นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบโล่และตรารับรองมาตรฐานการให้บริการของศูนย์ราชการสะดวก (GECC) ประจำปี พ.ศ. 2569 แก่หน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจที่ผ่านการประเมิน ในโอกาสนี้ นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ได้เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยในปีนี้มีหน่วยงานในสังกัดกรมการขนส่งทางบกผ่านการรับรองมาตรฐาน GECC รวมทั้งสิ้น 29 แห่ง นอกจากนี้ ภายในงานกรมการขนส่งทางบกยังได้เปิดจุดให้บริการด้านใบอนุญาตขับรถแก่ผู้เข้าร่วมงานอีกด้วย

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกได้ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม ในการต่อยอดการพัฒนาระบบดิจิทัลภาครัฐ ยกระดับเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมทันสมัยโดยการนำเอาเทคโนโลยีมาช่วยอำนวยความสะดวกประชาชน ลดภาระค่าเดินทาง รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการอย่างเท่าเทียมกันด้วยมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ สะท้อนผ่านความสำเร็จอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 11 ปี (พ.ศ. 2559–2569) ด้วยการได้รับการรับรองมาตรฐานศูนย์ราชการสะดวก (GECC) จำนวน 199 แห่งจากสำนักงานขนส่งทั่วประเทศที่มี 204 แห่ง โดยในปีนี้ กรมการขนส่งทางบกมีหน่วยงานในสังกัดผ่านการรับรองมาตรฐานการให้บริการของศูนย์ราชการสะดวก รวมทั้งสิ้น 29 แห่ง ซึ่งเป็นสำนักงานขนส่งภูมิภาคทั้งหมด แบ่งเป็นระดับก้าวหน้า จำนวน 5 แห่ง และระดับพื้นฐาน จำนวน 24 แห่ง ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกมีความมุ่งมั่นผลักดันให้สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเป็นศูนย์ราชการสะดวกทุกแห่ง เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่ากรมการขนส่งทางบกเป็นหน่วยงานภาครัฐที่ให้ความสำคัญในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มาขอรับบริการได้อย่างเสมอภาค เท่าเทียมและเป็นมาตรฐานเดียวกันทุกสำนักงานขนส่งทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ภายในงานกรมการขนส่งทางบกได้เปิดจุดให้บริการด้านใบอนุญาตขับรถแก่ผู้เข้าร่วมงาน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนใบอนุญาตขับรถตลอดชีพจากรูปแบบเดิม (แบบกระดาษหรือรุ่นเก่า) ให้เป็น "บัตรสมาร์ทการ์ด" รูปแบบใหม่ ซึ่งมีระบบ QR Code ด้านหลังบัตร ช่วยให้ผู้ถือบัตรสามารถเชื่อมต่อและดึงข้อมูลใบอนุญาตขับรถไปแสดงผ่านแอปพลิเคชัน DLT QR LICENCE ได้ทันที รวมถึงให้บริการออกใบแทนใบอนุญาตขับรถกรณีชำรุดหรือสูญหาย และแก้ไขข้อมูลรายการต่างๆ ให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน ทั้งนี้ บูธบริการดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานอย่างมาก นับเป็นส่วนหนึ่งในการตอกย้ำความมุ่งมั่นของกรมการขนส่งทางบกที่พร้อมพัฒนามาตรฐานการให้บริการที่สะดวก รวดเร็ว และตอบโจทย์ประชาชนในทุกมิติ