“อินฟินีออน” ปักหมุดไทย เปิดฐานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ Backend แห่งใหม่ เสริมความยืดหยุ่น และขีดความสามารถของเครือข่ายการผลิตระดับโลก รองรับการเติบโตในอนาคต
ข่าวประชาสัมพันธ์

“อินฟินีออน” ปักหมุดไทย เปิดฐานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ Backend แห่งใหม่ เสริมความยืดหยุ่น และขีดความสามารถของเครือข่ายการผลิตระดับโลก รองรับการเติบโตในอนาคต

อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ เปิดฐานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นปลาย (Backend) แห่งใหม่ในจังหวัดสมุทรปราการ เสริมความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของเครือข่ายการผลิตระดับโลก พร้อมเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับการเติบโตในระยะต่อไป ท่ามกลางความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ระยะยาวที่เพิ่มขึ้นจากแรงขับเคลื่อนของ Digitalization, Electrification และ Energy Transition โดยได้รับเกียรติจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ มร. อเล็กซานเดอร์ กอร์สกี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิด

ฐานการผลิตแห่งใหม่ตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ใจกลางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการลูกค้าทั่วโลก พร้อมเสริมความยืดหยุ่นให้กับเครือข่ายการผลิตในแต่ละภูมิภาค โดยฐานการผลิตได้รับการออกแบบให้สามารถขยายได้สูงสุดถึง 5 โมดูล ทำให้ประเทศไทย มีศักยภาพก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในฐานการผลิต Backend ที่ใหญ่ที่สุดของอินฟินีออนในระยะยาว ขณะเดียวกันยังเป็นส่วนสำคัญของเครือข่ายการผลิตทั่วโลก และช่วยเสริมการขยายกำลังการผลิต Frontend ของบริษัทที่กำลังดำเนินอยู่

มร. อเล็กซานเดอร์ กอร์สกี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ เอจี เปิดเผยว่า สิ่งที่ทำให้ประเทศไทย เป็นส่วนสำคัญของเครือข่ายการผลิตระดับโลกของเรา คือการผสานระหว่างทำเลที่ตั้ง และศักยภาพในการเติบโต เรากำลังสร้างฐานการผลิตแห่งใหม่ใจกลางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรายล้อมด้วยระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่กำลังขยายตัว และสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายโลจิสติกส์ระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจัยเหล่านี้ช่วยให้อินฟินีออนเพิ่มความยืดหยุ่นของเครือข่ายการผลิต และสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ ฐานการผลิตแห่งนี้ยังได้รับการออกแบบเพื่อรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เริ่มต้นจาก Module A และสามารถขยายได้สูงสุดถึง 5 โมดูลในระยะยาว เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตได้อย่างยืดหยุ่นตามความต้องการ

ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ฐานการผลิต Backend แห่งใหม่ของอินฟินีออน สะท้อนความเชื่อมั่นต่ออนาคตของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ชั้นนำ ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยผลักดันระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์ของไทย เสริมบทบาทของประเทศในห่วงโซ่มูลค่าโลก พร้อมสร้างโอกาสและงานทักษะสูงให้กับคนรุ่นต่อไป รัฐบาลยินดีต่อการลงทุนระยะยาวของอินฟินีออน และพร้อมเดินหน้าความร่วมมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

การเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ภายใต้ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีของประเทศ กำลังสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ให้กับภาคการผลิตขั้นสูงและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในภูมิภาค โดยไทยมีความได้เปรียบทั้งด้านการเชื่อมต่อกับประเทศต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความใกล้ชิดกับตลาดลูกค้าหลัก ตลอดจนฐานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่พัฒนามาอย่างยาวนาน โดยฐานการผลิตแห่งใหม่นี้ต่อยอดจากความเชี่ยวชาญของบุคลากรไทยและเครือข่ายพันธมิตรที่มีอยู่ พร้อมระบบนิเวศอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไทยในระยะยาว

ปัจจุบัน ฐานการผลิตมีพนักงานประมาณ 350 คน และคาดว่าจะเพิ่มเป็นราว 1,000 คน เมื่ออาคารผลิตแห่งแรก หรือ Module A เดินเครื่องเต็มกำลัง นอกเหนือจากการลงทุนด้านการผลิต อินฟินีออนยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร ผ่านความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษา และพันธมิตรภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างกำลังคนสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในอนาคต

ฐานการผลิตแห่งนี้เป็นโครงการก่อสร้างใหม่ (Greenfield Site) ที่ผสานระบบอัตโนมัติขั้นสูง การออกแบบที่สามารถขยายกำลังการผลิตได้ และระบบการผลิตดิจิทัล เพื่อให้การผลิตมีประสิทธิภาพ เสถียร และรักษามาตรฐานคุณภาพในระดับสูง ฐานการผลิตยังนำองค์ความรู้และประสบการณ์จากฐานการผลิต Backend ของอินฟินีออนในประเทศต่าง ๆ มาต่อยอด พร้อมออกแบบให้สามารถปรับตัวตามความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีใหม่ และการผลิตในปริมาณมากได้อย่างยืดหยุ่น ด้วยห้องคลีนรูม (Cleanroom) ที่ได้มาตรฐาน ระบบการประกอบและการทดสอบที่ทันสมัย ควบคู่กับระบบอัตโนมัติในระดับสูง ฐานการผลิตสามารถครอบคลุมกระบวนการ Backend ของเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงการทดสอบเวเฟอร์ (Wafer Test) ช่วยเสริมบทบาทของฐานการผลิตในไทยภายในเครือข่ายการผลิตของอินฟินีออน และรองรับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่มีความซับซ้อนและมูลค่าสูงมากขึ้น

ฐานการผลิตแห่งนี้ช่วยรองรับโซลูชันเซมิคอนดักเตอร์ที่มีความซับซ้อนและมูลค่าสูงมากขึ้น สำหรับการใช้งานในภาคยานยนต์ อุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งล้วนเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการขับเคลื่อนระบบไฟฟ้า เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลทั่วโลก

ด้านความยั่งยืน ฐานการผลิตใช้พลังงานไฟฟ้าสีเขียว 100% พร้อมติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตพลังงานหมุนเวียนภายในพื้นที่ รวมถึงระบบหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้และระบบกักเก็บน้ำฝน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรในกระบวนการผลิต และสนับสนุนเป้าหมายการลดคาร์บอนฟุตพรินต์ตลอดห่วงโซ่มูลค่าของอินฟินีออน

 

You can share this post!