ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระตุกขวัญคนเมืองรุ่นใหม่ ร่างทองแต่เงินติดลบ ชี้เทรนด์ดูแลสุขภาพกายโตพุ่ง 28% แต่สุขภาพการเงินเข้าขั้นวิกฤติ พบรายได้สะพัดถูกสูบไปจ่ายหนี้ถึง 38% ขณะที่มีแค่ 9% เท่านั้นที่เหลือไปต่อยอดลงทุน เสี่ยงเจ็บปวดในวัยเกษียณเมื่ออายุยืนถึง 90 ปีแต่เงินเก็บเกลี้ยงตั้งแต่อายุ 70! ล่าสุดส่งแคมเปญดุดัน “#รวยจีวิตี้” ผ่าตัดพฤติกรรมเงินออมด้วย 4 สเต็ปฟิตการเงิน หวังรื้อถอนวัฒนธรรม “ร่างกายแข็งแรง แต่การเงินล้มละลาย” ให้หมดไปจากสังคมไทย

นางสาวมิ่งขวัญ พัฒนวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานบริหารแบรนด์และการตลาดองค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY (กรุงศรี) เปิดเผยว่าในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา การดูแลสุขภาพกลายเป็นไลฟ์สไตล์หลักของคนเมืองรุ่นใหม่ ซึ่งมาพร้อมกับการให้ความสำคัญเรื่อง “Longevity” หรือการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ เห็นได้จากการเติบโตแบบก้าวกระโดดของคอมมูนิตี้ออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็น Run Club, กีฬา HYROX, คลาส Pilates, โยคะ, การทำ Ice Bath ไปจนถึงการเลือกทานอาหารคลีนและการทำ IF รายงานจาก Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่า ตลาดเศรษฐกิจสุขภาพในประเทศไทย มีอัตราการเติบโตสูงถึง 28.4% สะท้อนพฤติกรรมคนไทยที่ยินดีจ่ายและทุ่มเทเวลาเพื่อสุขภาพที่ดีและชีวิตที่ยืนยาว

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองอีกด้านของการใช้ชีวิต ข้อมูลจากวิจัยกรุงศรีกลับพบว่า เมื่อคนไทยมีรายได้เข้ามา 38% เลือกนำเงินไปชำระหนี้เป็นอันดับแรก ในขณะที่ 24% เก็บออม และมีเพียง 9% เท่านั้นที่สามารถนำไปลงทุนต่อยอด โดย 28% ของ Gen Y ระบุว่ากำลังเผชิญภาระหนี้สิน ทำให้การวางแผนเกษียณถูกเลื่อนออกไป ขณะที่ 20% มองว่า “การขาดความรู้ด้านการวางแผนการเงิน” เป็นอุปสรรคสำคัญ

“จากการศึกษาของวิจัยกรุงศรีพบว่า คนไทยส่วนใหญ่ยังมีอุปสรรคสำคัญในการออมเพื่อการเกษียณ แม้จะมีวินัยแต่ยังขาดความพร้อม โดยเมื่อรายได้เข้ามาจะถูกจัดสรรไปชำระหนี้สูงถึง 38% และเหลือเพียง 9% ที่สามารถนำไปออมหรือลงทุนได้จริง ขณะเดียวกันพฤติกรรมผู้บริโภคก็คาดหวังให้ธนาคารทำหน้าที่เป็นผู้ให้ความรู้และคำแนะนำทางการเงินมากกว่าแค่บริการธุรกรรมทั่วไป กรุงศรีจึงได้ออกแบบหลักการสร้างสุขภาพการเงินที่ดีผ่าน 4 สเต็ปง่ายๆ ที่ใครก็ทำตามได้ ได้แก่ ‘เช็ก ศึกษา ลงมือ และวัดผล’ เปรียบเหมือนการฟิตร่างกายที่ต้องทำสม่ำเสมอ เพื่อปลดล็อกความกังวลของสังคมไทยที่อยากมีอายุยืนยาวแต่กังวลเรื่องเงินออมไม่เพียงพอในอนาคต ซึ่งแนวคิดความยั่งยืนของกรุงศรีไม่ได้ทำตามกระแส แต่สร้างจากภายในด้วยการปลูกฝังดีเอ็นเอการทำงานอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาธิบาล พร้อมส่งแคมเปญใหม่ภายใต้แนวคิด "Wealthy" ที่นิยามคำว่ารวยในมุมมองใหม่ ไม่ใช่แค่ความมั่งคั่งในบัญชี แต่คือความพร้อมรับมือความไม่แน่นอนและการมีสุขภาพทางการเงินที่แข็งแรงเพื่อชีวิตที่ยืนยาวอย่างยั่งยืน” นางสาวมิ่งขวัญ กล่าว

