“พิพัฒน์” ลงพื้นที่สุวรรณภูมิ นั่งหัวโต๊ะแก้ปัญหากระเป๋าสัมภาระตกค้าง หลังน้ำท่วมกระทบกำลังพล Ground Handling เร่งเคลียร์สัมภาระตกค้าง 10,000 ใบ ระดมกำลัง 230 นายช่วยคัดแยก–ลำเลียง พร้อมสั่งทุกหน่วยงานรายงานสถานการณ์ทุก 8 ชั่วโมง หวังฟื้นบริการกลับสู่ภาวะปกติและสร้างความเชื่อมั่นผู้โดยสาร
วันนี้ (30 กันยายน 2569) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อติดตามและเร่งแก้ไขปัญหากระเป๋าสัมภาระตกค้างและความล่าช้าในการให้บริการ โดยมีผู้บริหารกระทรวงคมนาคม การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือ
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยในกรุงเทพมหานครและพื้นที่โดยรอบ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการให้บริการภาคพื้นของการบินไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการภาคพื้น หรือ Ground Handling Agent (GHA) ไม่สามารถเดินทางมาปฏิบัติงานได้ตามปกติ ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนกำลังพล รวมถึงอุปกรณ์ภาคพื้นที่ไม่เพียงพอต่อการให้บริการ
ปัญหาดังกล่าวกระทบต่อทั้งกระบวนการให้บริการเที่ยวบินขาออกและการขนถ่ายสัมภาระของเที่ยวบินขาเข้า ส่งผลให้เที่ยวบินบางเที่ยวบินเกิดความล่าช้า ขณะที่ผู้โดยสารขาเข้าต้องใช้เวลารอรับสัมภาระนานกว่าปกติ
เร่งเคลียร์กระเป๋าตกค้าง 10,000 ใบ ระดมกำลัง 230 นาย
นายพิพัฒน์เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาสัมภาระผู้โดยสารตกค้าง ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 26–28 กันยายน 2569 รวมประมาณ 10,000 ใบ
เบื้องต้น ทอท. และกระทรวงกลาโหมได้สนับสนุนกำลังพลจำนวน 130 นาย เข้าไปช่วยการบินไทยในกระบวนการคัดแยก ขนถ่าย และลำเลียงสัมภาระที่ตกค้างบริเวณ Sorting Area พร้อมเตรียมเพิ่มกำลังพลอีก 100 นาย รวมเป็น 230 นาย เพื่อเร่งให้กระบวนการคัดแยกและส่งมอบสัมภาระดำเนินการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน ในส่วนของคลังสินค้า (Cargo) กระทรวงคมนาคมได้หารือแนวทางสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ และการจัดสรรพื้นที่รองรับสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการรับ–ส่ง และเร่งระบายสินค้าให้เกิดความคล่องตัวมากขึ้น
ทอท.จัดพื้นที่ช่วยผู้โดยสาร–ประสานไปรษณีย์ไทยส่งกระเป๋าถึงบ้าน
ด้าน นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. กล่าวว่า ทอท.ได้จัดพื้นที่และเจ้าหน้าที่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารในการค้นหาและรับมอบสัมภาระให้เป็นระบบมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังได้ประสาน บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อสนับสนุนการรับและจัดส่งสัมภาระไปยังผู้โดยสารที่ไม่สามารถรอรับสัมภาระด้วยตนเอง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้
ทอท.ยังสนับสนุนการจัดสรรหลุมจอดอากาศยานให้แก่การบินไทย เพื่อช่วยลดผลกระทบด้านการปฏิบัติการบิน โดยระบุว่าการให้บริการเที่ยวบินและการดำเนินงานด้านอื่น ๆ ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยังคงดำเนินการต่อเนื่อง
“พิพัฒน์” สั่งรายงานทุก 8 ชั่วโมง เร่งเยียวยาผู้โดยสาร
นายพิพัฒน์กำชับการบินไทยและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งช่วยเหลือและเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ จากเที่ยวบินยกเลิก เที่ยวบินล่าช้า และกรณีสัมภาระล่าช้า พร้อมกำชับให้สื่อสารข้อมูลกับผู้โดยสารและประชาชนอย่างชัดเจนและรวดเร็ว รวมถึงเพิ่มช่องทางการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่น
นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ ทอท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รายงานความคืบหน้าทุก 8 ชั่วโมง ครอบคลุมสถานะและจำนวนสัมภาระตกค้าง การบริหารจัดการเที่ยวบินของการบินไทย รวมถึงสถานการณ์ด้าน Cargo เพื่อเร่งคลี่คลายปัญหาและฟื้นฟูการให้บริการกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด