“ทีทีบี” ประกาศสงคราม Wealth ปลุกเงินล้านแรก 1.5 ล้านบัญชี เขย่าเค้ก 3 ล้านล้าน ชู "ttb superior" ลุยหุ้นนอก-เทรดแอปเดียว
ธนาคารพาณิชย์

“ทีทีบี” ประกาศสงคราม Wealth ปลุกเงินล้านแรก 1.5 ล้านบัญชี เขย่าเค้ก 3 ล้านล้าน ชู "ttb superior" ลุยหุ้นนอก-เทรดแอปเดียว

ทีทีบี ลุกขึ้นท้าชนกติกาเดิมวงการธนาคาร เดินเกมเขย่าตลาด รุกฆาตกลุ่ม Mass Affluent ชี้เงินฝากไทย 1-5 ล้านบาทถูกทิ้งขว้างตกกับดัก Under-invest กว่า 75% ดันยุทธศาสตร์เปิดตัว "ttb superior" ปรับทัพดิจิทัล รุกดึง AI ปั้นฟีเจอร์ My Wealth ชวนคนรุ่นใหม่ทลายขีดจำกัด ตั้งเป้าโกย AUM พุ่งแตะ 3.7 แสนล้านบาท ปั้นลูกค้าล้านแรกเพิ่มเป็น 1.8 แสนราย อัดสิทธิประโยชน์ไลฟ์สไตล์จัดเต็ม ดอกเบี้ย ME Save สูงสุด 1.5% หวังปิดจุดอ่อน Under-served ดันสินทรัพย์โตพรวดปี 2028

 

นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB (ทีทีบี) เปิดเผยข้อมูลภาพรวมตลาดการเงินไทยที่น่าสนใจว่า ปัจจุบันยอดเงินฝากรวมทั้งประเทศอยู่ที่ประมาณ 16 ล้านล้านบาท เมื่อรวมกับกองทุนรวมอีก 6 ล้านล้านบาท จะมีมูลค่ารวมสูงถึง 22-23 ล้านล้านบาท โดยจากการวิเคราะห์เชิงลึกพบว่ากลุ่มลูกค้าที่มีเงินฝากตั้งแต่ 1 ล้านบาท ถึง 5 ล้านบาท มีจำนวนบัญชีรวมเกือบ 1.5 ล้านบัญชี คิดเป็นมูลค่าสินทรัพย์ (AUM) ประมาณ 3 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นเซกเมนต์ที่ใหญ่และมีนัยสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ

สำหรับในฐานลูกค้าของ TTB เองจากจำนวน 10 ล้านราย ธนาคารพบว่าลูกค้ากลุ่ม Mass Affluent หรือ MAF เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย รวมทั้งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยข้อมูลในระบบพบว่ามีบัญชีเงินฝากมูลค่า 1-5 ล้านบาท มากกว่า 1.47 ล้านบัญชี คิดเป็นมูลค่าสินทรัพย์รวม (AUM) กว่า 2.95 ล้านล้านบาท ขณะที่ปัจจุบันทีทีบี มีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายดังกล่าวประมาณ 600,000 ราย มีสินทรัพย์ภายใต้การดูแลรวมกว่า 2.8 แสนล้านบาท โดยนิยามของกลุ่มนี้คือ คนรุ่นใหม่ช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป มีรายได้รวม (เงินเดือนหรือธุรกิจส่วนตัว) ประมาณ 75,000 บาทขึ้นไป มีไลฟ์สไตล์แบบดิจิทัล (Digital Savvy) และมีความตั้งใจที่จะสร้างความมั่งคั่ง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีเพียง 1 แสนกว่ารายในกลุ่มนี้ที่สามารถบรรลุเป้าหมายล้านแรกได้สำเร็จ ทำให้ยังมีโอกาสอีกกว่า 4 แสนรายที่ธนาคารตั้งเป้าจะเข้าไปช่วยวางแผนการเงินให้ก้าวข้ามขีดจำกัด

 

จากการทำวิจัยและพูดคุยกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด TTB พบ "กับดัก" สำคัญที่ทำให้กลุ่มคนที่มีศักยภาพเหล่านี้ไม่สามารถสร้างความมั่งคั่งได้ตามเป้าหมาย ดังนี้:

1.Under-invest: ลูกค้ากว่า 75% ยังคงถือเงินฝากไว้ในบัญชีเพียงอย่างเดียว และ 60% ของการลงทุนยังอยู่ในรูปแบบที่ให้ผลตอบแทนต่ำ (Conservative) ไม่เพียงพอที่จะชนะเงินเฟ้อ

2.Under-informed: ขาดความรู้ ความเข้าใจ หรือความมั่นใจในการเลือกผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เหมาะสม

3.Under-served: เนื่องจากเป็นฐานลูกค้าที่ใหญ่ ธนาคารจึงไม่สามารถจัดหาเจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้า (Relationship Manager - RM) ให้ครบทุกคนเหมือนกลุ่มลูกค้าระดับสูง (Reserve) ทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้ขาดที่ปรึกษาทางการเงิน

“ทีทีบีมองว่าลูกค้ากลุ่ม MAF หรือกลุ่มที่เริ่มสร้างความมั่งคั่งที่มี AUM 1-5 ล้านบาทนี้ เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูง แต่ยังไม่ได้รับการดูแลด้าน Wealth Management อย่างทั่วถึง เราจึงออกแบบเอกสิทธิ์ ttb superior เพื่อช่วยให้ลูกค้าต่อยอดความสำเร็จจาก “เงินล้านแรก” ไปสู่เป้าหมายทางการเงินที่ใหญ่กว่า ผ่านโซลูชันด้านการออม ประสบการณ์การลงทุนบนแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ใช้งานง่าย และสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์รอบด้าน เพราะเราเชื่อว่าความสำเร็จทางการเงินไม่ได้สิ้นสุดที่เงินล้านแรก แต่สามารถเติบโตต่อยอดได้ด้วยเครื่องมือและโอกาสที่เหมาะสม”นายฐากร กล่าว

 

ทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว TTB เตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ "My Wealth" เวอร์ชันใหม่บนแอปพลิเคชัน TTB Touch ในช่วงต้นเดือนกันยายน 2569 นี้ ซึ่งจะเปรียบเสมือนศูนย์กลางการบริหารความมั่งคั่งส่วนบุคคล (Digital Wealth Solution) ที่รวบรวมฟังก์ชันสำคัญไว้ในที่เดียว ได้แก่

- Goal-based Investing: ระบบช่วยตั้งเป้าหมายทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการออมเพื่อเกษียณ ปลูกบ้าน หรือท่องเที่ยว โดยจะมี Investment Officer ช่วยจัดรูปแบบการลงทุน (Standard Format) ที่เหมาะสมกับแต่ละเป้าหมายให้โดยอัตโนมัติ

- Digital Wealth Advisory: ใช้ระบบ AI และ Chatbot เข้ามาช่วยให้คำปรึกษาและตอบคำถามด้านการลงทุนที่เข้าใจง่ายและรวดเร็ว

- All-in-one Dashboard: ลูกค้าสามารถดูภาพรวมสินทรัพย์ทั้งหมด ทั้งเงินฝาก กองทุน รวมถึงบัญชีหุ้นจาก TTB Securities และในอนาคตจะรองรับการลงทุนในหุ้นต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์มนี้โดยตรง

- Market & News Update: บริการข้อมูลข่าวสารการตลาดและอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อแก้ปัญหาการขาดข้อมูล (Under-informed) ในอดีต

 

นอกจากการเปิดตัวโซลูชันใหม่ ธนาคารฯยังได้มีการปรับตำแหน่งทางการตลาด (Positioning) และ Rebrand กลุ่มลูกค้าใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ Wealth Management ดังนี้

- TTB Superior: สำหรับลูกค้าที่มี AUM ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป (เป้าหมายใหม่ที่ต้องการปั้นให้ถึง 5 ล้านบาท)

- TTB Reserve: สำหรับลูกค้าระดับพรีเมียมที่มี AUM ตั้งแต่ 5 ล้านบาท ถึง 30 ล้านบาท

- TTB Reserve (Diamond): สำหรับลูกค้าระดับสูงสุดที่มี AUM ตั้งแต่ 300 ล้านบาทขึ้นไป

โดยธนาคารจะใส่เรื่องของ Lifestyle Loyalty Program และสิทธิพิเศษ (Privilege) ที่ตรงใจคนรุ่นใหม่เข้าไป เพื่อให้การเดินทางสู่ความมั่งคั่งมีความสนุกสนานและตอบโจทย์ชีวิตประจำวันมากขึ้น

"คีย์หลักของการทำครั้งนี้คือการช่วยให้ลูกค้าตั้งเป้าหมายทางการเงิน เพราะผู้ที่ประสบความสำเร็จจนมี Financial Freedom ทุกคนล้วนเริ่มจากการมีเป้าหมายที่ชัดเจน" ธนาคารจึงตั้งเป้าหมายที่ท้าทายในการผลักดันลูกค้ากลุ่มศักยภาพทั้ง 600,000 ราย ให้สามารถบรรลุเป้าหมาย "ล้านแรก" และขยับขึ้นไปสู่ระดับ 5 ล้านบาทในอนาคต ซึ่งหากก้าวข้ามล้านแรกไปได้ การไปถึงเป้าหมายต่อไปก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป”นายฐากร กล่าว

นายฐากร กล่าวเพิ่มเติมว่า ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนธุรกิจบริหารความมั่งคั่งครั้งสำคัญ มุ่งเป้าไปที่กลุ่มลูกค้าศักยภาพสูง (Mass Affluent) ภายใต้เซกเมนต์ "TTB Superior" เพื่อสร้างปรากฏการณ์ "พิชิตล้านแรก" ให้กับคนไทย โดยตั้งเป้าขยายฐานลูกค้ากลุ่มที่มีสินทรัพย์ 1 ล้านบาทขึ้นไป ให้เติบโตสู่ 1.6 - 1.8 แสนราย ภายในปี 2028 พร้อมดันมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) เฉพาะกลุ่มนี้ให้พุ่งแตะ 3.7 แสนล้านบาท

“หัวใจหลักของการเดินหน้าครั้งนี้คือการใช้ Digital Wealth ผ่านแอปพลิเคชัน TTB Touch ที่จะยกระดับเป็นที่ปรึกษาทางการเงินส่วนตัวด้วยฟีเจอร์ My Wealth ช่วยแนะนำการลงทุนตามความเสี่ยงและเป้าหมายชีวิต (Goal-based Investing) ควบคู่ไปกับผลิตภัณฑ์เงินฝากดอกเบี้ยสูง TTB ME Save และกองทุนรวมชั้นนำจากพันธมิตรทั่วโลก (Open Architecture) นอกจากนี้ยังเตรียมเขย่าตลาดการลงทุนต่างประเทศด้วยการจับมือพันธมิตรระดับโลก VBO เปิดฟีเจอร์เทรดหุ้นนอกผ่านแอปฯ ในวันที่ 15 กันยายน 2569 นี้ เพื่อเติมเต็มจิ๊กซอว์การสร้างความมั่งคั่งอย่างครบวงจร” นายฐากร กล่าว

นอกจากนี้ ในอนาคตบริษัทหลักทรัพย์ (Securities) ของกลุ่ม TTB เองก็จะเข้ามาเชื่อมต่อในแพลตฟอร์มนี้เช่นกัน ทำให้ลูกค้าสามารถจัดการความมั่งคั่งแบบองค์รวม (Holistic View) ได้ในแอปเดียว ทั้งหุ้นไทย หุ้นนอก หรือกองทุนรวม ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ "เร่งเครื่อง" เพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มลูกค้า Wealth ระดับกลางและระดับสูงในช่วง 2-3 ปีหลังจากนี้ อีกทั้งธนาคารยังได้ปรับเปลี่ยนชื่อเรียกกลุ่มลูกค้าเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น โดยกลุ่มเดิมที่เรียกว่า Bronze ได้เปลี่ยนเป็น Preferred ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่จะถูกผลักดันให้ขึ้นมาเป็น Superior ผ่านการส่งข้อความแนะนำแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Message) และการวางแผนจากทีมงาน

สำหรับการให้บริการ TTB ใช้โมเดลแบบไฮบริด แม้จะชู Digital Advisor เป็นหลัก แต่สำหรับลูกค้า Superior ที่ต้องการคำปรึกษาเชิงลึก ธนาคารยังมีทีม Customer Investment Specialist Advisor ประจำอยู่เกือบทุกสาขา ซึ่งทำหน้าที่เป็น "Mini RM" คอยดูแลและให้คำแนะนำแบบออฟไลน์ พร้อมทั้งเตรียมเปิดบริการ Investment Advisory Line เพื่อเป็นผู้ช่วยทางโทรศัพท์และแชทเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าอีกระดับ

“กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จว่า การมีล้านแรกไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้สำหรับมนุษย์เงินเดือน หากมีการวางแผนและการจัดการภาษีที่ดี (Tax Optimization) เช่น การสะสมในกองทุน RMF/SSF หรือกองทุนลดหย่อนภาษีต่างๆ ถ้าเรามีวินัยในการสะสมและลงทุนอย่างต่อเนื่อง จากเงินหลักแสนจะสามารถขยับขึ้นสู่หลักล้านได้ภายในระยะเวลาเพียง 2-3 ปี" นายฐากรกล่าว พร้อมเชิญชวนให้ลูกค้าใช้บริการ TTB ในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวที่จะพาไปถึงเป้าหมายทางการเงินได้รวดเร็วและมั่นใจยิ่งขึ้น เพื่อก้าวไปสู่การเป็นลูกค้ากลุ่ม Wealth ที่มั่นคงในอนาคต” นายฐากร กล่าว

 

นางณัฐวรรณ อภิรัตนพิมลชัย ประธานกลุ่มกลยุทธ์และธุรกิจการขายลูกค้าบุคคล ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB (ทีทีบี) กล่าวว่า โดยทั่วไปการดูแลลูกค้ากลุ่ม MAF มักเริ่มต้นดูแลลูกค้าที่มี AUM ตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป แต่ทีทีบีเลือกเริ่มต้นการดูแลตั้งแต่ระดับ  1 ล้านบาท (รวมเงินฝาก เงินลงทุนในกองทุนรวม หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง ประกันชีวิต และประกันวินาศภัย) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป มีรายได้เฉลี่ยมากกว่า 75,000 บาทต่อเดือน และมีเป้าหมายสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว

 

ทั้งนี้ ทีทีบีต้องการร่วมยินดีกับความสำเร็จของลูกค้าตั้งแต่วันที่ก้าวสู่เป้าหมายล้านแรก และสนับสนุนให้สามารถยกระดับความมั่งคั่งสู่กลุ่ม Wealth ที่มี AUM ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปก่อนอายุ 45 ปี จึงได้ออกแบบโซลูชันและประสบการณ์ที่เหนือกว่าในทุกมิติ ภายใต้ 3 แกนหลักสำคัญ ได้แก่

-Superior Solutions โซลูชันทางการเงินที่ช่วยต่อยอดความมั่งคั่ง ลูกค้า ttb superior จะได้รับสิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่า หรือเพิ่มเติมจากสิทธิประโยชน์ที่ลูกค้าปกติจะได้รับ อาทิ บัญชีดิจิทัล ttb ME save ที่มอบดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.30% ต่อปี และดอกเบี้ยรวมโบนัสสูงสุด 1.50% ต่อปี บัตรเครดิต ttb absolute รับคะแนน X2 เพิ่มในหมวดท่องเที่ยวและร้านอาหารนอกเหนือจากหมวดออนไลน์ สิทธิใช้ห้องรับรองสนามบินฟรี 2 ครั้ง/ปี ไม่มีเงื่อนไขการใช้จ่าย พร้อมความคุ้มครองอย่างอุ่นใจด้วยแผนประกัน Superior Protect & Beyond จากพรูเด็นเชียล ประเทศไทย

-Superior Digital Wealth Advisory บริการบริหารความมั่งคั่งผ่าน My Wealth บนแอป ttb touch ช่วยให้ลูกค้ามองเห็นภาพรวมสินทรัพย์ วางแผนการลงทุนตามเป้าหมาย ปรับสมดุลพอร์ต และเข้าถึงโอกาสลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ และ ETF ระดับโลกได้ในที่เดียว

-Superior Privilege สิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์ เติมเต็มประสบการณ์การใช้ชีวิตด้วยสิทธิประโยชน์จาก ttb privilege สถานะ Superior อาทิ ของขวัญวันเกิด สิทธิ์ชมภาพยนตร์ SF ฟรี รวมถึงบริการล้างรถและล้างเครื่องปรับอากาศฟรีตลอดปี

 

นางณัฐวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ttb superior ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างความมั่งคั่ง ภายใต้แนวคิด “A Superior Path for Your Next Success - ก้าวที่เหนือกว่า สู่ความสำเร็จอีกระดับ” ด้วยการผสานทั้งโซลูชันทางการเงิน เครื่องมือบริหารความมั่งคั่งบนดิจิทัลแพลตฟอร์ม และสิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้การดูแลเรื่องการเงิน การลงทุน และการใช้ชีวิตเป็นเรื่องที่สะดวกและเข้าถึงได้มากขึ้น

