“Chery” เขย่าวงการ SUVปักธงเปิดตัวแบรนด์ “iCAUR”ถล่มตลาดไทย หั่นราคาเริ่มต้นไม่ถึงล้าน ชู V27 REEV วิ่งไกล 1,000 กม. รับประกันแบตฯ ตลอดชีวิต สเปกโหดจัดเต็มจนคู่แข่งมีหนาว ยอดจองทะลุกว่า 1,500 คัน
การตลาด-ไอที-ยานยนต์

“Chery” เขย่าวงการ SUVปักธงเปิดตัวแบรนด์ “iCAUR”ถล่มตลาดไทย หั่นราคาเริ่มต้นไม่ถึงล้าน ชู V27 REEV วิ่งไกล 1,000 กม. รับประกันแบตฯ ตลอดชีวิต สเปกโหดจัดเต็มจนคู่แข่งมีหนาว ยอดจองทะลุกว่า 1,500 คัน

ตลาด SUV เมืองไทยมีสะเทือน เมื่อ Chery Group ยักษ์ใหญ่ยานยนต์จากจีน ประกาศเปิดตัวแบรนด์ “iCAURประเดิมส่ง iCAUR V27 REEV รถทรงกล่อง Premium Classic Boxy SUV ขุมพลังพลังงานใหม่เข้าลุยตลาดไทยอย่างเป็นทางการ จัดเต็มดีไซน์สุดคลาสสิกผสานเทคโนโลยี REEV ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแต่หมดกังวลเรื่องระยะทาง ด้วยการวิ่งไกลรวมสูงสุดถึง 1,000 กิโลเมตร อัดแน่นสมรรถนะระดับออฟโรดพันธุ์โหด ในรุ่นท็อปขับเคลื่อน 4 ล้อ i-AWD รีดกำลังได้สูงถึง 455 แรงม้า หมุนกลับรถกลางแคบแบบ Pivot Turn และลุยน้ำลึกได้ถึง 60 เซนติเมตร เปิดราคาอย่างเป็นทางการ 3 รุ่นย่อย เริ่มต้นราคาพิเศษโดนใจเพียง 999,900 บาท มาพร้อมโปรเด็ดตัดความกังวลผู้ใช้ "รับประกันแบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งาน พร้อมแพ็กเกจสิทธิประโยชน์รวมกว่า 100,000 บาท ประกาศความพร้อมส่งมอบล็อตแรก 1 ตุลาคม 2569 นี้ทันที ระบุยอดจองทะลุแล้วกว่า 1,500 คัน กางแผนตั้งโรงงานประกอบในไทยชูโลคอลคอนเทนต์ 45% รับนโยบายรัฐ ทุ่ม 25 โชว์รูมทั่วประเทศและคลังอะไหล่ขยายได้ถึง 1 หมื่นตารางเมตร เสริมมาตรการอุ้มลูกค้าประสบอุทกภัยลดค่าบริการ-อะไหล่เต็มสูบ

 

มร. จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เชอรี และไอคาร์ ประเทศไทย เปิดเผยถึง ภาพรวมตลาด Boxy SUV ทั่วโลก ว่า ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 2.5 ล้านคันในปี 2568 และคาดว่าจะขยายตัวแตะ 7.5 ล้านคันในปี 2573 หรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยมากกว่า 30% ต่อปี แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของรถยนต์ในรูปแบบ Boxy SUV และยังเป็นเทรนด์ที่มีโอกาสขยายตัวและได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในตลาดประเทศไทยในระยะต่อไป

จากทิศทางดังกล่าว จึงนับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมจึงได้เปิดตัว iCAUR (ไอคาร์) แบรนด์ยานยนต์พลังงานใหม่ระดับโลกภายใต้เครือ Chery Group ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเป็นครั้งแรก การเปิดตัวครั้งนี้มาพร้อมการนำเสนอ Premium Classic Boxy SUV ที่ผสานเอกลักษณ์ของดีไซน์คลาสสิกเข้ากับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน REEV (Range Extended Electric Vehicle) มอบประสบการณ์การขับขี่ในแบบรถยนต์ไฟฟ้า ควบคู่กับความมั่นใจในการเดินทางที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

โดยการเปิดตัวในครั้งนี้ เป็น 3 รุ่นย่อย ราคาจำหน่าย iCAUR V27 REEV อย่างเป็นทางการ พร้อมข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัว

1.รุ่น2WD PRIDE   ราคา 1,029,900 บาท ราคาพิเศษหลังหักส่วนลดเหลือ 999,900  บาท

2.รุ่น 2WD PRIME  ราคา 1,189,900  บาท ราคาพิเศษหลังหักส่วนลดเหลือ 1,159,900  บาท

3.รุ่น 4WD PRESTIGE ราคา 1,289,900 บาท ราคาพิเศษหลังหักส่วนลดเหลือ1,259,900  บาท

“ในช่วงระยะเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการนำ iCAUR เข้ามานำเสนอ “ยานยนต์ทางเลือกใหม่” สู่ตลาดไทย ผ่านรถยนต์ในกลุ่มพรีเมียม Boxy SUV ที่ผสานดีไซน์อันโดดเด่นเข้ากับประโยชน์ใช้สอยที่ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ พร้อมด้วยเทคโนโลยี REEV ที่เพิ่มความยืดหยุ่นและความมั่นใจในการเดินทางไกล สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหารถ SUV ซึ่งไม่ได้ตอบโจทย์เพียงการเดินทาง แต่ยังสามารถเติมเต็มรูปแบบการใช้ชีวิตและสะท้อนตัวตนได้อย่างลงตัว”มร.จิม ลี กล่าว

สำหรับประเทศไทย iCAUR จะมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 2 แนวทางหลัก ได้แก่ การขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น และ การพัฒนาบริการหลังการขายที่แข็งแกร่ง เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นและสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าในระยะยาว

“นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกที่งาน Big Motor Sale 2026 ตามด้วยกิจกรรมโรดโชว์ iCAUR V27 REEV เราได้รับกระแสตอบรับและความสนใจจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างน่าประทับใจ โดยมียอดลงทะเบียนแสดงความสนใจเพื่อรับสิทธิ์พิเศษก่อนใครมากกว่า 1,500 สิทธิ์ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความไว้วางใจที่ลูกค้าชาวไทยมอบให้ iCAUR โดย iCAUR เริ่มส่งมอบรถล็อตแรกอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป พร้อมแผนเริ่มการประกอบในประเทศไทยปี 2570” มร. จิม ลี กล่าว

ทั้งนี้ชื่อ iCAUR ถ่ายทอดแนวคิดผ่านตัวอักษร “i” ซึ่งหมายถึง Inner Self หรือตัวตนของแต่ละบุคคล ครอบคลุม 3 แนวคิด ได้แก่ Intellect ความคิดที่ชาญฉลาดและมีจุดมุ่งหมาย Imagine ความคิดสร้างสรรค์และความกล้าออกจากกรอบ และ Interactive การเชื่อมโยงผู้คน เทคโนโลยี และโลกรอบตัว สู่บุคลิกของแบรนด์ 3 ด้าน ได้แก่ Tasteful, Distinctive และ Explorative หรือมีรสนิยม โดดเด่น และพร้อมออกไปสำรวจสิ่งใหม่

iCAUR ออกแบบรถให้รองรับการปรับแต่งตามบุคลิก ความสนใจ และรูปแบบการใช้งานที่หลากหลาย ภายใต้สโลแกน “Classic Never Fades” แบรนด์นำความคลาสสิกมาตีความผ่านแนวคิด Future Classic Design เน้นสัดส่วน เส้นสาย ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย สร้างรถยนต์ที่โดดเด่นตั้งแต่แรกเห็นและยังคงความร่วมสมัย

มร.จิม ลี กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทฯ มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า iCAR V27 ให้แก่ลูกค้าที่ทำสัญญาจองซื้อ โดยจะเริ่มทยอยส่งมอบล็อตแรกตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 นี้เป็นต้นไป ปัจจุบันมีรถยนต์นำเข้าแบบสำเร็จรูป (CBU) จากประเทศจีนเข้ามาเตรียมความพร้อมในสต็อกแล้วมากกว่า 1,000 คัน ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายยอดขายในไตรมาส 4/2569 นี้ไว้ที่ 2,000 คัน ซึ่งจากผลตอบรับล่าสุดพบว่ามียอดจองล่วงหน้า (Booking) แล้วมากกว่า 1,500 คัน และภายหลังการประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการยังไม่มีลูกค้ายกเลิกการจองแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังได้กระจายรถยนต์ทดลองขับ (Demo Cars) ไปยังผู้จำหน่ายแล้ว 16 แห่ง รวมถึงการจัดกิจกรรมโรดโชว์เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ทดลองขับจริงก่อนการเปิดตัว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความมั่นใจและผลักดันยอดจองให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

