สถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำในแม่น้ำบางปะกงที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ประชาชนเป็นวงกว้าง ขณะที่กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ รถบรรทุก เครื่องมือและเครื่องจักร เข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน พร้อมกำชับให้แขวงทางหลวงชนบททุกพื้นที่ติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง
นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดขณะนี้ ทช. ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และทรัพยากร ทั้งรถบรรทุก เครื่องมือ และเครื่องจักร เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยทั่วทุกภูมิภาค โดยเฉพาะจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก
เนื่องจากแม่น้ำบางปะกงได้รับน้ำจากนครนายก แม่น้ำปราจีนบุรี รวมถึงน้ำที่ระบายจากเขื่อนสียัด ส่งผลให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงและล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ประชาชนเป็นวงกว้าง
ขณะนี้สำนักงานทางหลวงชนบทที่ 13 (ฉะเชิงเทรา) และแขวงทางหลวงชนบทฉะเชิงเทรา ได้เร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียง การลำเลียงอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น รวมถึงนำรถบรรทุกน้ำเข้าแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังจัดรถบรรทุกสำหรับรับ-ส่งและอำนวยความสะดวกประชาชนในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมสูงจนรถขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนติดตามระดับน้ำบนโครงข่ายทางหลวงชนบทอย่างใกล้ชิด ติดตั้งป้ายเตือน ป้ายบอกระดับน้ำ และปักเสาขาวแดงตามแนวเขตทาง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ใช้เส้นทาง
ฉะเชิงเทราอ่วม! กระทบ 6 สายทาง
สำหรับสถานการณ์บนโครงข่ายทางหลวงชนบทจังหวัดฉะเชิงเทรา ขณะนี้ได้รับผลกระทบ 6 สายทาง ได้แก่
1.สาย ฉช.3003 แยก ทล.331 - อ.ท่าตะเกียบ
ช่วง กม. 3+500–13+000 มีระดับน้ำสูงประมาณ 50 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถผ่านได้
2.สาย ฉช.4023 แยก ทล.3347 - บ้านควายเขาหัก
ได้รับผลกระทบหลายช่วง ได้แก่
* กม. 7+000–16+500 น้ำกัดเซาะผิวจราจรและคันทาง ระดับน้ำสูง 80 เซนติเมตร รถไม่สามารถผ่านได้
* กม. 20+000–20+700 น้ำกัดเซาะผิวจราจรและคันทาง ระดับน้ำสูง 50 เซนติเมตร รถไม่สามารถผ่านได้
* กม. 24+000–24+500 น้ำกัดเซาะผิวจราจรและคันทาง ระดับน้ำสูง 80 เซนติเมตร รถไม่สามารถผ่านได้
3.สาย ฉช.3028 แยก ทล.304 - บ้านคลองเจ้า
ช่วง กม. 6+600–7+870 น้ำกัดเซาะผิวจราจรและคันทาง ระดับน้ำสูง 40 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถผ่านได้
4.สาย ฉช.3042 แยก ทล.304 - บ้านกกสับนอก
ช่วง กม. 0+000–4+905 น้ำกัดเซาะผิวจราจรและคันทาง ระดับน้ำสูง 20 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถผ่านได้
5.สาย ฉช.4049 แยก ทล.3481 - บ้านหัวไทร
ช่วง กม. 0+000–3+000 น้ำกัดเซาะผิวจราจรและคันทาง ระดับน้ำสูง 60 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถผ่านได้
6.สาย ฉช.4050 แยก ทล.3200 - บ้านบางขนาก
ช่วง กม. 17+500–22+900 น้ำกัดเซาะผิวจราจรและคันทาง ระดับน้ำสูง 20 เซนติเมตร โดยรถเล็กยังสามารถผ่านได้
นายพิชิต กล่าวว่า ทช. ได้เตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน พร้อมบริหารจัดการเส้นทางและดูแลความปลอดภัยในการเดินทางอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
“ทช. พร้อมอยู่เคียงข้างประชาชนในทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และจะเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ”
ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการแจ้งเหตุหรือขอความช่วยเหลือ สามารถติดต่อแขวงทางหลวงชนบทในพื้นที่ หรือ สายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146