พร้อมกันนี้ ทีทีบีได้จัดแคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบัน เพื่อสัมผัสประสบการณ์ ttb superior เพียงเปิดบัญชีใหม่หรือเพิ่มยอดเงินฝากในบัญชี ttb ME save และ/หรือมีการลงทุนในกองทุนรวมกับทีทีบี ยอดรวมตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป ในช่วงระหว่างวันที่ 10 สิงหาคม – 31 ธันวาคม 2569 ก็จะได้รับการอัปเกรดสถานะ Superior และรับเอกสิทธิ์เหนือระดับได้ภายในเดือนถัดไป นอกจากนี้ลูกค้ายังมีโอกาสได้รับดอกเบี้ย ttb ME save สูงสุด 1.50% ต่อปี เพียงมียอดเงินลงทุนในกองทุนรวมเฉลี่ยตั้งแต่ 300,000 บาทขึ้นไป หรือลงทุนในกองทุนรวมแบบสร้างวินัยการออมสม่ำเสมอ (DCA) ขั้นต่ำเพียง 3,000 บาท/เดือน

 

“กลยุทธ์สำคัญที่จะนำพาลูกค้าไปถึงเป้าหมายคือการผสมผสานระหว่างเงินฝากและการลงทุน โดยมี TTB ME Save เป็นผลิตภัณฑ์จูงใจที่ให้ดอกเบี้ยสูงสุดถึง 1.5% ต่อปี อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขสำคัญคือลูกค้าต้องมีวินัยในการลงทุนควบคู่กันไป เช่น การทำ DCA (Dollar Cost Average) ในกองทุนรวมเดือนละ 3,000 บาท หรือมีเงินลงทุนในกองทุนรวมขั้นต่ำ 300,000 บาท ซึ่งเป้าหมายระยะยาวของ TTB ไม่ได้มองเพียงแค่ระยะสั้น แต่ต้องการปักหมุดความสำเร็จไปถึงปี 2028 โดยตั้งเป้าที่จะขยายมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ในกลุ่มลูกค้า Mass Affluent (กลุ่มที่มีสินทรัพย์ 1-5 ล้านบาท) จากปัจจุบันที่มีประมาณ 2.8 แสนล้านบาท ให้เติบโตขึ้นอีกกว่า 7-8 หมื่นล้านบาท สู่ระดับ 3.7 แสนล้านบาท ในด้านจำนวนลูกค้า ธนาคารตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวนผู้ที่ "พิชิตล้านแรก" จากปัจจุบันที่มีอยู่แสนกว่าราย ให้ขยับขึ้นเป็น 1.6 - 1.8 แสนราย ภายในปี 2028 (พ.ศ.2571)โดยเน้นการดึงดูดลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 6-7 หมื่นราย ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพ (Prospect) ในธนาคารกว่า 6 แสนราย ให้ก้าวสู่ความมั่งคั่งระดับล้านได้อย่างแท้จริง” นางณัฐวรรณ กล่าว

 

นางณัฐวรรณ กล่าวว่า เพื่อแก้ปัญหาความไม่มั่นใจในการลงทุน ธนาคารได้ส่งฟีเจอร์ My Wealth บนแอป TTB Touch เข้ามาทำหน้าที่เป็น Digital Advisor ที่ช่วยแนะนำกองทุนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงและเป้าหมายของลูกค้าแต่ละราย ซึ่งจะช่วยให้พอร์ตการลงทุนมีความสมดุลและยั่งยืน โดยธนาคารตั้งเป้าให้ลูกค้ามีสัดส่วนการลงทุนในพอร์ต (AUM Mix) อยู่ที่ประมาณ 30-35% ของสินทรัพย์ทั้งหมด

ในส่วนของผลิตภัณฑ์การลงทุน TTB ยึดถือแนวทาง Open Architecture ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ บลจ. ในเครืออย่าง Eastspring (Thailand) เท่านั้น แต่ยังรวมถึงพันธมิตร บลจ. ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ โดยมีผลิตภัณฑ์ตัวเด่นอย่าง TTB Ultimate Global Allocation (GA) Portfolio 1, 2 และ 3 เป็นพอร์ตหลัก (Core Port) ในการสร้างความมั่งคั่ง

 

“ท่ามกลางตลาดที่ผันผวน พอร์ต GA ของธนาคารยังทำผลงานได้โดดเด่น โดยเฉพาะพอร์ตหมายเลข 2 ที่ปัจจุบันสามารถสร้างผลตอบแทนคาดการณ์ (Annualized Return) ได้สูงถึงประมาณ 15% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้เดิมที่ 4-8% อย่างมาก ตอกย้ำว่าการทำ Asset Allocation ที่ดีจะช่วยให้พอร์ตของลูกค้ายังยืนหยัดและเติบโตได้ในทุกสภาวะตลาด” นางณัฐวรรณ กล่าวในที่สุด

 

 

 

You can share this post!