
"ดุ๊ก ภาณุเดช" นักแสดงชื่อดัง ผู้เชี่ยวชาญด้านการตกแต่งภายใน (Interior Designer) -นักจัดสวนระดับแนวหน้าของประเทศไทย และ เจ้าของเพจ Duke Bhanudej ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตและปรัชญาการทำงานตกแต่งบ้านและจัดสวนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เผยมีความชอบด้านงานออกแบบและศิลปะได้หล่อหลอมขึ้นมาตั้งแต่วัยเยาว์จากความทรงจำในบ้านพักพนักงานไทยออยล์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติของภูเขาและทะเล จนกลายเป็นรากฐานในการนำ "สัจจะวัสดุ" เช่น ไม้ หอย และหิน เข้ามาผสมผสานในงานออกแบบ สู่การสร้างสรรค์ผลงานในวงการบันเทิง ทั้งงานฉากรายการ คอนเสิร์ต ละคร และรายการโทรทัศน์ยอดนิยม อาทิ "เงาะถอดรูป" และ "ตีท้ายครัว" ตลอดจนการก้าวสู่โลกออนไลน์ผ่านรายการ "ดุ๊กปรับให้" ซึ่งกลายเป็นสื่อทรงอิทธิพลที่ช่วยจุดกระแสความนิยมการจัดสวนด้วยไม้ออสเตรเลียและไม้เมดิเตอร์เรเนียนในประเทศไทย
ล่าสุด ได้ฉายภาพผลงานการออกแบบตกแต่งภายในตัวบ้านและแลนด์สเคปให้กับโครงการ “แฮตตัน เรสซิเดนซ์ สิริโสธร”ของ บริษัท มารวย เรียลเอสเตท จำกัด จังหวัดฉะเชิงเทรา ถือเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายแรกที่ให้ความไว้วางใจและมอบอิสระในการสร้างสรรค์งานศิลปะมานานกว่า 30 ปี โดยผลงานล่าสุดเป็นการดีไซน์บ้านสไตล์โมเดิร์นอิงลิช (Modern English) ที่ผสมผสานเฟอร์นิเจอร์วินเทจและงานศิลปะยุโรป ควบคู่กับการจัดสวนสไตล์ผสมผสานที่คัดสรรพืชพันธุ์กว่า 20 ชนิด เช่น ต้นโอลีฟ เสม็ดแดง และไม้ออสเตรเลียพันธุ์เควเรีย หรือที่นิยมเรียกกันในไทยว่า “สนเกรวิลเลีย” (Grevillea) มาสร้างบรรยากาศเนรมิตบ้านขนาด 98.3 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 279 ตารางเมตร ให้เสมือนอยู่ในต่างประเทศ พร้อมเน้นย้ำหลักการทำงานที่มองว่าการตกแต่งบ้านและสวนคือ "งานศิลปะ" ที่ต้องเกิดจากความเข้าใจและรสนิยมที่ตรงกันระหว่างดีไซเนอร์และเจ้าของบ้าน

จุดเริ่มต้นความหลงใหล และรากฐานการเลือกใช้ "สัจจะวัสดุ" จากธรรมชาติ
เส้นทางสายงานออกแบบของ “นายภาณุเดช วัฒนสุชาติ”หรือ "ดุ๊ก ภาณุเดช" นักแสดงชื่อดัง ผู้เชี่ยวชาญด้านการตกแต่งภายใน (Interior Designer) -นักจัดสวนระดับแนวหน้าของประเทศไทย และ เจ้าของเพจ Duke Bhanudej เปิดเผยว่า ก่อนที่จะมาดำเนินธุรกิจดังกล่าวอย่างเต็มรูปแบบ มีจุดเริ่มต้นมาจากความหลงใหลในงานอินทีเรียร์และศิลปะมาตั้งแต่เยาว์วัย แม้ว่าจะไม่ได้จบการศึกษาด้านศิลปะโดยตรงเนื่องจากสอบเข้ามหาวิทยาลัยศิลปากรไม่ติด จึงเลือกเข้าศึกษาต่อในคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ แทน สำหรับแรงบันดาลใจสำคัญในการมองโลกและสถาปัตยกรรมได้รับการปลูกฝังมาจากคุณพ่อและคุณแม่ซึ่งทำงานในสายการบินและได้เดินทางไปเห็นโลกกว้างอยู่สม่ำเสมอ ประกอบกับในเวลาต่อมาครอบครัวได้ย้ายไปทำงานที่ไทยออยล์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
การตั้งบ้านพักอาศัยอยู่บริเวณหลังโรงกลั่นน้ำมันซึ่งโอบล้อมด้วยภูเขาและชายทะเล ทำให้ “ดุ๊ก ภาณุเดช”เริ่ม Sourcing หรือนำสิ่งของและวัสดุรอบตัวในธรรมชาติ เช่น ไม้ เปลือกหอย และก้อนหิน เข้ามาใช้ในการตกแต่งบ้านพักพนักงาน คุณลักษณะเหล่านี้กลายมาเป็นหัวใจสำคัญของงานออกแบบที่เน้นการใช้ "สัจจะวัสดุ" หรือวัสดุที่เป็นธรรมชาติแท้จริง และเป็นจุดเริ่มต้นของการทดลองฝึกฝนทักษะการจัดแต่งห้องและสวนมาตั้งแต่เด็ก