ปัจจุบันรถยนต์ iCAR V27 ยังเป็นในรูปแบบของการนำเข้าแบบ CBU จากประเทศจีน แต่บริษัทฯ อยู่ระหว่างการศึกษาแผนการประกอบรถยนต์ภายในประเทศไทยอย่างจริงจัง ทั้งในรูปแบบของการใช้พื้นที่โรงงานเดิม ด้วยการขยายโรงงานใหม่ หรือการบริหารจัดการใช้ศักยภาพโรงงานร่วมกันระหว่างแบรนด์ต่างๆ ภายใต้ เชอรี กรุ๊ป (Chery Group) สำหรับประเด็นด้านโครงสร้างภาษีและนโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV Policy) ของภาครัฐ บริษัทฯ ได้เข้าร่วมประชุมกับสมาคมและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด โดยปัจจุบันรถยนต์ของบริษัทฯ มีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) อยู่ที่ประมาณ 45% และพร้อมที่จะปรับเพิ่มการสนับสนุนห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ในประเทศไทยทันทีหากภาครัฐมีการปรับเกณฑ์เงื่อนไขภาษีสูงขึ้น เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานและได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างถูกต้อง ควบคู่กับการบริหารจัดการราคาจำหน่ายให้คุ้มค่าและเข้าถึงได้ง่ายที่สุดสำหรับผู้บริโภค

สำหรับการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการ บริษัทฯ ได้วางแผนงานในระยะแรกด้วยการเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการครอบคลุม 25 แห่งทั่วประเทศ โดยแบ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 12 แห่ง และกระจายไปยังหัวเมืองใหญ่ในทุกภูมิภาค อาทิ เชียงใหม่, เชียงราย, พิษณุโลก, ภูเก็ต และศรีราชา ในด้านการบริหารเครือข่ายดีลเลอร์ ได้ให้สิทธิ์แก่ผู้จำหน่ายเดิมในเครือข่าย เชอรี, โอโมดา (OMODA) และเจคู (JAECOO) เข้าร่วมเป็นผู้จำหน่ายแบรนด์ไอคาร์ ซึ่งมีสัดส่วนเกือบ 90% ของผู้จำหน่ายทั้งหมด โดยในช่วงเริ่มต้น 6 เดือนแรก จะใช้รูปแบบการจัดแสดงรถยนต์ iCAR ฝากไว้ภายในอาคารโชว์รูมเดิมก่อน แล้วจึงทยอยย้ายออกไปสู่โชว์รูมและศูนย์บริการเดี่ยวแบบถาวรเมื่อการก่อสร้างอาคารเสร็จสมบูรณ์

ด้านระบบคลังสินค้าและการบริหารจัดการอะไหล่ บริษัทฯ ได้ดำเนินการย้ายและจัดตั้งคลังอะไหล่แห่งใหม่แยกออกมาเป็นเอกเทศเพื่อรองรับแบรนด์เชอรีและไอคาร์โดยเฉพาะ ปัจจุบันคลังอะไหล่มีพื้นที่จัดเก็บอยู่ที่ 2,500 ตารางเมตร และมีศักยภาพในการขยายพื้นที่เพิ่มเติมได้สูงสุดถึง 10,000 ตารางเมตรในอนาคต โดยตั้งเป้าหมายความพร้อมในการส่งมอบอะไหล่ชิ้นส่วน (Parts Availability) ไว้ที่ระดับ 95% ภายในสิ้นเดือนตุลาคม 2569 นี้  นอกจากนี้บริษัทฯ ยังกำหนดนโยบายให้ศูนย์บริการของผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ต้องสำรองสต็อกอะไหล่หมุนเวียนและอะไหล่ชิ้นส่วนสำคัญในระดับ 95% เพื่อให้สามารถให้บริการซ่อมบำรุงแก่ลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด

“แบรนด์ iCAR ถูกสร้างขึ้นเพื่อเน้นย้ำเรื่องดีไซน์และเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นหลัก โดยมี iCAR V27 เป็นเรือธง (Flagship) ในการขับเคลื่อนตลาด และมีแผนจะทยอยเปิดตัวโมเดลอื่นๆ เพิ่มเติมในอนาคต เช่น V29 ซึ่งเป็น SUV ขนาดใหญ่ขึ้น รวมถึงรุ่น V25, V24, V21 และ X27 ส่วนโมเดล V23 นั้น ในปัจจุบันยังคงจัดวางการทำตลาดให้อยู่ภายใต้แบรนด์เชอรี เพื่อสร้างความชัดเจนในการสื่อสารแบรนด์ในช่วงแรก นอกจากนี้ สำหรับลูกค้าที่ตัดสินใจซื้อ iCAR V27 ในช่วงเปิดตัว จะได้รับแพ็กเกจสิทธิประโยชน์พิเศษมูลค่ารวมประมาณ 100,000 บาท ซึ่งรวมถึงโปรแกรมการรับประกันตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty) เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดในการใช้งานระยะยาว” มร.จิม ลี กล่าว

สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ภาคกลางและหลายจังหวัดของประเทศไทย คณะผู้บริหารได้แสดงความเสียใจและห่วงใยผู้ประสบภัยทุกคน พร้อมทั้งประกาศมาตรการช่วยเหลือเยียวยาลูกค้าปัจจุบันด้วยการมอบส่วนลดพิเศษสำหรับค่าบริการและค่าอะไหล่สำรอง ตลอดจนการเตรียมมอบเงินและสิ่งของบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเร็วๆ นี้ จากการสำรวจเครือข่ายผู้จำหน่ายในพื้นที่ประสบภัยพบว่าโชว์รูมส่วนใหญ่ไม่ได้รับความเสียหายรุนแรง ขณะเดียวกันสถานการณ์น้ำท่วมดังกล่าวยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อยอดจองหรือแผนการส่งมอบรถยนต์ iCAR V27 แต่อย่างใด

 

นางรอนน่า หลัว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไอคาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า iCAUR มุ่งสร้างสรรค์รถยนต์ที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน พร้อมเปิดโอกาสให้เจ้าของสามารถเติมเต็มความเป็นตัวเองและถ่ายทอดตัวตนผ่านรถยนต์ได้อย่างลงตัว โดยประเทศไทยเป็นตลาดสำคัญต่อแผนการเติบโตระยะยาวของ iCAUR ในเอเชีย  ดังนั้นการเปิดตัวครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการนำรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์และความสัมพันธ์กับลูกค้าชาวไทย เราจะทำงานร่วมกับพันธมิตรในประเทศ รับฟังความต้องการของผู้บริโภค และพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง โดย iCAUR V27 REEV คือรถยนต์รุ่นแรกที่ถ่ายทอดคำมั่นสัญญาของแบรนด์ให้เกิดขึ้นจริง”

iCAUR ประเดิมตลาดประเทศไทยด้วย iCAUR V27 REEV รถยนต์ D-SUV ขุมพลัง REEV ที่สะท้อนแนวคิด “Timeless in Motion” โดยนำเสนอความโดดเด่นและความครบครันของยานยนต์ผ่านตัวอักษรแต่ละตัว ได้แก่ "i" Intelligence เทคโนโลยีอัจฉริยะและขุมพลัง REEV "C" Character ดีไซน์ที่บอกเล่าตัวตนด้วยเอกลักษณ์เหนือกาลเวลา "A" Ambience ความสุนทรีย์ของการเดินทางที่กลมกลืนกับไลฟ์สไตล์ "U" Unbound อิสระที่พร้อมเปิดรับรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย และ "R" Resilience สมรรถนะที่พร้อมพาไปไกลในทุกเส้นทาง

