“ซีพีแรม” ขยับทัพใหญ่! ท้าชนวิกฤติต้นทุน ปั้น “มังกรหยก” เจาะกลุ่มแมส เขย่าเค้กติ่มซำ 7.2 พันล้าน ผนึก “โลตัส”ปูพรม 2,500 สาขาทั่วประเทศ สวนเศรษฐกิจซบดันยอดโต 20%
การตลาด-ไอที-ยานยนต์

“ซีพีแรม” ขยับทัพใหญ่! ท้าชนวิกฤติต้นทุน ปั้น “มังกรหยก” เจาะกลุ่มแมส เขย่าเค้กติ่มซำ 7.2 พันล้าน ผนึก “โลตัส”ปูพรม 2,500 สาขาทั่วประเทศ สวนเศรษฐกิจซบดันยอดโต 20%

ซีพีแรม ขยับทัพครั้งใหญ่สวนกระแสเศรษฐกิจชะลอตัว ประกาศตรึงราคาสินค้าช่วยเหลือผู้บริโภคท่ามกลางวิกฤติต้นทุน-ราคาพลังงานโลกผันผวน เดินหน้าชูเทคโนโลยีขั้นสูงบริหารความเสี่ยง พร้อมถอดรหัสวัฒนธรรมรับเทศกาลสารทจีน เปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ "มังกรหยก" ประเดิม 5 เมนูหลัก ชูกลยุทธ์ One Price 95 บาท ผนึกกำลัง Lotus's ปูพรมสินค้า 2,500 สาขาทั่วประเทศภายในปีนี้ มุ่งปิดช่องว่างตลาดแมสและเขย่าเค้กติ่มซำมูลค่า 7.2 พันล้านบาท ตั้งเป้าชิงส่วนแบ่งตลาดเพิ่ม 1% ภายในช่วงที่เหลือของปี 2569 พร้อมผลักดันยอดขายกลุ่มอาหารจีนโตกระโดด 10-20% ก่อนสปีดเกมรุกต่อเนื่องปี 2570 ด้วยแผนออกเมนูใหม่สอยตลาดเดือนละ 1 รายการ

 

นางสาวนันทณัฐ ปิตวิวัฒนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้ดำเนินธุรกิจอาหารพร้อมรับประทาน เปิดเผยถึง ภาพรวมตลาดอาหารพร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat) และตลาดติ่มซำในประเทศไทย ว่า ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ประมาณ 36,200 ล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 3-4% ต่อปี ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เติบโตแบบก้าวกระโดดมาตั้งแต่ช่วงสถานการณ์โควิด-19 เนื่องจากตอบโจทย์เรื่องความสะอาด ความสะดวก และวิถีชีวิตยุคใหม่  ขณะที่ตลาดติ่มซำรวม (Dim Sum Market) มีมูลค่ารวมอยู่ที่ประมาณ 7,200 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้มีสัดส่วนของยอดขายผ่านกลุ่มช่องทางค้าส่งและค้าปลีก (เช่น ห้างโลตัส) อยู่ที่ประมาณ 4,000 ล้านบาท ปัจจุบันซีพีแรมฯ ถือเป็นผู้นำตลาดและมีสัดส่วนในการสนับสนุนตลาดติ่มซำรวมอยู่ที่ประมาณ 2,500 ล้านบาท

แต่อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร ยังต้องเผชิญกับสภาวะความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและราคาพลังงานโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง นับตั้งแต่มีสถานการณ์ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา รวมถึงผลกระทบจากราคาน้ำมันและปิโตรเคมีที่ส่งผลโดยตรงต่อราคาบรรจุภัณฑ์ (Packaging) แต่ซีพีแรมได้ใช้ข้อได้เปรียบของการเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ระดับสากลที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงในการบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Diversification) ร่วมกับกลุ่มซัพพลายเออร์ที่หลากหลายเพื่อกระจายความเสี่ยงด้านวัตถุดิบ รวมถึงการปรับลดขั้นตอนที่ฟุ่มเฟือย เช่น การลดสีพิมพ์บนบรรจุภัณฑ์เพื่อคงต้นทุนให้อยู่ในระดับที่จัดการได้

“เราพยายามบริหารจัดการและรักษาสมดุลต้นทุนภายในอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้เกิดการส่งทอดผลกระทบเรื่องราคาสินค้าไปยังผู้บริโภคภายนอก ณ ปัจจุบันแบรนด์ในเครือซีพีแรมรวมถึงเจด ดราก้อน ยังคงไม่มีการปรับขึ้นราคา และเรายังมุ่งมั่นรักษามาตรฐานคุณภาพอาหารภายใต้หลักการ Food 3S คือ Food Safety (ความปลอดภัยของอาหาร), Food Security (ความมั่นคงทางอาหาร) และ Food Sustainability (ความยั่งยืนของอาหาร) ไว้อย่างเหนียวแน่นเพื่อผู้บริโภค” นางสาวนันทณัฐ กล่าว

นางสาวนันทณัฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีวิถีชีวิตเร่งรีบ ต้องการอาหารพร้อมรับประทานที่ง่าย แต่ยังคงคุณค่าทั้งในด้านรสชาติและความพิถีพิถัน อีกหนึ่งอินไซด์ที่เห็นอย่างชัดเจน คือ ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ "ความคุ้นเคย" และ “ต้นตำรับ” โดยซีพีแรมนำเสนอตำรับอาหารจีนที่ผู้บริโภคคุ้นเคย ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานระดับโลก คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ และใส่ใจในทุกขั้นตอน เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับทั้งรสชาติที่คุ้นเคย ความปลอดภัย และความสะดวกในการรับประทาน บริโภคได้ในทุกโอกาส ตั้งแต่มื้อประจำวันไปจนถึงช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง เพื่อสร้างคุณค่าให้กับผู้บริโภคมากกว่าการเป็นเพียงผลิตภัณฑ์อาหาร พร้อมขยายโอกาสการเติบโตของตลาดอาหารพร้อมรับประทานในระยะยาว

“ปัจจุบันโลกอาหารก้าวข้ามพรมแดนตามการเดินทางของผู้คน ทำให้ตลาดอาหารจีนในไทยเติบโตต่อเนื่อง ผู้บริโภคยุคใหม่เปิดรับอาหารต่างชาติมากขึ้น ทั้งติ่มซำที่ครองความนิยมมาช้านาน และเทรนด์ใหม่อย่างหมาล่า ฮอตพอต ของหวาน และเมนูสไตล์จีนต่างๆ ที่มียอดขายสูงทั้งในร้านอาหาร แพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ ห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อ ประกอบกับประเทศไทยมีชาวไทยเชื้อสายจีนมากถึง 10 ล้านคน หรือราว 14% ของประชากรทั้งประเทศ ถือเป็นหนึ่งในชุมชนชาวจีนกลุ่มใหญ่ในโลก การบริโภคอาหารจีนจึงไม่ได้จำกัดเฉพาะช่วงเทศกาล แต่เป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารประจำวัน เพื่อรับมือการแข่งขันในตลาดอาหารพร้อมรับประทาน ซีพีแรมจึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานรูปลักษณ์และรสชาติที่คุ้นเคย ตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภคชาวไทยและชาวจีนที่พำนักในไทย พร้อมสืบทอดประเพณีและเทศกาลจีนสำคัญให้คงอยู่สืบไป” นางสาวนันทณัฐ กล่าว

ดังนั้นจึงดึงแบรนด์ “มังกรหยก” มารองรับตลาดแมส   เติมเต็มช่องว่างตลาดนี้ในเมืองไทย จากอินไซด์ของผู้บริโภคกลุ่มนี้ที่ต้องการรับประทานอาหารจีนอร่อยในราคาที่ตัดสินใจที่ซื้อได้ทันที กินได้ทุกมื้อและทุกวัน โดยอีกกลุ่มหนึ่งจะมองหาประสบการณ์อาหารจีนระดับพรีเมียม ซึ่งซีพีแรมมีแบรนด์ “เจด ดราก้อน” ตอบโจทย์อยู่แล้วด้วยจุดยืนความอร่อยมีระดับ ตำรับจักรพรรดิ เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคให้ครอบคลุมทุกเจเนอเรชันและครบทุกเซกเมนต์