นางสาวมิ่งขวัญ กล่าวเพิ่มเติมว่า การสร้างความยั่งยืนในมุมมองของธนาคารกรุงศรีอยุธยานั้น ไม่ได้มองเป็นเพียงเรื่องชั่วคราวหรือการดำเนินงานตามกระแสทั่วไปในตลาด แต่เป็นทิศทางที่ต้องลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่องเพื่อนำพาสังคมก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน โดยเริ่มต้นจากการปลูกฝังแนวคิดเรื่องความยั่งยืนลงในดีเอ็นเอของพนักงานภายในองค์กร ควบคู่กับการดำเนินงานที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาธิบาล หรือ ESG ขณะเดียวกันในบทบาทของสถาบันการเงิน กรุงศรีมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้สนับสนุนหรือตัวช่วยหลักในการส่งเสริมให้กลุ่มลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และสังคมไทยร่วมก้าวผ่านสู่การเป็นสังคมที่ยั่งยืนไปพร้อมๆกัน เนื่องจากความยั่งยืนเป็นเส้นทางระยะยาวที่ทุกฝ่ายต้องร่วมเดินทางไปด้วยกันอย่างไม่หยุดยั้ง

นอกจากนี้ ปัจจัยสำคัญที่จะนำสังคมไปสู่ความแข็งแกร่งอย่างแท้จริงคือการมีสุขภาพทางการเงินที่มั่นคงของประชาชน ท่ามกลางกระแสที่คนปรารถนาจะมีอายุขัยที่ยืนยาวมากขึ้น แต่ชีวิตที่ยืนยาวจะปราศจากความหมายหากไม่มีเสถียรภาพทางการเงินรองรับ เพราะเป้าหมายชีวิตของทุกคนย่อมต้องการที่จะอยู่ได้นานและมีชีวิตที่ดีอย่างมีความสุข สามารถทำตามความฝันและเป้าหมายของตนเองได้ ซึ่งการมีสุขภาพการเงินที่ดีคือรากฐานสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนอนาคต ปัจจุบันผู้คนอาจมีอายุขัยเฉลี่ยยืนยาวขึ้นถึง 90 ปี แต่คงเป็นเรื่องยากลำบากหากเงินเก็บออมหมดลงไปตั้งแต่อายุ 70 ปี และต้องใช้ชีวิตที่เหลืออีก 20 ปีโดยไม่มีเงินออมสะสม สุขภาพทางกายและใจจึงต้องสอดคล้องไปกับสุขภาพทางการเงินอย่างแยกไม่ได้

จากการศึกษาเชิงลึกของวิจัยกรุงศรีพบข้อมูลพฤติกรรมทางการเงินที่น่าสนใจของคนไทย โดยเมื่อมีรายได้เข้ามาในแต่ละเดือน ผู้บริโภคจำนวนมากถึง 38% ต้องนำเงินไปชำระหนี้สินเป็นอันดับแรกก่อน ขณะที่มีเพียงประมาณ 9% เท่านั้นที่สามารถนำรายได้ไปจัดสรรเพื่อการลงทุนและการออมได้จริง สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังต้องเผชิญกับการจัดการภาระทางการเงินก่อนที่จะก้าวไปสู่ขั้นตอนการต่อยอดเพื่ออนาคต อย่างไรก็ดี มีสัญญาณบวกจากการที่พบว่าประชาชนกว่า 60% เริ่มมีพฤติกรรมการออมหรือลงทุนเป็นประจำทุกเดือน ซึ่งเป็นตัวเลขที่เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับอดีตที่ผ่านมา แต่ถึงกระนั้น อุปสรรคในการออมเพื่อการเกษียณของคนไทยยังคงมีอยู่รอบด้าน ทั้งในเรื่องของรายได้ที่ไม่เพียงพอ ภาระหนี้สินในระดับสูง และการขาดแคลนความรู้ความเข้าใจด้านการวางแผนการเงินที่ดีพอ
ด้วยข้อจำกัดเหล่านี้ทำให้บทบาทของธนาคารในยุคปัจจุบันต้องปรับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยสถิติชี้ว่าแม้จะมีผู้บริโภคราว 71% ที่ใช้บริการธนาคารในเชิงการทำธุรกรรมทางการเงินทั่วไป แต่ในขณะเดียวกันผู้บริโภคกลุ่มนี้ก็คาดหวังและมองหาบทบาทใหม่ของธนาคาร ในฐานะแหล่งให้ความรู้และคำแนะนำทางการเงินที่ถูกต้องเหมาะสมเพื่อขับเคลื่อนชีวิตไปสู่ความยั่งยืน กรุงศรีจึงได้เปิดตัวแคมเปญการตลาดและสื่อสารในชื่อ “รวยจีวิตี้” ซึ่งเป็นการนำเสนอคำนิยามของ “ความรวย” และ “Longevity”ในมุมมองใหม่ โดยความรวยไม่ได้วัดกันที่จำนวนตัวเลขความมั่งคั่งในบัญชีเงินฝากเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงความพร้อมในการรับมือกับความผันผวนและความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงการมีอิสรภาพในการใช้ชีวิตที่ยืนยาวได้อย่างมั่นคงและมีสุขภาพทางการเงินที่แข็งแรงเป็นเลิศ