เทคโนโลยี Golden Range Extender ของ iCAUR ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อน ขณะที่เครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อส่งพลังงานให้กับระบบขับเคลื่อน โดยน้ำมันเพียง 1 ลิตร สามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 3.71 กิโลวัตต์ชั่วโมง มอบประสบการณ์การขับขี่ในรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมเพิ่มความยืดหยุ่นและความมั่นใจในการเดินทาง

ด้วยเทคโนโลยีดังกล่าว ผู้ขับขี่สามารถเลือกใช้งานได้อย่างเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมืองในวันทำงานด้วยโหมดไฟฟ้า หรือการเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุดที่สามารถใช้พลังงานไฟฟ้าควบคู่กับน้ำมันได้อย่างยืดหยุ่น ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย พร้อมมอบอิสระในการเดินทางได้ทุกรูปแบบ

รถสามารถเลือกโหมดการขับขี่ด้วยไฟฟ้าได้สูงสุด 165 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC และมีระยะทางขับขี่รวมทั้งไฟฟ้าและน้ำมันถึง 1,000 กิโลเมตร รองรับการชาร์จแบบ DC Fast Charging จาก 30–80% เพียง 15 นาที รวมถึงความสามารถการชาร์จไฟกระแสตรง DC สูงสุดประมาณ 100 กิโลวัตต์ และระบบจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอก V2L กำลังสูงสุด 6 กิโลวัตต์

เทคโนโลยี Golden Range Extender ให้ประสบการณ์การเดินทางด้วยระยะทางขับขี่ที่ไกลยิ่งขึ้น มาพร้อม การสำรองพลังงาน (Power-Reserve Strategy) ที่ออกแบบมาให้ครอบคลุมสถานการณ์การใช้งานตั้งแต่การใช้ไฟฟ้าในเมือง การเร่งแซง การเดินทางระยะไกล และการรักษาระดับแบตเตอรี่ ไปจนถึงการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ขณะชะลอความเร็ว

พร้อมด้วยโหมดจัดการพลังงาน 5 รูปแบบ ได้แก่ Forced EV สำหรับการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน, EV Priority ที่เน้นการใช้ไฟฟ้าเป็นหลัก โดยเครื่องยนต์จะทำงานเมื่อจำเป็น, Hybrid Mode ที่บริหารการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำมันอย่างสมดุลโดยอัตโนมัติ, Fuel Priority สำหรับการเดินทางระยะไกลและสำรองพลังงานแบตเตอรี่ไว้ใช้ในภายหลัง และ Forced Charging ที่ให้เครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ล่วงหน้า เพื่อสำรองพลังงานไฟฟ้าเมื่อถึงจุดหมาย

iCAUR V27 REEV มาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) 19 ฟังก์ชัน อาทิ ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ APA (Auto Parking Assist) ระบบเตือนจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA) ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) ระบบเตือนและช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LDW/LKA) ระบบตรวจสอบจุดอับสายตา (BSD) และถุงลมนิรภัยรอบคัน และระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ (DMS) ช่วยเพิ่มความสะดวกและความมั่นใจในทุกการเดินทาง

iCAUR V27 REEV รถยนต์ทรงกล่อง Classic Boxy SUV โดดเด่นด้วยไฟหน้า LED ทรงกลม ไฟเลี้ยวแยกอิสระ และซุ้มล้อขนาดใหญ่ เสริมบุคลิกแข็งแกร่งด้วยฐานล้อยาว บันไดข้าง ราวหลังคา กระจกมองข้างทรงเหลี่ยม และล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว

สะดวกสบายด้วยประตูท้ายเปิดด้านข้างพร้อมระบบดูดไฟฟ้า ยางอะไหล่ติดตั้งภายนอก ไฟท้ายทรง Brick Taillights สปอยเลอร์หลัง กล้อง 360 องศาแบบซ่อน รวมถึงใบปัดน้ำฝนด้านหลังและระบบล็อกหรือปลดล็อกรถอัตโนมัติเมื่อผู้ขับขี่เดินเข้าใกล้หรือออกห่างจากตัวรถ ตัวรถมีความยาว 5,045 มิลลิเมตร กว้าง 1,976 มิลลิเมตร สูง 1,894 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,900 มิลลิเมตร ช่วยสร้างรูปลักษณ์ที่มั่นคงและเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสาร

ห้องโดยสารออกแบบภายใต้แนวคิด "Interstellar Cockpit" ผสานความคลาสสิกเข้ากับเทคโนโลยีที่คำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นหลัก สะท้อนเอกลักษณ์แบบ Future-Classic พร้อมคว้ารางวัล Best Interior Design Award สาขา Premium Car จากเวที Torino Automotive Design Award 2026 (TADA 2026)

ไฮไลต์สำคัญคือพื้นที่เหนือศีรษะแบบ "Star Island" ประกอบด้วยหลังคากระจก Dual Skyview Roof ความยาว 1.4 เมตร ไฟ Ambient Light บริเวณเพดานที่ปรับได้หลายสี รวมถึงจุดติดตั้งแท็บเล็ตและอุปกรณ์เสริม ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งและรองรับกิจกรรมที่หลากหลาย

ภายในตกแต่งด้วยวัสดุบุนุ่ม พร้อมหน้าจอกลางขนาด 15.4 นิ้ว จอแสดงข้อมูลสำหรับผู้ขับขี่ขนาด 8.88 นิ้ว แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย กระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติ กระจกไฟฟ้าแบบ One-Touch ตลอดจนช่องปรับอากาศและพอร์ต USB สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

ระบบ Smart Cockpit รองรับโหมดการใช้งานสำหรับการตั้งแคมป์ การพักผ่อน สัตว์เลี้ยง การล้างรถ และการต้อนรับผู้ขับขี่ พร้อมเมนู Shortcut ระบบแสดงภาพรอบคัน 540 องศา และภาพจำลองตัวรถแบบ 3 มิติ เสริมความบันเทิงด้วยระบบเสียง Pioneer พร้อมลำโพงสูงสุด 15 ตำแหน่งรวมซับวูฟเฟอร์

เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางพร้อมระบบระบายอากาศ โดยเบาะผู้ขับขี่มีระบบบันทึกตำแหน่งและ Welcome Seat ขณะที่เบาะหน้าสามารถปรับราบเพื่อเพิ่มรูปแบบการใช้งาน ตำแหน่งเบาะสูงจากพื้นรถ 35 เซนติเมตร ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่

ห้องโดยสารตอนหลังให้ความเงียบ พนักพิงเบาะนั่งแถวหลังปรับเอนได้ 28 องศา พร้อมพื้นที่เหนือศีรษะกว้างขวาง เมื่อพับเบาะจะได้พื้นที่บรรทุกสัมภาระยาว 2.15 เมตร กว้าง 1.05 เมตร และสูง 1.35 เมตร ความจุรวม 1,818 ลิตร เพียงพอสำหรับสัมภาระครอบครัวและอุปกรณ์เดินทาง พร้อมรองรับการติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพื่อกิจกรรมที่หลากหลาย

พร้อมทุกเส้นทางด้วย “R” Resilience สมรรถนะครบทั้งทางเรียบและเส้นทางออฟโรด ผสานระบบขับเคลื่อน  i-AWD

iCAUR V27 REEV มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ โดยรุ่นสูงสุดติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังรวม 335 กิโลวัตต์ หรือ 455 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 505 นิวตันเมตร และเร่งจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 6 วินาที

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ i-AWD จัดสรรกำลังระหว่างมอเตอร์คู่โดยอัตโนมัติ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและแรงยึดเกาะ พร้อมโหมดขับขี่สูงสุด 9 รูปแบบ ครอบคลุม Eco, Normal, Sport และ Personalized รวมถึงโหมดสำหรับพื้นผิวร่วน ลื่น ไม่เรียบ โคลน และทุกถนน

สำหรับการขับขี่นอกเส้นทาง ตัวรถมีระยะใต้ท้อง 224 มิลลิเมตร พร้อมระบบ Wading Mode สำหรับการลุยน้ำ รองรับการลุยน้ำลึกสูงสุด 600 มิลลิเมตร ระบบช่วยกลับรถในพื้นที่จำกัด (In-Place Turn ในรูปแบบ Pivot Turn) และระบบ Crawl Mode ควบคุมความเร็วขณะขับออฟโรดหรือทางลาดชัน

iCAUR V27 REEV มาพร้อม 3 รุ่นย่อย ได้แก่

- 2WD PRIDE รุ่นเริ่มต้นที่ครบครัน ราคา 1,029,900 บาท ราคาพิเศษหลังหักส่วนลดเหลือ 999,900  บาท