ทั้งนี้ การแยกเซกเมนต์อย่างชัดเจนนี้สอดคล้องกับภาวะการแข่งขันในธุรกิจอาหารพร้อมรับประทาน และร้านอาหารที่ทวีความเข้มข้น การมีสองแบรนด์ที่ทำหน้าที่ต่างกันชัดเจนจะเป็นส่วนช่วยให้ซีพีแรมรักษาความสามารถในการแข่งขันได้ ทั้งในกลุ่มพรีเมียมและกลุ่มแมสไปพร้อมกัน

“เราได้เดินหน้าเสริมพอร์ตธุรกิจด้วยการรุกตลาดอาหารจีนและติ่มซำแบบครบทุกเซกเมนต์ ผ่านแบรนด์ในตำนานอย่าง ‘มังกรหยก’ กับแนวคิด ‘กตัญญู’ พร้อมชูกลยุทธ์ ‘อร่อยต้นตำรับ รสชาติที่คุ้นเคย..ได้ทุกวัน’ เพื่อขยายฐานผู้บริโภคให้ครอบคลุมทุก  เจเนอเรชัน และครบทุกเซกเมนต์ พร้อมถอดรหัส DNA ของแบรนด์จากรากวัฒนธรรมอาหารจีนสู่แนวคิด ‘รสชาติที่คุ้นเคย’ ส่งต่อคุณค่าแห่งความกตัญญูผ่านมื้ออาหารคุณภาพ ความอร่อย ความปลอดภัย ความคุ้มค่า และคุณค่าทางโภชนาการ เข้าถึงได้ง่ายสะดวกพร้อมรับประทานในทุกมื้อ ทุกวัน และทุกเวลา ด้วยออกแบบบรรจุภัณฑ์อันเป็นเอกลักษณ์ ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ และคุณค่า โดยแบรนด์อาหารจีน ‘มังกรหยก’ ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเติมเต็มช่องว่างทางการตลาดในกลุ่มอาหารจีนและติ่มซำพร้อมรับประทานระดับแมส (Mass Market) ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและจับต้องได้ง่าย โดยในระยะแรกได้เปิดตัวผ่าน 5 เมนูหลักที่เป็นที่คุ้นเคยของผู้บริโภค ได้แก่ ซาลาเปาไส้หมูสับ, ซาลาเปาไส้หมูแดง, ซาลาเปาไส้ครีม, ขนมจีบกุ้ง และขนมจีบหมู รับประทานง่ายเพียงอุ่นร้อนด้วยการนึ่ง หรือไมโครเวฟเพียงไม่กี่นาทีก็อร่อยได้ทันที  โดยสามารถซื้อผ่านช่องทางโลตัส, โลตัส ช้อปออนไลน์, LINE Official Account : @fudidiworld”นางสาวนันทณัฐ กล่าว

สำหรับการวางตำแหน่งทางการตลาด (Positioning) ซีพีแรมฯวางแผนให้แบรนด์ “มังกรหยก” มีความชัดเจนและแตกต่างจากแบรนด์เดิมอย่าง “เจด ดราก้อน” (Jade Dragon) ที่ทำตลาดมานานกว่า 30 ปี โดย “เจด ดราก้อน” จะมุ่งไปสู่เซกเมนต์พรีเมียมและการรับประทานในลักษณะภัตตาคาร (Premium Fine Dining) ที่มีราคาตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป ในขณะที่แบรนด์ “มังกรหยก” จะเข้ามาจับกลุ่มตลาดแมสโดยกำหนดราคาขายคงที่แบบราคาเดียว หรือ "One Price" ที่ 95 บาท เพื่อความง่ายในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค

“หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของการเปิดตัวในเดือนสิงหาคมนี้ คือการเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับวัฒนธรรมจีนที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นกระแสจากซีรีส์ ภาพยนตร์ หรือศิลปินจีน แบรนด์มังกรหยกจึงนำเสนอผลิตภัณฑ์ผ่านเรื่องราวของความกตัญญูและการเคารพบรรพบุรุษ ซึ่งสอดคล้องกับเทศกาลสารทจีนพอดี”นางสาวนันทณัฐ กล่าว