แคมเปญ “รวยจีวิตี้” นี้เปรียบเทียบการสร้างสุขภาพการเงินที่ดีเหมือนกับการดูแลสุขภาพร่างกาย แม้ว่าทุกคนจะรู้หลักการเบื้องต้นว่าต้องออกกำลังกาย แต่หากไม่มีการลงมือทำจริงก็ย่อมไม่เห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงใดๆ ดังนั้นการสร้างสุขภาพการเงินจึงต้องอาศัยการเรียนรู้ ลงมือทำอย่างต่อเนื่อง และวัดผลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีเป้าหมายชีวิตแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่อยากใช้ชีวิตอิสระเต็มที่ กลุ่มที่ต้องการสร้างรากฐานครอบครัวให้มั่นคง หรือกลุ่มที่ต้องการออมเงินเพื่อเตรียมพร้อมวัยเกษียณโดยไม่ต้องการเป็นภาระแก่ผู้อื่นในสังคม โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานที่กำลังอยู่ในภาวะ Sandwich Generation หรือ กลุ่มคนวัยทำงาน (อายุประมาณ 30–50 ปี) ที่ต้องแบกรับการดูแลทั้งผู้สูงอายุและลูกๆ ในครอบครัวพร้อมกัน

“กรุงศรี จึงจุดประกาย Insight สำคัญว่า การมีอายุยืนยาวและสุขภาพกายที่แข็งแรงอาจยังไม่พอ หากไม่มี ‘สุขภาพทางการเงิน’ (Financial Health) ที่แข็งแรงรองรับ เพราะต่อให้ร่างกายฟิตเฟิร์มจนถึงอายุ 90 ปี แต่จะหมดความหมายทันทีหากเงินสำรองหมดลงตั้งแต่อายุ 70 ปี! จึงเป็นที่มาของแคมเปญ ‘#รวยจีวิตี้’ (รวย + Longevity) ที่จับเอาเทรนด์การดูแลสุขภาพมาเปรียบเปรยกับการบริหารเงิน พร้อมชวนมองความ ‘รวย’
ในอีกมิติหนึ่งที่ไม่ได้หมายถึงแค่จำนวนเงินในบัญชี แต่คือ ‘การมีสุขภาพการเงินที่แข็งแรง เพื่อให้มีอิสระในการใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ที่ต้องการได้อย่างยั่งยืน’”
ดังนั้นเพื่อช่วยให้การปฏิบัติตามหลักการเงินที่แข็งแรงเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและเข้าใจได้ง่ายขึ้น กรุงศรีจึงได้ออกแบบวงจรสร้างสุขภาพการเงินภายใต้แนวคิด "Make Life Simple" ด้วย 4 สเต็ปง่ายๆ ได้แก่ เช็ก-ศึกษา—ลงมือทำ-วัดผล ที่ดำเนินไปในลักษณะวงจรต่อเนื่อง

-สเต็ปแรกคือ "เช็ก" (Check) ซึ่งเปรียบเหมือนการตรวจสุขภาพร่างกายก่อนเริ่มออกกำลังกาย เพื่อประเมินว่าตัวเราอยู่ในสถานะหรือเลเวลทางการเงินระดับใด โดยกรุงศรีได้จัดกิจกรรมผ่านช่องทาง Line OA "Krungsri Simple" กับกิมมิกสนุกๆ ”เช็กว่าคุณเป็นกล้วยฟิตระดับไหน” ให้ผู้บริโภคได้เข้ามาทำแบบทดสอบเพื่อค้นหาเลเวลทางการเงินของตนเอง ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นกระตุ้นร่างกายหรือ Warm Up ไปจนถึงระดับขั้นสูงสุดอย่าง "ร่างทอง" ซึ่งแบบทดสอบนี้ไม่ใช่เครื่องมือตัดสินความถูกผิด แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้ทราบสถานะปัจจุบันและเตรียมวางแผนเพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายต่อไป

