
“อิชิตัน” กางตำราสู้เศรษฐกิจขาลง ย้ำชัดผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ยื่นมือผนึกพันธมิตร “ไทย โคโคนัท” เปิดตัว “เย็นเย็น จับเลี้ยง มะพร้าวน้ำหอม”ปลดล็อกอุปสรรคผลิตไม่ทันฤดูร้อน ประเดิมลงตู้แช่ 7-Eleven ทั่วประเทศล็อตแรก 2 ล้านขวด หวังสร้างมาตรฐานใหม่ทดแทนน้ำตาล ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ ลั่นกลยุทธ์ Portfolio Balancing ชูอายุการเก็บรักษา 1 ปี ช่วยดูดซับผลผลิตล้นตลาด ดึงราคามะพร้าวพ้นจุดต่ำสุดลูกละ 2 บาท พร้อมปรับหมากสู้ กระจายงบการตลาด 4 ไตรมาส มั่นใจไตรมาส 4 ฟันยอดขายสูงสุดแห่งปี ดันรายได้รวมพุ่งแตะ 9,000 ล้านบาท ขณะที่ชาจีนบุกไทยไม่หวั่น มองบวกช่วยดันราคาตลาดพรีเมียม เปิดทางอิชิตันขยับราคาตามได้เนียนๆ

นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI เปิดเผยถึง ภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี มองว่าสถานการณ์เศรษฐกิจได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และกำลังมีทิศทางที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มทยอยเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย ประกอบกับราคาน้ำมันและราคาตั๋วเดินทางเริ่มทรงตัวจนผู้บริโภคเริ่มปรับตัวได้ ขณะเดียวกัน ความผันผวนของกำลังซื้อถือเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันที่เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ ในด้านปรัชญาการบริหารตนเองนั้น เป็นผู้ที่ชอบดำเนินธุรกิจในสภาวะเศรษฐกิจขาลงหรือช่วงเกิดวิกฤติ เนื่องจากตลอดชีวิตการทำงานที่ผ่านมา การเติบโตครั้งใหญ่ของธุรกิจมักจะเกิดขึ้นในช่วงวิกฤติเสมอ เพราะในขณะที่ผู้ประกอบการรายอื่นชะลอตัว แต่หากบริษัทฯทุ่มเทและลุยลงทุนอย่างเต็มที่ ก็จะสามารถชิงส่วนแบ่งและสร้างโอกาสการเติบโตได้มากกว่า
สำหรับภาพรวมตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (Non-alcoholic beverages) ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ว่า มีการเติบโตขึ้นประมาณ 5.6% ทั้งในเชิงมูลค่า (Value) และปริมาณ (Volume) ซึ่งนับเป็นปีที่ตลาดเติบโตได้ดีเนื่องจากปัจจัยด้านสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อน ส่งผลให้ความต้องการบริโภคเครื่องดื่มพุ่งสูงขึ้น โดยกลุ่มสินค้าที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่นที่สุดคือกลุ่มเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์ (Functional Drink) โดยเฉพาะกลุ่มโปรตีนสูงแบบน้ำใส ตามมาด้วยกลุ่มน้ำผลไม้ที่ได้รับอานิสงส์ความนิยมจากหมวดน้ำมะพร้าว กลุ่มน้ำดื่มที่ได้ปัจจัยหนุนจากน้ำแร่ และกลุ่มน้ำอัดลมที่มีการเติบโตสูง ในขณะที่ภาพรวมหมวดเครื่องดื่มชาพร้อมดื่มในช่วงครึ่งปีแรกยังคงทรงตัวเมื่อเทียบกับปี 2568 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตลาดชาเริ่มปรับตัวดีขึ้นในช่วง 2เดือนที่ผ่านมา โดยตลาดชามีมูลค่ารวมอยู่ที่ประมาณ 16,000 ล้านบาท
“แม้ภาพรวมของตลาดชาจะดูทรงตัว แต่ผลการดำเนินงานของอิชิตันกลับมีการเติบโตที่โดดเด่นและขยายตัวได้ดีกว่าภาพรวมตลาดอย่างชัดเจน สาเหตุที่ทำให้ภาพรวมตลาดชาดูทรงตัวเป็นผลมาจากยอดขายของผู้เล่นรายหลักอีกรายหนึ่งในตลาดที่ปรับตัวลดลงจนฉุดภาพรวมเอาไว้ นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมากลุ่มสินค้าชาพร้อมดื่มยังมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ในตู้แช่ ทำให้มีการเปิดตัวสินค้าใหม่น้อยกว่าหมวดน้ำอัดลมหรือน้ำผลไม้ที่มีสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างคึกคัก อย่างไรก็ดี อิชิตัน ได้เตรียมพร้อมออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ในหมวดชาเข้าสู่ตลาดในช่วงไตรมาสที่ 4 ซึ่ง “เย็นเย็น ผสมน้ำมะพร้าว” ก็เป็นหนึ่งในไลน์สินค้าสำคัญที่จะเข้ามาสร้างไดนามิกและขับเคลื่อนยอดขายให้กับแบรนด์เย็นเย็นอย่างมีนัยสำคัญ” นายตัน กล่าว
นายตัน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีที่มีแบรนด์ชาพรีเมียม จากประเทศจีนเริ่มทยอยเข้ามาเปิดตลาดในประเทศไทยนั้น ตนมองในเชิงบวกต่อการแข่งขันดังกล่าว โดยการเข้ามาของชาจีนเป็นปัจจัยช่วยกระตุ้นตลาดและสร้างการรับรู้ให้กับผู้บริโภค การมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาช่วยทุ่มงบโฆษณา จะช่วยตอกย้ำให้คนไทยคุ้นเคยกับการดื่มชาเพื่อสุขภาพที่ไม่ใส่น้ำตาล และยินดีจ่ายในราคาที่สูงขึ้น เนื่องจากสินค้าชาพรีเมียมจากจีนที่เข้ามาทำตลาดนั้น วางจำหน่ายในระดับราคาที่ค่อนข้างสูง ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลดีต่อเครื่องดื่มแบรนด์อิชิตัน เพราะทำให้บริษัทสามารถขยับปรับราคาขายสินค้าขึ้นตามได้ง่ายขึ้นในอนาคต อีกทั้งยังช่วยให้ตลาดชาโดยรวมเติบโตและมีความคึกคักมากกว่าการที่บริษัทต้องทำตลาดอยู่เพียงลำพัง
ในส่วนของผลการดำเนินงานและการบริหารจัดการกำลังการผลิต ของบริษัทฯในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ยอมรับว่าประสบปัญหาผลิตสินค้าไม่ทันต่อความต้องการของตลาดจนเกิดภาวะสินค้าขาดแคลนในบางรายการ (SKU) โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าชาใส สินค้าแบรนด์อิชิตัน และกลุ่มสินค้าขวดราคา 10 บาทที่มีดีมานด์สูงมาก เพื่อแก้ไขปัญหาข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต บริษัทฯได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรโรงงานประกอบธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) ซึ่งเป็นเพื่อนของคุณตันที่รู้จักกันมากว่า 20 ปี โดยจะเริ่มเดินเครื่องผลิตตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป การดึง OEM เข้ามาช่วยผลิตประมาณ 300,000-400,000 ลังต่อเดือน จะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดทางไลน์บรรจุ และเปิดพื้นที่ให้โรงงานหลักของอิชิตันสามารถกลับมาผลิตสินค้ากลุ่มที่ยังขาดแคลนอยู่ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ อิชิตัน ยังได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การตลาด โดยยกเลิกการทุ่มงบโฆษณาหนักเฉพาะในช่วงฤดูร้อนไตรมาส 1 และ 2 เหมือนในอดีต แต่เปลี่ยนมากระจายงบการตลาดอย่างเหมาะสมตลอดทั้ง 4 ไตรมาส ซึ่งส่งผลให้บริษัทมียอดขายที่สม่ำเสมอและดีขึ้นในทุกไตรมาส

นายตัน กล่าวต่อไปว่า ล่าสุดเพื่อเป็นการสร้างสีสันในแวดวงเครื่องดื่มชาสมุนไพร ในการร่วมมือกับ บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมะพร้าวและมีฐานวัตถุดิบที่แข็งแกร่ง ในการร่วมพัฒนาและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “เย็นเย็น จับเลี้ยง มะพร้าวน้ำหอม”เพื่อร่วมกันสร้างทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค และขยายช่องทางการบริโภคภายในประเทศ โดยไม่ต้องพึ่งพาการส่งออกไปต่างประเทศแต่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
“จุดเริ่มต้นของความร่วมมือในครั้งนี้ ทางบริษัทมีความพร้อมในฐานะโรงงานผู้ผลิตเครื่องดื่มและเป็นผู้รับจ้างผลิตน้ำมะพร้าวให้กับหลายแบรนด์ ประกอบกับแบรนด์ ‘เย็นเย็น’ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพรจับเลี้ยงที่ติดตลาดและได้รับการตอบรับอย่างดีอยู่แล้ว ได้เล็งเห็นถึงความลงตัวในการนำน้ำมะพร้าวเข้ามาทดแทนความหวานของน้ำตาล ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าดื่ม ละมุน อร่อย และมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์มากขึ้นเท่านั้น” นายตัน กล่าว
โดยผลิตภัณฑ์ใหม่ “เย็นเย็น จับเลี้ยง มะพร้าวน้ำหอม” ได้เริ่มกระจายสินค้าและวางจำหน่ายครบทุกสาขาในช่องทางเซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) ทั่วประเทศแล้วตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2569ที่ผ่านมา ในบรรจุภัณฑ์ขนาด 400 มิลลิลิตร ราคา 18 บาท โดยการร่วมมือกับพันธมิตรในครั้งนี้ได้วางแผนการผลิตชุดแรกไว้จำนวน 2 ล้านขวด ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการผลิตและทำตลาดประมาณ 3 เดือน สำหรับการแบ่งบทบาทหน้าที่อย่างเป็นทางการ ทาง ไทย โคโคนัทฯจะเป็นผู้จัดส่งวัตถุดิบน้ำมะพร้าวให้แก่ทางอิชิตัน เพื่อนำไปผ่านกระบวนการชงและผลิตเป็นเครื่องดื่มสำเร็จรูป โดยคาดว่าจะสร้างรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุดแรกนี้ประมาณ 15 ล้านบาท และหากได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคก็พร้อมที่จะผลิตและวางจำหน่ายอย่างต่อเนื่องในอนาคต
“หลังจากเปิดตัวและวางจำหน่ายไปแล้วนั้น ผลกระแสตอบรับและยอดสั่งซื้อซ้ำ จากเซเว่น อีเลฟเว่น ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากเกินกว่าที่บริษัทคาดการณ์ไว้ จุดเด่นสำคัญของผลิตภัณฑ์นี้คือการใช้น้ำมะพร้าวธรรมชาติเข้ามาทดแทนส่วนประกอบของน้ำตาล ทำให้เครื่องดื่มมีรสชาติอร่อย ลงตัว มีปริมาณน้ำตาลน้อย ตอบโจทย์เทรนด์การดูแลสุขภาพของผู้บริโภค อีกทั้งยังได้คุณประโยชน์ทางสุขภาพและความเย็นสดชื่นจากทั้งสมุนไพรและน้ำมะพร้าว ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าหลักของเย็นเย็นเดิมซึ่งเป็นกลุ่มแมสและวัยรุ่นให้การต้อนรับเป็นอย่างดี พร้อมทั้งยังสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้ารายใหม่ที่ชื่นชอบการดื่มน้ำมะพร้าวให้เข้ามาทดลองชิม ซึ่งการออกผลิตภัณฑ์ใหม่นี้นับเป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์การสร้างความสมดุลให้กับพอร์ตสินค้า (Portfolio Balancing) เพื่อขยายฐานในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ชาเขียวหลัก (Non-tea) ของบริษัทอีกด้วย”นายตัน กล่าว
นายตัน กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการความร่วมมือนี้ ไม่ได้จัดทำขึ้นเพียงชั่วคราวเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในช่วงที่ราคามะพร้าวตกต่ำเท่านั้น แต่ได้รับการวางตำแหน่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ (SKU) ใหม่ที่จะวางขายอย่างต่อเนื่องในตลาด เพื่อให้ชาวสวนมะพร้าวมีช่องทางตลาดที่พึ่งพาได้อย่างมั่นคง โดยไม่ต้องพึ่งพาการส่งออกแต่เพียงช่องทางเดียว จุดเด่นสำคัญของการแปรรูปเป็นเครื่องดื่มสำเร็จรูปบรรจุขวดคือ ผลิตภัณฑ์จะมีอายุการเก็บรักษา (Shelf Life) นานถึง 1 ปี ซึ่งต่างจากมะพร้าวสดที่ไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน ดังนั้น ในช่วงเวลาที่ผลผลิตมะพร้าวสดล้นตลาดหรือราคาตกต่ำ โรงงานก็สามารถเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นเพื่อช่วยดูดซับอุปทานส่วนเกิน และป้องกันไม่ให้ราคามะพร้าวในตลาดดิ่งลงแรงเกินไป ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน ทั้งการสร้างยอดขายให้กับอิชิตัน และ ไทย โคโคนัท ตลอดจนการสร้างความมั่นคงทางอาชีพให้แก่ชาวสวนมะพร้าว
“โครงการความร่วมมือนี้ไม่ได้จัดทำขึ้นเพียงชั่วคราวเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในช่วงที่ราคามะพร้าวตกต่ำเท่านั้น แต่ได้รับการวางตำแหน่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ (SKU) ใหม่ที่จะวางขายอย่างต่อเนื่องในตลาด เพื่อให้ชาวสวนมะพร้าวมีช่องทางตลาดที่พึ่งพาได้อย่างมั่นคง โดยไม่ต้องพึ่งพาการส่งออกแต่เพียงช่องทางเดียว จุดเด่นสำคัญของการแปรรูปเป็นเครื่องดื่มสำเร็จรูปบรรจุขวดคือ ผลิตภัณฑ์จะมีอายุการเก็บรักษา (Shelf Life) นานถึง 1 ปี ซึ่งต่างจากมะพร้าวสดที่ไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน ดังนั้น ในช่วงเวลาที่ผลผลิตมะพร้าวสดล้นตลาดหรือราคาตกต่ำ โรงงานก็สามารถเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นเพื่อช่วยดูดซับอุปทานส่วนเกิน และป้องกันไม่ให้ราคามะพร้าวในตลาดดิ่งลงแรงเกินไป ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน ทั้งการสร้างยอดขายให้กับอิชิตัน และ ไทย โคโคนัท ตลอดจนการสร้างความมั่นคงทางอาชีพให้แก่ชาวสวนมะพร้าว ซึ่งยืนยันว่าบริษัทฯจะยังคงรักษาราคาจำหน่ายเดิมไว้ โดยไม่มีการปรับขึ้นราคาอย่างแน่นอน แม้ว่าราคามะพร้าวในท้องตลาดอาจจะมีการปรับตัวสูงขึ้นในอนาคตก็ตาม” นายตัน กล่าว
สำหรับเป้าหมายทางการเงินในปีนี้ อิชิตัน มั่นใจว่าไตรมาส 4 จะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีทั้งในด้านยอดขายและกำไร คาดว่ารายได้รวมของบริษัทฯในปีนี้จะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 9,000 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นจากปี 2568 ที่ผ่านมา ที่อยู่ในระดับที่ประมาณ 8,200 ล้านบาท

ด้าน ดร.วรวัฒน์ ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด หรือ COCOCO กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณทางอิชิตัน ที่ให้โอกาสน้ำมะพร้าวน้ำหอมของไทยได้ขยายตลาดไปสู่กลุ่มผู้บริโภคที่กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยการนำน้ำมะพร้าวซึ่งมีความเย็นและหวานธรรมชาติมาผสมผสานกับเย็นเย็น ที่เป็นเครื่องดื่มสมุนไพรฤทธิ์เย็นถือเป็นความลงตัวอย่างยิ่ง อีกทั้งความหวานธรรมชาติจากน้ำมะพร้าวยังช่วยลดและทดแทนการใช้น้ำตาลในส่วนผสมได้ ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีอย่างมากเนื่องจากที่ผ่านมาอุตสาหกรรมมะพร้าวไทยต้องพึ่งพาตลาดส่งออกสูงถึงประมาณ 70-80% การที่เย็นเย็นเข้ามาเปิดตลาดร่วมกับไทย โคโคนัท จะทำให้คนไทยรู้จักและบริโภคน้ำมะพร้าวในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันน้ำมะพร้าวได้รับความนิยมกว้างขวางขึ้นจนนำไปผสมในเมนูกาแฟและชาเขียวตามค่ายคราฟต์หรือคาเฟ่ต่าง ๆ
จุดเริ่มต้นของความร่วมมือในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากแนวคิดในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวที่ประสบปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำอย่างหนักจนเหลือเพียงลูกละ 2 บาท บริษัทฯจึงได้นำศักยภาพทางเทคโนโลยีแปรรูปของบริษัทเข้ามาใช้ในการรวบรวมและดึงน้ำมะพร้าวส่วนเกินออกจากตลาดในช่วงที่ราคาตกต่ำ เพื่อจัดเก็บและทอดระยะเวลาในการนำออกมาจำหน่าย ซึ่งการรับซื้อวัตถุดิบมาป้อนให้กับอิชิตันในครั้งนี้ ทางไทย โคโคนัท ได้ดำเนินการจัดส่งวัตถุดิบน้ำมะพร้าวตามสัญญาเรียบร้อยแล้ว กลไกดังกล่าวนอกจากจะช่วยพยุงราคามะพร้าวไม่ให้ดิ่งลงต่ำเกินไปแล้ว ยังช่วยสร้างความตื่นเต้นและมอบความหวังใหม่ให้แก่เกษตรกร ขณะเดียวกัน ในด้านราคาจำหน่ายสินค้าปลายทาง
“การร่วมมือในครั้งนี้ ประโยชน์โดยตรงที่จะตกแก่เกษตรกรสวนมะพร้าว เนื่องจากในช่วงต้นปีที่ผ่านมา สถานการณ์ราคามะพร้าวเคยตกต่ำลงไปเหลือเพียงลูกละ 1-2 บาทเท่านั้น การสร้างอุปสงค์ใหม่ในครั้งนี้จึงเข้ามาช่วยบรรเทาและทำให้สถานการณ์ด้านราคาปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สำหรับตัวเลขความร่วมมือในเชิงการผลิตนั้น ผลิตภัณฑ์ ‘เย็นเย็น จับเลี้ยง มะพร้าวน้ำหอม’ ได้นำสมุนไพรฤทธิ์เย็น 12 ชนิดจากฝั่งเย็นเย็น มาผสานกับน้ำมะพร้าวน้ำหอมคุณภาพจากไทย โคโคนัท โดยใช้ปริมาณน้ำมะพร้าวน้ำหอมสดรวมกว่า 100 ตัน หรือคิดเป็นมะพร้าวจำนวน 376,000 ลูก เพื่อผลิตเป็นเครื่องดื่มพร้อมดื่มจำนวนทั้งสิ้น 2 ล้านขวด โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การคัดสรรสายพันธุ์และนำมะพร้าวสดจากสวนเข้าสู่กระบวนการแปรรูปและส่งตรงถึงโรงงานอิชิตันภายในระยะเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมงนับจากออกจากสวน ซึ่งเป็นช่วงเวลาทองที่สามารถล็อคความสด ใหม่ กลิ่นหอม และรสชาติหวานละมุนตามธรรมชาติของมะพร้าวน้ำหอมไว้ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด ซึ่งรสชาติความลงตัวของเครื่องดื่มชนิดนี้นอกจากจะสร้างความสดชื่นให้กับผู้บริโภคแล้ว ทุกการอุดหนุนของผู้บริโภคยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรไทยให้สามารถลืมตาอ้าปากและยืนหยัดได้อย่างมั่นคงในระยะยาว พร้อมส่งมอบมะพร้าวน้ำหอมคุณภาพดีให้คนไทยได้ลิ้มลองอย่างยั่งยืนต่อไป”ดร.วรวัฒน์ กล่าว

ในส่วนของตัวแทนเกษตรกรต้นน้ำ นายฐิติพงศ์ จันทรศร หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “ลุงเชื่อม” เจ้าของสวนมะพร้าวจากจังหวัดราชบุรี พร้อมด้วย “นายพรมงคล อัทฒากร” หรือ “คุณเล็ก” ซึ่งเป็นผู้ดูแลและลงพื้นที่ทำงานในสวนเป็นประจำ ได้มาร่วมสะท้อนถึงขั้นตอนความยากลำบากในการปลูกมะพร้าวน้ำหอมคุณภาพสูง โดยลุงเชื่อม กล่าวว่า การจะผลิตมะพร้าวน้ำหอมให้ได้คุณภาพดีนั้นเริ่มตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์มะพร้าวที่ดีที่สุด การนำมาเพาะพันธุ์ ตลอดจนการเตรียมดินและการยกร่องสวน เนื่องจากมะพร้าวน้ำหอมชอบพื้นที่ลุ่มและต้องการน้ำที่สมบูรณ์ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดราชบุรีที่มีสภาพดินและสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์เป็นพิเศษ จึงทำให้ผลผลิตมะพร้าวที่ได้มีคุณภาพดีที่สุดและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ขณะที่ คุณเล็ก ได้เสริมเพิ่มเติมว่าความหอมของมะพร้าวต้องมาจากสายพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมแท้เท่านั้น และต้องมีการดูแลรดน้ำอย่างสม่ำเสมอเนื่องจากเป็นพืชที่ต้องการน้ำค่อนข้างมาก อีกทั้งในขั้นตอนการเก็บเกี่ยวซึ่งต้นมะพร้าวมีความสูง ก็จำเป็นต้องใช้แรงงานมืออาชีพที่มีความชำนาญในการเก็บเกี่ยวโดยเฉพาะ
ด้าน นายพรมงคล อัทฒากร กล่าวถึงสถานการณ์ตลาดมะพร้าวในปัจจุบันว่า ราคาเริ่มปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี 2569 ที่ผลผลิตล้นตลาดจนเกินความต้องการ ซึ่งการที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด(มหาชน) และ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) เข้ามาเปิดรับซื้อและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้เข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรโดยตรงในหลายด้าน ทำให้ราคามะพร้าวค่อย ๆ ขยับสูงขึ้นและมีเสถียรภาพมากขึ้น จากเดิมที่เกษตรกรต้องพึ่งพาเพียงช่องทางการส่งออกซึ่งเป็นการพึ่งพาตลาดเพียงทางเดียว พร้อมกันนี้ยังกล่าวถึงความสะดวกของผู้บริโภคว่า มะพร้าวสดเป็นผลไม้ที่รับประทานยาก ขั้นตอนการปอกและการขนส่งทำได้ลำบาก การนำมาแปรรูปบรรจุขวดส่งตรงจากสวนภายใน 24 ชั่วโมง ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงความสดชื่นเหมือนดื่มจากสวนสด ๆ ได้ง่ายเพียงแค่เดินไปซื้อตามร้านค้าใกล้บ้าน