-2WD PRIME รุ่นเพิ่มความจุแบตเตอรี่และระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้า ราคา 1,189,900  บาท ราคาพิเศษหลังหักส่วนลดเหลือ 1,159,900  บาท

-4WD PRESTIGE รุ่นสูงสุด มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ i-AWD และเทคโนโลยีออฟโรด ราคา 1,289,900 บาท ราคาพิเศษหลังหักส่วนลดเหลือ1,259,900  บาท

ข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติมสำหรับลูกค้า iCAUR V27 REEV ช่วงเปิดตัว*

เมื่อจองและออกรถภายใน 31 ตุลาคม 2569

-ส่วนลดพิเศษมูลค่า 30,000 บาท*

-Lifetime Battery Warranty Package รับประกันแบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งาน

-แพ็กเกจมูลค่า 100,000 บาท ประกอบด้วย

  • ประกันภัยชั้นหนึ่งนานหนึ่งปี
  • เครื่องชาร์จแบบพกพา พร้อมอุปกรณ์จ่ายไฟภายนอก V2L
  • ชุดพรมปูพื้น
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี
  • บริการแอปพลิเคชัน iCAUR พร้อมกล่องสัญญาณอัจฉริยะ T-Box Internet Data นาน 5 ปี
  • รับประกันคุณภาพตัวรถ 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน
  • รับประกันเครื่องยนต์ 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

โดยมีสีภายนอกให้เลือก 4 สี ได้แก่ Deep Black, Classic Sand, Moonlight White และ Highland Green (รุ่น 2WD PRIDE มีสี Deep Black และ Moonlight White) ภายในห้องโดยสารมาในโทนสี Shadow Black ขณะที่รุ่น 4WD PRESTIGE ที่มาพร้อมตัวถังสี Classic Sand สามารถเลือกห้องโดยสารสี Oak Brown

สำหรับข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัว รับส่วนลด 30,000 บาท พร้อม Lifetime Battery Warranty Package และแพ็กเกจมูลค่ารวม 100,000 บาท ประกอบด้วยประกันภัยชั้นหนึ่งนานหนึ่งปี อุปกรณ์ V2L และเครื่องชาร์จแบบพกพา บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงนาน 5 ปี และรับกล่องสัญญาณอัจฉริยะ T-Box Internet Data เพื่อเชื่อมต่อรถกับ iCAUR Application นาน 5 ปี รวมถึงการรับประกันคุณภาพตัวรถนาน 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รับประกันเครื่องยนต์นาน 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง เมื่อจองและออกรถภายใน 31 ตุลาคม 2569

*สิทธิประโยชน์และเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ด้านบริการหลังการขาย iCAUR Thailand มุ่งสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าตลอดอายุการใช้งาน พร้อมบริหารค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาให้ต่ำกว่ารถยนต์ไฮบริดทั่วไปสูงสุด 34%* พร้อมกันนี้ iCAUR Thailand เตรียมความพร้อมด้านอะไหล่มากกว่า 95% ภายในเดือนตุลาคม 2569 และยกระดับมาตรฐานการให้บริการของผู้จำหน่ายทั่วประเทศให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีทีมงานบริการหลังการขายที่พร้อมให้บริการ 100% เพื่อส่งมอบบริการที่มีคุณภาพและต่อเนื่องแก่ลูกค้าในทุกพื้นที่ และตลอดทุกช่วงของการใช้งาน

*ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาคำนวณจากราคาขายปลีกอะไหล่และค่าแรงของ iCAUR ในอัตรา 600 บาทต่อชั่วโมง ทั้งนี้ ผลประหยัดจริงอาจแตกต่างกันตามรุ่นรถ รายการบำรุงรักษา และเงื่อนไขการใช้งาน

ด้านเครือข่ายผู้จำหน่าย ภายในสิ้นปีนี้ iCAUR จะมีเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการกว่า 25 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมกรุงเทพฯ และหัวเมืองหลักในภูมิภาค

 

You can share this post!