ไมเนอร์ ฟู้ด เป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจร้านอาหารรายใหญ่ที่สุดของเอเชีย และเป็นบริษัทย่อยที่บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นทั้งหมด ร่วมกับ Serruya Private Equity (“SPE”) พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ประกาศการลงนามในข้อตกลงเพื่อเข้าซื้อกิจการ Bonchon International (“บริษัท” หรือ “Bonchon”) หนึ่งในแบรนด์แฟรนไชส์อาหารเกาหลีชั้นนำระดับโลก จากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งประกอบด้วย VIG Partners และ Mr. Seo & Family
โดวยธุรกรรมดังกล่าวคาดว่าจะช่วยเพิ่มกำไรให้แก่ไมเนอร์ ฟู้ด ได้ทันทีภายหลังการเข้าซื้อกิจการ โดยได้รับแรงหนุนจากโมเดลธุรกิจของ Bonchon ที่ดำเนินงานผ่านระบบแฟรนไชส์เป็นหลัก และสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมสิทธิ (Royalty fee) อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การลงทุนครั้งนี้ยังถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Asset-Light ของไมเนอร์ ฟู้ด ด้วยการเสริมพอร์ตโฟลิโอด้วยแพลตฟอร์มแฟรนไชส์และแบรนด์ที่มีศักยภาพในการขยายตัวสูง โดยใช้เงินลงทุนในระดับจำกัด
จากแบรนด์เกาหลี สู่ความสำเร็จระดับโลก
Bonchon เป็นหนึ่งในแบรนด์อาหารเกาหลีที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับโลก จากจุดเริ่มต้นของร้านอาหารเพียงแห่งเดียวในเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปี 2545 ก่อนขยายเข้าสู่สหรัฐอเมริกาในปี 2549 ปัจจุบัน Bonchon เติบโตเป็นแพลตฟอร์มแฟรนไชส์ระดับโลกที่มีร้านอาหารประมาณ 500 สาขา โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากตลาดนอกประเทศเกาหลีใต้
ทั้งนี้ Bonchon เป็นที่รู้จักจากไก่ทอดเกาหลีสูตรเฉพาะที่ผ่านกระบวนการทอดสองครั้ง หรือ “Double-Fried” พร้อมซอสสูตรเฉพาะของ Bonchon ขณะเดียวกัน โมเดลธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยแฟรนไชส์ยังเอื้อต่อการขยายธุรกิจในวงกว้าง และสร้างกระแสรายได้ที่สม่ำเสมอและต่อเนื่อง ทั้งจากค่าธรรมเนียมสิทธิ (Royalty fee) และการจำหน่ายซอสสูตรเฉพาะของแบรนด์

พันธมิตรที่พร้อมขับเคลื่อน Bonchon สู่บทใหม่ของการเติบโต
ปัจจุบัน ไมเนอร์ ฟู้ด เป็นผู้ถือสิทธิ์มาสเตอร์แฟรนไชส์ของ Bonchon ในประเทศไทย และบริหารแบรนด์ภายใต้เครือไมเนอร์ ฟู้ด หนึ่งในแพลตฟอร์มธุรกิจร้านอาหารรายใหญ่ที่สุดของเอเชีย เมื่อธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์ ความร่วมมือที่มีมาอย่างยาวนานนี้จะก้าวไปสู่อีกระดับ จากการเป็นผู้ดำเนินธุรกิจ Bonchon ในหนึ่งในตลาดสำคัญ สู่การเป็นเจ้าของแบรนด์และธุรกิจ Bonchon ทั่วโลกนอกทวีปอเมริกา พร้อมเพิ่มแบรนด์ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง ใช้เงินลงทุนต่ำ และสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมสิทธิ (Royalty fee) เข้าสู่พอร์ตโฟลิโอธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของไมเนอร์ ฟู้ด
ด้วยความเชี่ยวชาญของไมเนอร์ ฟู้ด และ SPE ในการบริหารธุรกิจในหลากหลายตลาด ประสบการณ์ด้านแฟรนไชส์ และเครือข่ายธุรกิจที่ครอบคลุมทั้งเอเชียและภูมิภาคอื่นทั่วโลก ทั้งสองฝ่ายมีความพร้อมที่จะร่วมกันผลักดัน Bonchon เข้าสู่การเติบโตในระยะต่อไป
ไมเนอร์ และ SPE มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจร่วมกันมายาวนานกว่า 30 ปี โดย SPE เป็นเจ้าของแบรนด์ Swensen’s ซึ่งไมเนอร์เป็นผู้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย รวมถึงในอีกหลายตลาดทั่วภูมิภาค ความร่วมมือที่ยาวนานนี้เป็นรากฐานสำคัญในการร่วมกันพัฒนาและขยายแบรนด์แฟรนไชส์ระดับนานาชาติอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ต่อยอดการเติบโตและขยายธุรกิจ Bonchon
ปัจจุบัน Bonchon ดำเนินธุรกิจใน 9 ตลาดหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เมียนมา ไต้หวัน ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย ซึ่งเป็นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการขยายธุรกิจเพิ่มเติมในอนาคต การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะช่วยเสริมพอร์ตโฟลิโอของไมเนอร์ ฟู้ด ด้วยแบรนด์ที่มีศักยภาพในการขยายตัวสูงภายใต้โมเดล Asset-Light และมีปัจจัยสนับสนุนผลตอบแทนในระยะยาวที่แข็งแกร่ง
ด้วยแผนการเปิดสาขาใหม่อย่างต่อเนื่องทั้งในตลาดปัจจุบันและตลาดใหม่ Bonchon มีศักยภาพในการสร้างการเติบโตของยอดขายรวมทั้งระบบและรายได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว
นอกเหนือจากการเป็นเจ้าของแบรนด์และการบริหารระบบแฟรนไชส์แล้ว Bonchon ยังเป็นเจ้าของและดำเนินการโรงงานผลิตซอสของตนเอง ซึ่งมีพื้นที่รองรับการขยายกำลังการผลิตตามการเติบโตของเครือข่ายในอนาคต การผสานการเป็นเจ้าของแบรนด์ การบริหารแฟรนไชส์ และห่วงโซ่อุปทานซอสเข้าไว้ในแพลตฟอร์มเดียวกัน ช่วยสร้างฐานรายได้และกำไรที่มีความแข็งแกร่ง พร้อมเปิดโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว

มุ่งเติบโตไปพร้อมกับพันธมิตรของ Bonchon
นายเดลเลน โซ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด จำกัด กล่าวว่า Bonchon เป็นหนึ่งในแบรนด์ระดับโลกที่โดดเด่นซึ่งถือกำเนิดในประเทศเกาหลีใต้ และได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคทั่วโลก ขณะเดียวกัน บริษัทมีความเข้าใจในแบรนด์นี้เป็นอย่างดีจากประสบการณ์ในการบริหาร Bonchon ในประเทศไทย ทั้งนี้ บริษัทภาคภูมิใจที่กำลังก้าวขึ้นเป็นเจ้าของแบรนด์และธุรกิจ Bonchon ทั่วโลกนอกทวีปอเมริกา พร้อมกับการร่วมมือกับ SPE ซึ่งจะเป็นเจ้าของและดำเนินธุรกิจในทวีปอเมริกา อีกทั้ง สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเราคือแบรนด์และบุคลากรที่มีส่วนร่วมในการสร้าง Bonchon ให้เติบโตมาจนถึงทุกวันนี้ บริษัทจะเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการแฟรนไชส์และพันธมิตรของ Bonchon รักษาเอกลักษณ์และจุดแข็งที่ทำให้แบรนด์มีความพิเศษ พร้อมลงทุนเพื่อผลักดันการเติบโตทั้งในตลาดเดิมและตลาดใหม่
Mr. Michael Serruya ประธานกรรมการ SPE กล่าวว่า Bonchon เป็นหนึ่งในแบรนด์ร้านอาหารระดับโลกที่มีศักยภาพโดดเด่น ด้วยเมนูที่มีเอกลักษณ์ ฐานลูกค้าที่มีความภักดีต่อแบรนด์สูง และโอกาสในการเติบโตอีกมาก รวมทั้งโมเดลแฟรนไชส์ที่สามารถขยายธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเรามีความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ประสบความสำเร็จร่วมกับไมเนอร์มายาวนานกว่า 30 ปี บนแนวคิดร่วมกันในการสร้างและขยายแบรนด์ที่โดดเด่น ผ่านความเป็นเลิศด้านการดำเนินงาน การบริหารแฟรนไชส์อย่างมีวินัย และการลงทุนด้วยมุมมองระยะยาว เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะร่วมกันสนับสนุนทีมผู้บริหารของ Bonchon ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ และผลักดันการขยายตัวของแบรนด์อย่างต่อเนื่องทั่วทวีปอเมริกา
ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทไมเนอร์ ฟู้ด จำกัด