นางสาวนันทณัฐ กล่าวต่อไปว่า ในการเปิดตัววันแรกเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา แบรนด์มังกรหยก ได้เริ่มวางจำหน่ายในห้างโลตัสรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตก่อนจำนวนประมาณ 200 สาขา และมีแผนงานเร่งด่วนที่จะกระจายสินค้าให้ครอบคลุมสาขาทั้งหมดภายในเดือนกันยายน 2569 ซึ่งรวมถึงร้านค้าขนาดเล็กในเครืออย่าง Lotus's Go Fresh (CDS) ที่มีจำนวนรวมประมาณ 2,500 สาขาทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงสินค้าได้ตามวัตถุประสงค์หลักของแบรนด์

นอกจากนี้ แผนงานในอนาคตสำหรับปี 2570 แบรนด์มังกรหยกตั้งเป้าที่จะออกเมนูใหม่ๆ มาสอยตลาดอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยเดือนละ 1 รายการ หลังจากที่ต้องประเมินและศึกษาพฤติกรรมรวมถึงเทรนด์ความต้องการของตลาดผู้บริโภคในระยะแรกนี้ก่อน

สำหรับเป้าหมายยอดขายของแบรนด์มังกรหยกในช่วงที่เหลืออีกประมาณ 4 เดือนของปี 2569 นี้ ซีพีแรม ตั้งเป้าที่จะเข้ามาแชร์ส่วนแบ่งตลาดติ่มซำเพิ่มขึ้นประมาณ 1% และตั้งเป้าหมายในระยะยาวที่จะเติบโตควบคู่ไปกับอัตราเติบโตของตลาดอาหารพร้อมรับประทานของประเทศที่ 3-5% เพื่อให้แบรนด์มังกรหยก กลายเป็นแบรนด์อันดับต้นๆ ในใจผู้บริโภคเมื่อนึกถึงอาหารจีน

 

ด้าน นายทศพล พงศ์สวัสดิ์มานิต Senior Merchandising Manager - Processed Chilled & Frozen Food บริษัท ซีพี แอ็กซ์ ตร้า จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า โลตัสมองเห็นโอกาสของตลาดอาหารจีนและติ่มซำที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยแบรนด์มังกรหยกซึ่งเป็นแบรนด์ภายใต้กลุ่มบริษัท ซีพีแรม จำกัด มีจุดเด่นด้านรสชาติที่คุ้นเคย คุณภาพ และราคาที่เข้าถึงง่าย สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน และเรายินดีเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอสินค้าให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงอาหารจีนคุณภาพได้สะดวกในทุกมื้อ

ผลิตภัณฑ์มังกรหยก ใช้กระบวนการผลิตภายใต้มาตรฐานครัว #ซีพีแรม ที่ตรวจสอบย้อนกลับปลอดภัย มั่นใจ ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงการบริหารระบบโลจิสติกส์แบบ Cold Chain เพื่อรักษาคุณภาพและความสดใหม่ จนถึงมือผู้บริโภค ทั้งหมดดำเนินตามปณิธาน FOOD 3S ของซีพีแรม ได้แก่ Food Safety ความปลอดภัยทางอาหาร, Food Security ความมั่นคงทางอาหาร และ Food Sustainability ความยั่งยืนทางอาหาร แนวคิดนี้สะท้อนการให้น้ำหนักทั้ง “ประสบการณ์” การรับประทานที่อร่อยคุ้นเคย และ “คุณค่า” ด้านความปลอดภัยและโภชนาการ ซึ่งเป็นสองปัจจัยที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับความสะดวกและราคาที่เข้าถึงได้ 

“การร่วมมือกันในครั้งนี้ตั้งเป้าที่จะผลักดันยอดขายกลุ่มสินค้าอาหารจีนและติ่มซำในช่วงเทศกาลสารทจีนปีนี้ให้เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 10-20% แม้ว่าสภาวะเศรษฐกิจในภาพรวมจะชะลอตัวและไม่ได้เติบโตหวือหวา แต่การเปิดตัวแบรนด์ใหม่ที่มีจุดเด่นด้านรสชาติที่คุ้นเคย ราคาเข้าถึงง่าย และได้มาตรฐานการผลิตระดับโลก จะเป็นตัวขับเคลื่อนยอดขายที่สำคัญ” นายทศพล กล่าวในที่สุด

 

You can share this post!