ไทยเร่งเครื่องสู่ Aviation Hub! วิทยุการบินฯ เปิด 6 โครงการใหญ่ รับเที่ยวบินกว่า 9 แสนเที่ยว พร้อมเปิดเส้นทางบินตรงไทย-จีน
คมนาคม

ไทยเร่งเครื่องสู่ Aviation Hub! วิทยุการบินฯ เปิด 6 โครงการใหญ่ รับเที่ยวบินกว่า 9 แสนเที่ยว พร้อมเปิดเส้นทางบินตรงไทย-จีน

FULLMAX – อุตสาหกรรมการบินไทยเดินหน้าสู่ยุคใหม่ หลัง วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) เปิดแผนพัฒนาเทคโนโลยีการเดินอากาศครั้งใหญ่ในปี 2569 ผ่าน 6 โครงการสำคัญ ยกระดับความปลอดภัย เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจราจรทางอากาศ และรองรับปริมาณเที่ยวบินที่คาดว่าจะทะลุ 919,643 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ยกว่า 2,520 เที่ยวบินต่อวัน พร้อมเปิดเส้นทางบินตรงใหม่ ไทย-จีน หนุนประเทศก้าวสู่ World-class Aviation Hub

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมมุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินควบคู่กับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาการบริหารจราจรทางอากาศ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ลดความล่าช้าของเที่ยวบิน และสนับสนุนการบินที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

หนึ่งในโครงการสำคัญคือ การบูรณาการข้อมูล Weather Radar ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศสามารถติดตามสภาพอากาศแบบเรียลไทม์ ช่วยตัดสินใจได้แม่นยำมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงสภาพอากาศแปรปรวน ลดผลกระทบต่อผู้โดยสารและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจราจรทางอากาศ

พร้อมกันนี้ ยังเร่งพัฒนาระบบ System Wide Information Management (SWIM) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลการบินในรูปแบบดิจิทัลตามมาตรฐาน ICAO โดยตั้งเป้าให้วิทยุการบินฯ ก้าวสู่การเป็น SWIM Service Provider ภายในปี 2573 รองรับการเชื่อมต่อกับระบบการบินโลกอย่างสมบูรณ์

เที่ยวบินปี 69 แตะ 9.2 แสนเที่ยว จีนยังครองตลาดหลัก

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ ประธานกรรมการ บวท. เปิดเผยว่า ปีงบประมาณ 2569 คาดว่าจะมีเที่ยวบินรวม 919,643 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 1.64% จากปีก่อน แม้ยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง แต่ภาพรวมอุตสาหกรรมการบินไทยยังเติบโตต่อเนื่อง

ปัจจุบันมีเที่ยวบินสะสมแล้วกว่า 777,456 เที่ยวบิน แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 385,991 เที่ยวบิน ภายในประเทศ 297,234 เที่ยวบิน และเที่ยวบินผ่านน่านฟ้า 94,231 เที่ยวบิน

ประเทศที่มีเที่ยวบินเข้า-ออกประเทศไทยมากที่สุด ได้แก่ จีน อินเดีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม ขณะที่สนามบินที่มีเที่ยวบินหนาแน่นที่สุด ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ และสมุย

อีกก้าวสำคัญคือ การเปิดใช้เส้นทางบิน L770 (NAN–SAGAG) ในวันที่ 3 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นเส้นทางบินตรงไทย-จีน ผ่านความร่วมมือของไทย จีน และ สปป.ลาว ช่วยลดระยะทางบินได้ถึง 27.5-35.2 ไมล์ทะเล ลดต้นทุนสายการบิน ประหยัดเชื้อเพลิง และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รองรับการเติบโตของการเดินทางระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับจีน

เปิด 6 โครงการยักษ์ ยกระดับการบินไทย

ขณะที่ นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. กล่าวว่า วิทยุการบินฯ เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีด้านการเดินอากาศอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม ผ่าน 6 โครงการสำคัญ ดังนี้

* Weather Radar Integration เชื่อมข้อมูลเรดาร์อากาศกับระบบควบคุมการบิน เพิ่มความแม่นยำในการบริหารเที่ยวบิน เริ่มที่สนามบินสุวรรณภูมิ

* Digital Tower และ Remote Tower นำเทคโนโลยีหอบังคับการบินอัจฉริยะมาใช้ที่สุวรรณภูมิ ดอนเมือง นราธิวาส และเบตง

* System Monitoring and Control (SMC) รวมศูนย์ติดตามระบบวิศวกรรมจราจรทางอากาศทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมง

* ระบบ SWIM เปลี่ยนการแลกเปลี่ยนข้อมูลการบินสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบภายในปี 2573

* ระบบ BOBCAT เทคโนโลยีที่วิทยุการบินฯ พัฒนาเอง ช่วยบริหารเที่ยวบินผ่านน่านฟ้าอัฟกานิสถาน โดยช่วยลดเวลาบินวนกว่า 73,000 นาที ประหยัดเชื้อเพลิงกว่า 8,300 ตัน และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 26,000 ตัน

* Green ATM เดินหน้าพัฒนาการบริหารจราจรทางอากาศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หลังได้รับการรับรอง Green ATM ระดับ 2 และตั้งเป้าสู่ระดับ 3

การดำเนินงานทั้งหมดสะท้อนถึงการยกระดับระบบบริการการเดินอากาศของไทยให้มีความปลอดภัย ทันสมัย และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น ศูนย์กลางการบินระดับโลก (World-class Aviation Hub) ในอนาคต

You can share this post!