การเดินทางบนเส้นทางบันเทิง สู่ธุรกิจอินทีเรียร์และรายการโทรทัศน์ระดับตำนาน
หลังจากการฝึกฝนทักษะงานออกแบบควบคู่ไปกับการทำงานในวงการบันเทิง “ดุ๊ก ภาณุเดช” ได้ขยายขอบเขตการทำงานไปสู่การออกแบบฉากรายการโทรทัศน์ ฉากละครเวที ฉากคอนเสิร์ต การเปิดบ้านนักแสดง ร้านอาหาร และการจัดสวน จนกระทั่งเมื่อเก็บหอมรอมริบได้จำนวนหนึ่ง จึงได้เปิดร้านขายของแต่งบ้านแห่งแรกที่ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต แม้ประสบภาวะขาดทุนในครั้งแรก แต่ก็ได้ขยับขยายไปเปิดร้านที่สยามเซ็นเตอร์และดำเนินกิจการมาได้ยาวนานถึง 10 ปี
หลังจากได้ตัดสินใจปิดหน้าร้านในยุคที่มีการเปิดให้บริการสยามพารากอน และ“ดุ๊ก ภาณุเดช” ได้หันมาเปิดบริษัทออกแบบตกแต่งภายใน (Interior Company) ควบคู่กับการเล่นละครและการจัดทำหนังสือ ซึ่งกลายมาเป็นแฟ้มสะสมผลงาน (Reference) นำไปเสนอต่อสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เพื่อจัดทำรายการ "เงาะถอดรูป" รายการดังกล่าวสร้างความประหลาดใจและทำให้ผู้ชมได้เห็นถึงไอเดียการนำสิ่งต่างๆ มาประยุกต์ใช้ในการตกแต่งบ้าน จนกระทั่งต่อมาได้พัฒนามาเป็นรายการ "ตีท้ายครัว" ในเวลาต่อมา

เนรมิตบ้านในโครงการ “แฮตตัน เรสซิเดนซ์ สิริโสธร”มนต์เสน่ห์บ้านสไตล์ Modern English ผสานเฟอร์นิเจอร์วินเทจ
ความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบของดุ๊ก ภาณุเดช ได้นำไปสู่การร่วมงานกับ ดร.นวณัฐ สุขะมงคล รองประธานกรรมการบริหาร แพทโก้ กรุ๊ป และบริษัท มารวย เรียลเอสเตท จำกัด ซึ่งถือเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งแรกที่กล้าให้ความไว้วางใจและมอบอิสระในการออกแบบให้เต็มที่ให้กับโครงการแรกของมารวยฯ มาตั้งแต่เมื่อ 30 ปีก่อน สำหรับโครงการล่าสุด “แฮตตัน เรสซิเดนซ์ สิริโสธร” จังหวัดฉะเชิงเทรา “ดุ๊ก ภาณุเดช”ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่ออกแบบให้มารวยฯ ซึ่งเป็นบ้านขนาด 98.3 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 279 ตารางเมตร ที่ได้นำแรงบันดาลใจจากการเดินทางต่างประเทศครั้งแรกที่ประเทศอังกฤษ มาถ่ายทอดเป็นงานตกแต่งสไตล์โมเดิร์นอิงลิช (Modern English) ที่มีความลงตัวและสะท้อนแครักเตอร์ (Character)ส่วนตัวอย่างเด่นชัด
การตกแต่งภายในบ้านพักหลังนี้มุ่งเน้นการสร้างอารมณ์และบรรยากาศให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกราวกับไม่ได้อยู่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา แต่กำลังพำนักอยู่ในบ้านสไตล์อังกฤษ ยุโรป หรือมีกลิ่นอายของเฟอร์นิเจอร์ฝรั่งเศสและงานศิลปะ โดยมีการทำบิลท์อินเพียงน้อยชิ้น แต่เน้นการจัดวางสเปซและทรีตผนังเป็นตารางตามสไตล์อังกฤษที่ลดทอนให้ดูทันสมัย พร้อมทั้งเจาะช่องโถงทางเดินเพื่อให้เวลากระทำกิจกรรมในครัวสามารถมองเห็นภาพถ่ายศิลปะที่ซ้อน Layer กัน เสมือนการใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางงานศิลปะ นอกจากนี้ ยังได้รับการยินยอมจากมารวยฯให้นำเฟอร์นิเจอร์คลาสสิกและของตกแต่งวินเทจที่วิ่งหาคัดสรรมาผสมผสานกับการใช้งานจริงได้อย่างลงตัว

