สามารถซื้อเป็นของตัวเองได้ ลดต้นทุนพลังงาน มีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น เบื้องต้นมีการหารือกับธนาคารบางรายไว้บ้างแล้ว

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า สำหรับข้อเรียกร้องของชมรมฯ ที่ต้องการให้มีแอปพลิเคชันเรียกรถสำหรับรถแท็กซี่ ขณะนี้กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างศึกษาแนวคิดที่จะใช้แอปพลิเคชันของภาครัฐที่มีอยู่ในปัจจุบันเข้ามามีส่วนช่วยคนขับรถแท็กซี่ ด้วยการเพิ่มบริการเรียกรถเข้าไป เพื่อให้คนขับรถค่าแท็กซี่ได้ค่าหัวคิวการเรียกรถ รวมถึงประชาชนยังสามารถนำไปผูกกับโครงการลดภาระค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ของรัฐบาลได้อีกด้วย ซึ่งเชื่อว่าถ้าแนวทางนี้เกิดขึ้นได้จริง ค่าธรรมเนียมในแอปพลิเคชันอื่นจะลดลงตามมาเอง

สำหรับกรณีปัญหาคิวรถแท็กซี่ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้มอบหมายให้ ทอท. สร้างความเป็นธรรมให้คนขับรถแท็กซี่ โดยเฉพาะด้านการมีส่วนร่วมของคนขับรถแท๊กซี่ ซึ่งเมื่อถึงเวลาเกิดการสอบสวนของคนขับรถแท๊กซี่ในกรณีเกิดข้อร้องเรียนต่าง ๆ คนขับรถแท๊กซี่ต้องสามารถมีส่วนร่วมในการสอบสวนนั้น ๆ ได้ รวมถึงมอบหมาย ขบ. ให้ไปหารือกับแอปพลิเคชันเรียกรถ เรื่องการกดยกเลิกรับผู้โดยสารว่าต้องมีบทลงโทษที่มากขึ้น เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน เพราะเมื่อแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารจะโดนร้องเรียนทันที ในขณะที่แอปพลิเคชันเรียกรถสามารถกดยกเลิกก่อนรับผู้โดยสารได้เลย
“ในบางปัญหาถ้ามีผลกระทบกับประชาชนจำนวนมาก อาจจะต้องใช้เวลาในการดำเนินการ ขอให้พี่น้องคนขับรถแท็กซี่เชื่อมั่นและไว้วางใจว่า กระทรวงคมนาคมจะช่วยเหลือทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ซึ่งได้มอบหมายหน่วยงานที่กำกับดูแลช่วยเหลืออย่างเต็มที่ หลังจากนี้ต้องช่วยกันและพร้อมปรับตัว เพื่อให้การขับรถแท็กซี่เป็นอาชีพที่มั่นคง” นายสิริพงศ์ กล่าวในที่สุด