-สเต็ปที่ 2 คือ "ศึกษา" (Study) ซึ่งเปรียบเหมือนการเข้าคลาสฟิตเนสทางการเงินเพื่อเพิ่มทักษะและอัปเลเวลให้แก่ตัวเอง โดยกรุงศรีได้พัฒนาโซลูชันและพื้นที่รวบรวมข้อมูลความรู้อย่างจริงจังผ่านทีมที่ปรึกษา "Krungsri Coach" และคลังความรู้บน "เว็บไซต์ของธนาคาร" ซึ่งจนถึงปัจจุบันมีการผลิตคอนเทนต์คุณภาพไปแล้วมากกว่า 221 คอนเทนต์ ตั้งแต่ปี 2022 (พ.ศ.2565)มียอดรับชมเฉลี่ยต่อคลิปสูงถึงประมาณ 1 ล้านครั้ง และมียอดเข้าอ่านเฉลี่ยกว่า 3 ล้านเพจวิวต่อปี ข้อมูลความรู้ทางการเงินดังกล่าวได้รับการจัดแบ่งออกเป็น 4 หมวดหมู่หลัก ได้แก่ การจัดการการเงินส่วนบุคคล การจัดการหนี้สิน การออมและการลงทุน ตลอดจนความรู้ด้านความเสี่ยงทางการเงินและภัยคุกคามทางไซเบอร์ หรือ Cyber Security เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกศึกษาทักษะที่จำเป็นได้อย่างรอบด้าน

-สเต็ปที่ 3 คือ "ลงมือ" (Action) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างผลลัพธ์จริงหลังจากการตรวจเช็กและศึกษาหาความรู้แล้ว ธนาคารได้จัดเตรียมเครื่องมือดิจิทัลที่เปรียบเหมือนผู้ช่วยส่วนตัวในการจัดการเงินในชีวิตประจำวันอย่างเป็นระบบ เช่น "กรุงศรี แอป" (Krungsri App) ที่รวบรวมข้อมูลสถานะทางการเงินทั้งหมดไว้ในแอปเดียวเพื่อให้ผู้ใช้เห็นความคืบหน้าของเป้าหมายอย่างชัดเจน แอปพลิเคชัน "UCHOOSE" ที่เป็นผู้ช่วยบริหารจัดการไลฟ์สไตล์การใช้บัตรเครดิตอย่างมีประสิทธิภาพ และแอปพลิเคชัน "Kept" ที่เน้นการสร้างและปลูกฝังวินัยการออมเงินตามเป้าหมายของกลุ่มคนรุ่นใหม่โดยแสดงระดับความก้าวหน้าอย่างชัดเจนเพื่อสร้างแรงกระตุ้น รวมถึงฟีเจอร์การออมเงินเพื่อลดหย่อนภาษีเชิงรุกที่จะช่วยคำนวณและแสดงจำนวนเงินออมสะสมเพื่อสร้างแรงผลักดันและกำลังใจให้แก่ผู้ใช้งานในการเก็บออมอย่างต่อเนื่อง

-สเต็ปที่ 4 คือ "วัดผล" (Measure) ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการประเมินประสิทธิภาพของการลงมือปฏิบัติ โดยกรุงศรีจะนำระบบแจ้งเตือน (Notification) มาใช้เพื่อส่งสัญญาณกระตุ้นเตือนให้ผู้ใช้งานกลับมาประเมินสถานะสุขภาพทางการเงินของตนเองเป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้เกิดความตระหนักรู้อย่างต่อเนื่องว่าปัจจุบันสถานะทางการเงินขยับเข้าใกล้เป้าหมายชีวิตที่วางไว้เพียงใดแล้ว ทั้งนี้ กรุงศรีมีความคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเปิดตัวแคมเปญการสื่อสารและการตลาดผ่านภาพยนตร์โฆษณาทั้ง 4 เรื่องในครั้งนี้ จะมีบทบาทมากกว่าแค่การสื่อสารทั่วไป แต่จะสามารถสร้างจุดกระประกายครั้งใหญ่ในสังคมไทยให้ผู้คนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพทางการเงินของตนเองอย่างมีวินัยเฉกเช่นเดียวกับกระแสการดูแลสุขภาพร่างกายในปัจจุบัน เพื่อสร้างรากฐานชีวิตที่มีคุณภาพและมั่นคงในระยะยาวให้แก่สังคมไทยอย่างยั่งยืน