Minor Food Group เป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจบริการอาหารของเอเชีย ดำเนินธุรกิจร้านอาหารกว่า 2,843 สาขาใน 24 ประเทศ ภายใต้พอร์ตโฟลิโอแบรนด์ชั้นนำที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลและแบรนด์ที่พัฒนาขึ้นเอง ได้แก่ The Pizza Company, Swensen’s, Dairy Queen, Burger King, Bonchon, Sizzler, Benihana, The Coffee Club, Sanook Kitchen, Riverside Grilled Fish และ GAGA นอกจากนี้ ยังมีเครือข่ายร้านอาหารอีกกว่า 1,000 สาขาผ่านการลงทุนเชิงกลยุทธ์ใน บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) และ BreadTalk Group ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป ยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายธุรกิจในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งมอบประสบการณ์ด้านอาหารที่มีคุณภาพและสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าในหลากหลายตลาดทั่วโลก
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ www.minorfood.com
ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (MINT) เป็นบริษัทระดับโลกที่มุ่งเน้นในสองธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร MINT เป็นเจ้าของ ผู้บริหาร และนักลงทุนในโรงแรม โดยมีพอร์ตโฟลิโอจำนวน 647 แห่ง ภายใต้แบรนด์ Anantara, Avani, Oaks, Tivoli, NH Collection, NH, nhow, Elewana, The Wolseley, Colbert Collection, Minor Reserve Collection, iStay, Four Seasons, St. Regis, JW Marriott และ Radisson Blu ใน 67 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง แอฟริกา คาบสมุทรอินเดีย ยุโรป และอเมริกา (รวมโรงแรมที่บริษัทลงทุนเองที่จะเปิดตัวในอนาคตและกิจการร่วมค้าที่ได้มีข้อผูกพันแล้ว ตลอดจนโรงแรมภายใต้การเช่าบริหารและสัญญารับจ้างบริหารที่เซ็นสัญญาแล้ว) นอกจากนี้ MINT ยังเป็นหนึ่งในบริษัทร้านอาหารรายใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยมีร้านอาหารมากกว่า 2,843 สาขา(รวมสัญญาแฟรนไชส์ที่ได้ลงนามแล้ว) ใน 24 ประเทศ ภายใต้แบรนด์ The Pizza Company, The Coffee Club, Riverside Grilled Fish, Sanook Kitchen, Benihana, Bonchon, Swensen’s, Sizzler, Dairy Queen, Burger King และ GAGA รวมถึงร้านอาหารอีกกว่า 1,000 สาขาที่ดำเนินการผ่านพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ของ MINT (เช่น S&P และ BreadTalk)
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ www.minor.com
ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท Serruya Private Equity (SPE)
Serruya Private Equity Inc. (“SPE”) เป็นแพลตฟอร์มการลงทุนส่วนบุคคลของครอบครัว Serruya โดยมุ่งเน้นการลงทุนเพื่อสร้างและขยายธุรกิจที่เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง ผ่านการสนับสนุนทั้งด้านเงินทุนเชิงกลยุทธ์และการมีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจอย่างใกล้ชิด SPE ใช้เงินทุนของครอบครัวในการลงทุน ทำให้สามารถดำเนินกลยุทธ์การถือครองสินทรัพย์และการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยมุมมองระยะยาว
ครอบครัว Serruya มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งในธุรกิจแฟรนไชส์ อาหารและเครื่องดื่ม และค้าปลีก พร้อมผลงานที่โดดเด่นในการขยายธุรกิจและปรับตำแหน่งทางการตลาดให้แก่แบรนด์ชั้นนำทั้งในอเมริกาเหนือและตลาดต่างประเทศ แบรนด์ทั้งในปัจจุบันและในอดีตภายใต้พอร์ตโฟลิโอของ SPE ประกอบด้วย Yogen Früz, Pinkberry, Swensen’s Ice Cream, Cold Stone Creamery, Marble Slab Creamery, Pretzelmaker, Sprinkles Cupcakes และ Cha Cha เป็นต้น รวมเครือข่ายมากกว่า 1,300 สาขาในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ www.serruyaprivateequity.com.