“พิพัฒน์” ลงนามความตกลงกับ ICAO เตรียมไทยเป็นเจ้าภาพ AAM 2026 ระหว่าง 1–3 ธ.ค.นี้ คาดดึงผู้แทนทั่วโลกกว่า 1,500 คน ร่วมถกทิศทาง Advanced Air Mobility พร้อมต่อยอด “Bangkok Statement” ปักหมุดไทยบนเวทีการบินโลก หวังดึงลงทุนเทคโนโลยีอากาศยานไร้นักบิน–โครงสร้างพื้นฐาน–ระบบบริหารห้วงอากาศ หนุนไทยสู่ Aviation Hub ระดับภูมิภาค
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและ องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) เพื่อเตรียมความพร้อมประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน The Second Advanced Air Mobility Symposium 2026 หรือ AAM 2026
ภายในงานมี นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, Mr. Tao Ma ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (ICAO-APAC) และ พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) พร้อมผู้บริหารกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
ไทยขึ้นแท่นเจ้าภาพ AAM 2026 ดึงคนการบินทั่วโลก
ICAO ได้ประกาศเลือกประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัด AAM 2026 ระหว่างวันที่ 1–3 ธันวาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “From Vision to Implementation: Enabling the AAM Ecosystem”
เวทีดังกล่าวจะเป็นจุดรวมตัวของผู้กำหนดนโยบาย หน่วยงานกำกับดูแล ผู้บริหาร และภาคอุตสาหกรรมการบินจากทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และร่วมกำหนดทิศทางของ Advanced Air Mobility (AAM) รวมถึงเทคโนโลยีอากาศยานไร้นักบินที่จะเข้ามามีบทบาทต่อระบบคมนาคมในอนาคต
คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 1,500 คน จากประเทศสมาชิก ICAO ทั้ง 193 ประเทศ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับบทบาทประเทศไทยบนเวทีการบินระหว่างประเทศ
“พิพัฒน์” ชี้ AAM ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือระบบคมนาคมแห่งอนาคต
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การที่ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพ AAM 2026 ถือเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพและความพร้อมของประเทศต่อประชาคมโลกในการรองรับเทคโนโลยีการบินยุคใหม่
รัฐบาลมองว่า AAM ไม่ใช่เพียงอากาศยานรูปแบบใหม่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบคมนาคมแห่งอนาคต ที่ไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ทั้งกฎหมายและกฎระเบียบ มาตรฐานความปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี บุคลากร และระบบนิเวศที่เอื้อต่อการลงทุน
การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้จึงสอดรับกับยุทธศาสตร์ของกระทรวงคมนาคมในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Aviation Hub ของภูมิภาค
เปิดประตูลงทุน “อุตสาหกรรมการบินแห่งอนาคต”
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของ AAM 2026 คือการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนทั่วโลกได้เห็นศักยภาพของไทยในการรองรับอุตสาหกรรมการบินรูปแบบใหม่
ครอบคลุมตั้งแต่ Advanced Air Mobility, อากาศยานไร้นักบิน, เทคโนโลยีการบิน, โครงสร้างพื้นฐาน, ระบบบริหารจัดการการบิน ตลอดจนงานวิจัยและพัฒนา
คาดว่าจะช่วยต่อยอดสู่การสร้างอุตสาหกรรมใหม่ การจ้างงาน การพัฒนาบุคลากร และการสร้างห่วงโซ่อุปทานด้านเทคโนโลยีการบินภายในประเทศ
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการไทย ภาคการศึกษา และบุคลากรด้านการบินจะมีโอกาสเชื่อมโยงกับองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายระดับนานาชาติ เพิ่มแรงส่งด้านการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้อุตสาหกรรมการบินไทยในระยะยาว
ดัน “Bangkok Statement” สร้างหมุดหมายใหม่บนเวทีการบินโลก
อีกหนึ่งผลลัพธ์สำคัญที่ CAAT และ ICAO กำลังร่วมกันผลักดัน คือการจัดทำ “Bangkok Statement” เพื่อสะท้อนเป้าหมายและผลลัพธ์จาก AAM 2026 และต่อยอดจากเอกสาร Call to Action ที่เกิดขึ้นจากการจัดงาน AAM 2024 ณ เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา
สาระสำคัญจะมุ่งส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกเตรียมความพร้อมสำหรับการนำ AAM มาใช้งานในอนาคต ทั้งการสร้างความรู้ความเข้าใจ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการจัดทำกฎระเบียบที่เหมาะสม
นั่นทำให้ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียง “เจ้าภาพจัดงาน” แต่มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมในการหารือและกำหนดทิศทางของ AAM ในระดับนานาชาติ พร้อมสร้างชื่อ กรุงเทพมหานคร ให้เชื่อมโยงกับพัฒนาการสำคัญของการบินแห่งอนาคต
CAAT เร่งวางระบบกำกับดูแล “นวัตกรรมต้องมาคู่ความปลอดภัย”
พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร กล่าวว่า CAAT ให้ความสำคัญกับการเตรียมประเทศไทยให้พร้อมรองรับเทคโนโลยี AAM ในทุกมิติ โดยเฉพาะ กฎหมายและกฎระเบียบ มาตรฐานความปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐาน ระบบบริหารจัดการห้วงอากาศ และการพัฒนาบุคลากร
พร้อมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และผู้พัฒนาเทคโนโลยี เพื่อให้การพัฒนา AAM สามารถนำไปใช้งานจริงได้อย่างปลอดภัย และสอดคล้องกับแนวทางของ ICAO และมาตรฐานสากล
3 ไฮไลต์ AAM 2026
การจัดงาน AAM 2026 จะประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่
1. Symposium and Conference
เวทีประชุมสัมมนาระดับนานาชาติ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และหารือทิศทางการกำกับดูแล AAM
2. Exhibition
จัดแสดงเทคโนโลยี นวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ และระบบที่เกี่ยวข้องกับ AAM และอากาศยานไร้นักบิน
3. Flight Demonstration
สาธิตศักยภาพและการใช้งานจริงของเทคโนโลยี เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความเชื่อมั่นต่อ AAM
จาก “เจ้าภาพ” สู่ “ผู้เล่น” การบินแห่งอนาคต
การเป็นเจ้าภาพ AAM 2026 จึงไม่ใช่เพียงการจัดประชุมระดับนานาชาติ แต่เป็นโอกาสสำคัญในการวางรากฐานระบบการบินยุคใหม่ของไทย ตั้งแต่นโยบาย กฎระเบียบ ความปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร ไปจนถึงอุตสาหกรรมและการลงทุน
พร้อมเปิดเกมให้ประเทศไทยก้าวจาก “ผู้ตามเทคโนโลยี” สู่การเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของระบบการบินแห่งอนาคต และต่อยอดศักยภาพสู่การเป็น Aviation Hub ของภูมิภาค สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ การลงทุน และขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว