ภัยใกล้ระบบราง! “รฟฟท.” เดินเกมเชิงรุก จับมือ สน.ตลิ่งชัน ไล่ล่ากลุ่มลักลอบตัดสายไฟ หลังพบเหตุเกิดบ่อยครั้ง สั่งยกระดับตรวจเข้มตลอดแนวเส้นทาง หวั่นกระทบระบบและความปลอดภัยผู้โดยสาร

พล.อ.อ. คงศักดิ์ จันทรโสภา กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า รฟฟท. เดินหน้ามาตรการเชิงรุกด้านความปลอดภัย โดยบูรณาการความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า เพื่อสอดส่องและป้องกันการลักลอบเข้ามาตัดสายไฟในเขตระบบรถไฟฟ้า ซึ่งที่ผ่านมาเกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวอยู่บ่อยครั้ง
รฟฟท. ได้ตั้ง คณะอนุกรรมการด้านการรักษาความปลอดภัย การจราจร และการสื่อสารมวลชน โดยมี พล.ต.ต. อำนาจ ไตรพจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) และกรรมการบริษัทฯ เป็นประธาน เพื่อผลักดันมาตรการเชิงรุก พร้อมติดตามการปฏิบัติงานร่วมกับตำรวจในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดมาตรการดังกล่าวเริ่มเห็นผล เมื่อช่วงเวลา 10.30 น. วันที่ 10 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ตลิ่งชัน สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 2 ราย ที่บ้านพักภายในซอยราชพฤกษ์ 26 เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร
พร้อมตรวจยึดของกลาง ได้แก่
- ขดลวดสายไฟสีเงินประมาณ 10 กิโลกรัม
- คีมตัดสายไฟ 1 อัน
- มีดคัตเตอร์ 1 อัน
- รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีดำ ซึ่งใช้ในการก่อเหตุ
การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง พ.ต.อ. กุลเชษฐ์ บางพราน รอง ผบก.น.7 สั่งการให้ พ.ต.อ. มนต์ชัย อรุณส่องแสงดี ผกก.สน.ตลิ่งชัน พร้อมด้วย พ.ต.ท. พงษ์ธวัช คงเสือ รอง ผกก.สส.สน.ตลิ่งชัน และฝ่ายสืบสวนสอบสวน สน.ตลิ่งชัน เร่งติดตามกลุ่มผู้ต้องสงสัยจนสามารถจับกุมได้ในที่สุด

จากการสอบปากคำ ผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 ราย ให้การรับสารภาพ โดยเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันลักทรัพย์และรับของโจร
รฟฟท. ระบุว่า พร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ เพื่อเร่งติดตามและจับกุมกลุ่มผู้ร่วมกระทำความผิดที่ลักลอบตัดสายไฟในพื้นที่รถไฟฟ้าเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน รฟฟท. ยังคงยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยเพิ่มการทำงานเชิงรุกร่วมกันระหว่างฝ่ายรักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ออกตรวจตราตามแนวเส้นทางการให้บริการ ทุกวัน เพื่อป้องกันการลักลอบตัดสายไฟ และรักษาความปลอดภัยของระบบรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง รวมถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นสำคัญ
สายไฟไม่ใช่ของที่จะตัดแล้วจบ! เพราะทุกจุดที่ถูกทำลาย อาจกระทบถึงความปลอดภัยของระบบรางและผู้โดยสารทั้งเส้นทาง