นวัตกรรมจัดสวนแลนด์สเคป การผสมผสานไม้ออสเตรเลีย เมดิเตอร์เรเนียน และพืชพันธุ์ไทย
ในมิติของการจัดสวนแลนด์สเคปเพื่อเชื่อมต่อกับตัวบ้าน “ดุ๊ก ภาณุเดช” ได้วางคอนเซ็ปต์การจัดสวนให้ส่งต่อความรู้สึกต่อเนื่องจากสถาปัตยกรรมภายใน โดยนำรูปแบบการจัดสวนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากการเดินทางทั่วโลกมาประยุกต์ใช้ หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการทำบอร์ดเดอร์ (Border) วงกลมโรยกรวด พร้อมจัดวางเก้าอี้พักผ่อนที่โอบล้อมด้วยต้นไม้ นำต้นโอลีฟ (Olive) มาจัดวางในกระบะกลม และสร้างลานน้ำพุซ้อนสองขนาดในกระบะกลม ผสมผสานกับงานเซรามิกและเปลือกหอยจำลองเพื่อสร้างอารมณ์ความรู้สึกเชื่อมโยงกับชายทะเล
พืชพันธุ์ที่นำมาใช้ในสวนแห่งนี้มีจำนวนเกือบ 20 ชนิด โดยมีการนำไม้พื้นเมืองออสเตรเลีย (Australian Native Plants) เช่น ต้นเควเรีย (Grevillea) หรือที่นิยมเรียกกันในไทยว่า “สนเกรวิลเลีย” (Grevillea) มา Mix and match กับพืชพันธุ์ไทย เช่น เสม็ดแดง เสม็ดขาว รวมถึงต้น Silver Button ว่านแม่น้ำโขง ต้นสน ไม้พุ่ม และไม้ดอก การเลือกใช้เส้นสายของต้นไม้หลัก อย่างโอลีฟ หรือเสม็ดแดง จะเน้นฟอร์มที่มีความดราม่าและเป็นธรรมชาติ ควบคู่กับการคุมโทนสีใบไม้ในเฉดสีเขียวที่หลากหลาย เพื่อสร้างบรรยากาศสวนที่มีเอกลักษณ์และดูแลรักษาง่าย

ปรัชญาการออกแบบสไตล์ "ดุ๊ก ภาณุเดช" บ้านและสวนคือการสร้างสรรค์งานศิลปะ
“ดุ๊ก ภาณุเดช” กล่าวว่า ปรัชญาในการทำงานตกแต่งภายในและจัดสวน เป็นการสร้างสรรค์ "งานศิลปะ" รูปแบบหนึ่ง ดังนั้น การทำงานจึงต้องคัดเลือกและร่วมงานกับผู้ซื้อหรือเจ้าของบ้านที่เข้าใจและเห็นคุณค่า (Appreciate) ในผลงานศิลปะ โดยก่อนเริ่มงานจะมีการพูดคุยสอบถามถึงความชอบและสไตล์ที่ต้องการ เพื่อนำมาปรับประยุกต์ให้เข้ากับความต้องการของเจ้าของบ้าน โดยที่ดีไซเนอร์จะต้องมีพื้นที่อิสระ (Space) ในการคิดและสร้างสรรค์ไอเดีย
โดยกระบวนการทำงานจัดสวนของ “ดุ๊ก ภาณุเดช” เปรียบเสมือนการวาดภาพ โดยไม่ได้เริ่มต้นจากการทำแบบสเก็ตช์ที่เป๊ะตาม Pattern แต่จะใช้วิธีสเก็ตช์มือร่วมกับภาพอ้างอิง แล้วออกไปค้นหาช้อปปิ้งเฟอร์นิเจอร์วินเทจและคัดเลือกต้นไม้ด้วยตัวเองทั้งหมด โดยเฉพาะต้นไม้ฟอร์มใหญ่จะเดินทางไปเลือกและตัดแต่งทรงล่วงหน้าตามสวนต่างๆ เพื่อเตรียมไว้สำหรับโปรเจกต์ที่มีอยู่ในมือ จากนั้นจึงนำมาประมวลผลและจินตนาการแมตช์องค์ประกอบต่างๆ ในหัว ก่อนจะลงมือปฏิบัติจริงร่วมกับทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างและงานฉาก

การสร้างแรงบันดาลใจผ่านสื่อออนไลน์ "ดุ๊กปรับให้" และการจุดกระแสไม้ออสเตรเลียในไทย
ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 “ดุ๊ก ภาณุเดช”ในวัย 50 กว่าปี ได้รับการผลักดันจากหลานชายให้หันมารังสรรค์คอนเทนต์บนแพลตฟอร์มออนไลน์ จนเกิดเป็นรายการ "ดุ๊กปรับให้" ที่มุ่งเน้นเนื้อหาเรื่องบ้าน สวน และศิลปะอย่างชัดเจน ซึ่งเรื่องของการจัดสวนกลายเป็นคอนเทนต์ที่ได้รับการตอบรับและโด่งดังอย่างมากเนื่องจากเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและจับต้องได้เร็ว
การถ่ายทอดคอนเทนต์การจัดสวนสไตล์ออสเตรเลียผ่านช่องทางออนไลน์ ได้สร้างอิทธิพลอย่างสูงต่อวงการต้นไม้ในประเทศไทย จากเดิมที่ไม้ออสเตรเลีย Native อย่างเควเรียที่มีมากกว่า 300 สายพันธุ์ หาซื้อได้ยากมากในตลาด แต่หลังจากรายการออกอากาศ ได้เกิดกระแสความนิยมจนร้านค้าต้นไม้ต่างนำไม้ออสเตรเลียมาวางจำหน่ายและเกิดเป็นอาชีพใหม่แก่ผู้ประกอบการ จากนี้ ยังได้นำเสนอการจัดสวนแบบ Dry Garden สไตล์เมดิเตอร์เรเนียน เช่น การใช้ต้นโอลีฟ นำมาผสมผสานกับสไตล์อังกฤษ ออสเตรเลีย และโมเดิร์นทรูปิเคิล

แรงบันดาลใจจากการเดินทางรอบโลก สู่สถาปัตยกรรม Spanish Farm House
สำหรับแรงบันดาลใจในการออกแบบยุคปัจจุบัน “ดุ๊ก ภาณุเดช” กล่าวว่ามีความชื่นชอบและอินเนอร์ (Inner) กับ รูปแบบบ้านในประเทศสเปนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสถาปัตยกรรมแนวบ้านฟาร์มสเปน (Spanish Farm House) ที่มีเสน่ห์ตรงรูปทรงหลังคาและการใช้วัสดุที่มีความเรียบง่าย ไม่เนี้ยบเนียน แต่ให้อารมณ์ความอบอุ่น น่าอยู่อาศัย แนวคิดดังกล่าวนำมาสู่การสร้างบ้านพักอาศัยและสตูดิโอส่วนตัวในปัจจุบัน ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างบ้านฟาร์ม สไตล์ลอฟต์ และโรงนาขนาดใหญ่ เพื่อรองรับพื้นที่ทำงาน สำนักงาน สตูดิโอ และพื้นที่กว้างขวางสำหรับเลี้ยงสุนัขจำนวน 6 ตัว

“ทั้งการจัดบ้านและการจัดสวนต่างสร้างความสุขให้แก่ผมไม่แพ้กัน ซึ่งไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าชอบงานแบบไหนมากที่สุด เพราะชอบทั้ง 2 แบบ โดยงานจัดสวนจะสามารถบริหารจัดการและควบคุมงบประมาณได้รวดเร็วกว่า ขณะที่งานบ้านต้องดูแลตั้งแต่โครงสร้าง แต่ทั้ง 2 สิ่งต่างเป็นองค์ประกอบที่ต้องดำเนินควบคู่กันไปเพื่อสร้างสเปซการอยู่อาศัยที่มีแครักเตอร์ และทรงคุณค่าอย่างยั่งยืน”ดุ๊ก ภาณุเดช กล่าวในที่สุด
