องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จัดงานเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบ 50 ปี ภายใต้แนวคิด “เคียงข้างคนเมือง ขับเคลื่อนสู่อนาคต” ตอกย้ำบทบาทองค์กรขนส่งสาธารณะที่อยู่คู่การเดินทางของประชาชนมาอย่างยาวนาน พร้อมประกาศก้าวสำคัญสู่การพลิกโฉมระบบรถโดยสารสาธารณะยุคใหม่ ด้วยการนำรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV) รุ่นใหม่เข้ามายกระดับการให้บริการ ควบคู่การพัฒนาเทคโนโลยี ระบบบริการ และบุคลากร เพื่อสร้างการเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย เชื่อมต่อ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมจัดพิธีมอบทุนการศึกษาแก่บุตรพนักงาน ขสมก. เพื่อส่งต่อโอกาสจากคนรุ่นปัจจุบันสู่คนรุ่นต่อไป โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม คณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม ผู้บริหารและพนักงาน ขสมก. ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงาน และผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 50 ปี ขสมก. เป็นหน่วยงานสำคัญในการให้บริการขนส่งสาธารณะแก่ประชาชน ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เชื่อมโยงผู้คนจากที่อยู่อาศัยไปยังสถานที่ทำงาน สถานศึกษา สถานพยาบาล และจุดหมายต่าง ๆ รถโดยสารของ ขสมก. จึงไม่ใช่เพียงพาหนะในการเดินทาง แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนเมือง และมีบทบาท ต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมมาอย่างต่อเนื่อง
การก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 จึงเป็นทั้งวาระแห่งความภาคภูมิใจและหมุดหมายของการก้าวต่อไป โดยระบบขนส่งสาธารณะจำเป็นต้องพัฒนาให้ทันต่อบริบทการเดินทางที่เปลี่ยนแปลง ทั้งด้านคุณภาพการให้บริการ ความสะดวก ความปลอดภัย การเข้าถึงของประชาชนทุกกลุ่ม การเชื่อมต่อกับระบบขนส่งรูปแบบอื่น ตลอดจนการนำเทคโนโลยีและพลังงานสะอาดมาใช้ เพื่อยกระดับการเดินทางและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน กระทรวงคมนาคมพร้อมสนับสนุนการพัฒนา ขสมก. ให้ก้าวสู่ระบบรถโดยสารสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ และทันสมัย เป็นส่วนสำคัญของโครงข่ายการเดินทางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะที่มีคุณภาพและเชื่อมโยงการเดินทางได้ดียิ่งขึ้น นายพิพัฒน์กล่าว

อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญภายในงาน คือ พิธีมอบทุนการศึกษาแก่บุตรพนักงาน ขสมก. โดย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ร่วมแสดงความยินดี พร้อมสะท้อน ถึงความสำคัญของ “คน ขสมก.” ซึ่งเป็นกำลังสำคัญเบื้องหลังการให้บริการประชาชนมาตลอด 50 ปี ทั้งพนักงานขับรถพนักงานเก็บค่าโดยสาร เจ้าหน้าที่ และบุคลากรทุกฝ่าย
นายสิริพงศ์กล่าวว่า การดูแลบุคลากรไม่ควรจำกัดอยู่เพียงช่วงเวลาปฏิบัติงาน แต่ควรครอบคลุมถึงคุณภาพชีวิตและครอบครัวของพนักงานด้วย การมอบทุนการศึกษาแก่บุตรพนักงาน ถือเป็นการมอบโอกาสให้แก่เด็กและเยาวชน พร้อมเป็นกำลังใจให้กับพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชนในทุก ๆ วัน และเป็นการลงทุนในคนรุ่นใหม่ที่จะเติบโตขึ้นเป็นกำลังสำคัญของสังคมในอนาคต

นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ กล่าวว่า การเดินทางมาถึงปีที่ 50 เป็นหมุดหมายสำคัญของการเปลี่ยนผ่าน ขสมก. ไปสู่บทใหม่ ภายใต้แนวคิด “เคียงข้างคนเมือง ขับเคลื่อนสู่อนาคต” โดยมุ่งยกระดับองค์กรและคุณภาพบริการ เพื่อให้รถโดยสารประจำทางเป็นหนึ่ง ในทางเลือกหลักของการเดินทางในเมือง และตอบสนองความต้องการของประชาชนในยุคปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หนึ่งในก้าวสำคัญของการพลิกโฉมครั้งนี้ คือ การนำรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า หรือ EV ที่กำลัง จะเข้ามาให้บริการในต้นปีหน้า เพื่อยกระดับคุณภาพรถโดยสารให้มีความทันสมัย สะดวก และเป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยการเปลี่ยนผ่านสู่รถโดยสาร EV ไม่ได้เป็นเพียงการนำรถใหม่มาทดแทนรถเดิม แต่เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับระบบบริการโดยรวม ทั้งด้านความปลอดภัย เทคโนโลยี การบริหารจัดการเดินรถ และประสบการณ์การเดินทางของประชาชน ขณะเดียวกัน ขสมก. ยังจะเดินหน้าพัฒนาบริการดิจิทัลและข้อมูลการเดินทาง เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนและเข้าถึงบริการได้สะดวกยิ่งขึ้น ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากร ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร ให้พร้อมรองรับมาตรฐานการให้บริการที่สูงขึ้นและการเปลี่ยนแปลงของระบบขนส่งสาธารณะในอนาคต