“กรุงเทพธนาคม” เปิดแผนปี 70 สะสางหนี้-โอนสายสีเขียว/ทอง ลุย EV Charger ปั้นธุรกิจใหม่รับเมืองอนาคต
เศรษฐกิจ

“กรุงเทพธนาคม” เปิดแผนปี 70 สะสางหนี้-โอนสายสีเขียว/ทอง ลุย EV Charger ปั้นธุรกิจใหม่รับเมืองอนาคต

“กรุงเทพธนาคม” เปิดทิศทางปี 2570 เดินหน้าสะสางภารกิจเดิม ทั้งหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว–สีทอง โรงงานกำจัดขยะ 800 ตัน และโครงการสายสื่อสารลงใต้ดิน พร้อมวางรากฐานธุรกิจใหม่ “EV Charger” รองรับการให้บริการประชาชนและระบบขนส่งสาธารณะ ย้ำบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้

ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ ประธานกรรมการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด แถลงทิศทางการดำเนินงานของบริษัทในระยะต่อไป โดยมุ่งเน้นการสะสางภารกิจและปัญหาจากโครงการเดิม ควบคู่กับการวางรากฐานธุรกิจใหม่ เพื่อสนับสนุนการให้บริการสาธารณะและการพัฒนาเมืองของกรุงเทพมหานคร

เร่งโอน “สายเขียว–สายทอง” ตามมติ ครม.

สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว กรุงเทพธนาคมและกรุงเทพมหานครได้ดำเนินการเกี่ยวกับภาระหนี้ค่า O&M ประมาณ 50,600 ล้านบาท และหนี้ค่าระบบเดินรถประมาณ 23,000 ล้านบาท รวมถึงการดำเนินการเพื่อยุติคดีความและข้อพิพาท ตลอดจนเพิ่มรายได้จากค่าโดยสารและพื้นที่เชิงพาณิชย์ พร้อมดำเนินการชำระค่า O&M ให้เป็นไปตามสัญญา

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันจำนวนผู้โดยสารยังอยู่ในระดับทรงตัว ทำให้บริษัทชะลอแผนเพิ่มจำนวนรถไฟฟ้าออกไปก่อน โดยหากจำนวนผู้โดยสารปรับเพิ่มขึ้น ภาครัฐอาจพิจารณาทบทวนแผนจัดหารถไฟฟ้าเพิ่มเติมในอนาคต

ส่วน รถไฟฟ้าสายสีทอง บริษัทระบุว่าสามารถเจรจาและแก้ไขสัญญาได้สำเร็จ ส่งผลให้สามารถชำระหนี้ค่า O&M ในอดีตได้ทั้งหมด และไม่เกิดข้อพิพาททางกฎหมายจากการดำเนินการดังกล่าว

จากนี้ กรุงเทพธนาคมจะเดินหน้าดำเนินการเกี่ยวกับการโอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทองตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อให้การบริหารจัดการในอนาคตมีความชัดเจนและดำเนินต่อเนื่อง โดยการโอนจะต้องพิจารณารายละเอียดทั้งด้านสัญญา ทรัพย์สิน และภาระต่าง ๆ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โรงงานขยะ 800 ตัน เร่งปรับโครงสร้างหนี้ เดินเครื่องให้ต่อเนื่อง

อีกภารกิจสำคัญคือโครงการบริหารจัดการมูลฝอยชุมชนเพื่อผลิตพลังงาน ขนาดไม่น้อยกว่า 800 ตันต่อวัน ภายในศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ซึ่งเปิดเดินระบบมาตั้งแต่ปี 2563 โดยมีเป้าหมายลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบ พร้อมนำขยะมาแปรรูปและผลิตพลังงาน

ที่ผ่านมาโรงงานได้รับการปรับปรุงเป็นระบบปิด 100% พร้อมระบบ Negative Pressure ประตู 2 ชั้น ระบบบำบัดกลิ่น ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ รวมถึงติดตามกลิ่นด้วยระบบ E-Nose และเปิดให้ชุมชนมีส่วนร่วมตรวจสอบผ่านระบบ CCTV

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีขยะเข้าสู่ระบบประมาณ 300-400 ตันต่อวัน ซึ่งประเมินว่าอาจไม่ถึงกำลังการผลิต 800 ตันต่อวัน และสูงสุดอาจอยู่ที่ประมาณ 600 ตันต่อวัน ทำให้บริษัทต้องเร่งหารือแนวทางบริหารภาระหนี้

“ปัจจุบันมีขยะเข้ามาประมาณ 300-400 ตัน/วัน ซึ่งประเมินแล้วว่าอาจจะไม่ถึง 800 ตัน/วัน สูงสุดอาจจะมีแค่ประมาณ 600 ตัน/วัน ดังนั้น อาจจะต้องขอเจรจาเรื่องหนี้ที่กู้มา 2,200 ล้านบาท เพื่อปรับลดดอกเบี้ย” ศาสตราจารย์พิเศษธงทองกล่าว

เปิดเกมธุรกิจใหม่ “EV Charger” เสริมระบบ BRT

ขณะเดียวกัน กรุงเทพธนาคมเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ โดยเฉพาะ สถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charger) เพื่อสนับสนุนการให้บริการรถ BRT ตามนโยบายของกรุงเทพมหานคร

โครงการดังกล่าวเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการรถ BRT และสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าให้กรุงเทพมหานครได้มากกว่า 20%

นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถนำรถยนต์เข้ามาใช้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าได้ เพื่อเพิ่มทางเลือกและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน พร้อมต่อยอด EV Charger ให้เป็นหนึ่งในธุรกิจใหม่ของบริษัท

สายสื่อสารลงใต้ดิน “ไม่เป็นไปตามเป้า” เร่งเคลียร์หนี้-ข้อพิพาท

สำหรับโครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นภารกิจเดิมของบริษัทนั้น กรุงเทพธนาคมยอมรับว่าโครงการ ไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย เนื่องจากมีต้นทุนการลงทุนสูง ส่งผลให้ไม่สามารถหาผู้เช่าได้ตามที่คาดการณ์

ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาเกี่ยวกับภาระหนี้และข้อพิพาทกับคู่กรณี รวมถึงมีคดีที่อยู่ระหว่างกระบวนการยุติธรรม โดยต้องพิจารณาขอบเขตความรับผิดชอบของกรุงเทพธนาคม รวมถึงคู่สัญญาและผู้เกี่ยวข้องแต่ละฝ่าย

ย้ำ 4 ปีบริหารตามหลักธรรมาภิบาล

ศาสตราจารย์พิเศษธงทองกล่าวด้วยว่า ตลอดระยะเวลา 4 ปีของการทำงาน คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญกับหลักธรรมาภิบาล โดยยึดแนวทางการทำงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมุ่งให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้อง ไม่มีข้อครหาเกี่ยวกับการทุจริต

สำหรับทิศทางปี 2570 กรุงเทพธนาคมจึงมีโจทย์สำคัญทั้งการ สะสางภารกิจและภาระจากโครงการเดิม เดินหน้าการโอนโครงการรถไฟฟ้า บริหารจัดการหนี้และข้อพิพาท พร้อมสร้างธุรกิจใหม่ เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านบริการสาธารณะและการพัฒนาเมืองของกรุงเทพมหานครในระยะต่อไป

You can share this post!