ภายในงานเปิดตัว กรุงศรียังเชิญไอคอนิคสายสุขภาพ “เบเบ้-ธันย์ชนก” มาร่วมแบ่งปันมุมมองการดูแลสุขภาพและการเงินอย่างน่าสนใจ โดย เบเบ้มองว่าสุขภาพกายและสุขภาพการเงินเป็นสองเรื่องที่เราควรดูแลไปพร้อมกัน ทั้ง 2 เรื่องต่างก็เป็นพื้นฐานของชีวิตที่มีคุณภาพ และต้องอาศัย “วินัยเล็ก ๆ ที่ทำอย่างต่อเนื่อง” ไม่มีใครหุ่นดีจากการเข้ายิมแค่วันเดียว และไม่มีใครมีสุขภาพการเงินที่ดีจากการวางแผนแค่ครั้งเดียว ร่างกายต้องตรวจเช็กมวลกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังกาย การเงินก็ต้องเริ่มจากการเช็กสุขภาพการเงินเช่นกัน ถ้าร่างกายฟิตแล้ว การเงินก็ต้องฟิตไปด้วย เพื่อให้ชีวิตที่ยืนยาวของเราเป็นชีวิตที่มีความสุขอย่างแท้จริง


“#รวยจีวิตี้” จึงเป็นเครื่องมือสื่อสารเรื่องการเงินให้เข้าถึงง่ายและสนุก กระตุ้นให้ทุกคนเริ่มลงมือทำได้ทันที เพื่อสร้าง Financial Health ในแบบของตัวเอง สอดรับกับเป้าหมายใหญ่ GO Sustainable with krungsri ที่มุ่งสร้างความยั่งยืนให้แก่ชีวิตของผู้คนและสังคมไทยในระยะยาว

***เกี่ยวกับกรุงศรี
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ หรือ BAY (กรุงศรี) เป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของไทยด้านสินทรัพย์ สินเชื่อ
และเงินฝาก และเป็นหนึ่งในหกสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB) โดยดำเนินธุรกิจมานานถึง 80 ปี กรุงศรีเป็นบริษัทในเครือของมิตซูบิชิ
ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก กลุ่มกรุงศรีให้บริการทางการเงินการธนาคารอย่างครบวงจร ทั้งในด้านสินเชื่อเพื่อรายย่อย การลงทุน การบริหารจัดการกองทุน รวมทั้งผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน
อันหลากหลายแก่กลุ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้า SME และลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ผ่านสาขาของธนาคารกว่า 542 สาขา (เป็นสาขาที่ให้บริการทางการเงิน
ในรูปแบบปกติ 502 สาขาและสาขาที่ให้บริการเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ 40 สาขา) และช่องทางการขายกว่า 34,379 แห่งทั่วประเทศ
นอกจากนี้ กรุงศรียังเป็นผู้ออกบัตรเครดิตรายใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีจำนวนบัญชีบัตรเครดิตและสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระ/สินเชื่อส่วนบุคคลมากกว่า 10.6 ล้านบัญชี และเป็นผู้ให้บริการด้านสินเชื่อรถยนต์ชั้นนำ (กรุงศรี ออโต้) พร้อมทั้งมีบริษัทบริหารจัดการกองทุนที่มีอัตราเติบโตสูงที่สุดแห่งหนึ่ง
(บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงศรี จำกัด) ทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้มีรายได้น้อย (บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)) อีกด้วย
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.krungsri.com
***เกี่ยวกับมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG)
มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) เป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันทางการเงินชั้นนำระดับโลก มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ กรุงโตเกียว ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานในการดำเนินธุรกิจกว่า 360 ปี MUFG มีเครือข่ายสำนักงานราว 2,000 แห่ง ในกว่า 40 ประเทศทั่วโลกและมีพนักงานกว่า 150,000 คน
MUFG นำเสนอบริการทางการเงินที่หลากหลายครอบคลุมทั้งธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ทรัสต์แบงก์กิ้ง ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจบัตรเครดิต ธุรกิจสินเชื่อ
เพื่อรายย่อย ธุรกิจหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธุรกิจเช่าซื้อ MUFG มีเป้าหมายที่จะเป็น “กลุ่มสถาบันทางการเงินที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุดในโลก”
ด้วยการผสานศักยภาพในการดำเนินธุรกิจเพื่อตอบสนองทุกความต้องการทางการเงินของลูกค้าโดยคำนึงถึงสังคมและการแบ่งปันสู่ความเติบโต
อย่างยั่งยืน MUFG จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ตลาดหลักทรัพย์นาโกยา และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MUFG กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.mufg.jp/english