กระทรวงพลังงาน ปรับแผนรับมือวิกฤตพลังงานโลกยืดเยื้อ หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางกระทบอุปทานน้ำมันและเส้นทางขนส่งสำคัญ เดินหน้าปรับ “แผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง และแผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2569–2572” ให้สอดคล้องสถานการณ์ พร้อมทบทวนนโยบายสนับสนุนเชื้อเพลิงชีวภาพ หวังลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้าและเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ว่า สถานการณ์ความขัดแย้งและสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งอุปทานพลังงานสำคัญของโลก ส่งผลให้อุปทานน้ำมันลดลง ขณะที่เส้นทางขนส่งทางทะเลสำคัญ เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ และเส้นทางยุทธศาสตร์ในทะเลแดง ยังคงเผชิญความเสี่ยง ส่งผลให้ราคาพลังงานมีความผันผวนสูง
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อประเทศไทยในฐานะประเทศผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ ทำให้กระทรวงพลังงานต้องปรับสมมติฐานและฉากทัศน์ในการวางแผนพลังงานของประเทศใหม่ โดยประเมินว่า แม้ความขัดแย้งจะคลี่คลายในอนาคต แต่ราคาน้ำมันอาจไม่กลับไปอยู่ในระดับเดิมก่อนเกิดสงคราม เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานและแหล่งพลังงานหลายแห่งได้รับความเสียหาย และต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นฟู
เร่ง “พึ่งพาตนเอง” ลดความเสี่ยงตลาดโลก
กระทรวงพลังงานจึงเดินหน้านโยบาย “การพึ่งพาตนเอง” โดยมุ่งใช้ทรัพยากรพลังงานภายในประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและค่าครองชีพประชาชน
แนวทางสำคัญ ได้แก่ การเร่งสำรวจแหล่งปิโตรเลียม เพิ่มกำลังการผลิตและต่อสัญญาแหล่งก๊าซ รวมถึงกระจายความเสี่ยงในการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
ด้านการบริหารราคาน้ำมัน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ได้ทบทวนการคาดการณ์ภายใต้สมมติฐานใหม่ พร้อมจัดทำ “แผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง และแผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2569–2572” ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้วเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569
4 แกนหลัก ยกเครื่องกองทุนน้ำมันฯ
1.ปรับแนวทางรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมัน
กำหนดนิยามและเงื่อนไขของวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง พร้อมแยกบัญชีฐานะกองทุนฯ ระหว่างกลุ่มน้ำมันและ LPG อย่างชัดเจน รวมถึงกำหนดกรอบความแตกต่างของระดับราคาเบนซินและดีเซล เพื่อให้การอุดหนุนตรงเป้าหมายมากขึ้น
2.วางหลักเกณฑ์บริหารกองทุนฯ รับมือวิกฤต
กำหนดกรอบการชดเชยเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ รวมถึงแนวทางการจัดเก็บเงินสมทบเข้ากองทุนฯ เมื่อราคาน้ำมันตลาดโลกปรับลดลง และหลักเกณฑ์บริหารจัดการเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่กระทบฐานะกองทุนฯ อย่างมีนัยสำคัญ
3.เสริมสภาพคล่อง–เปิดทางกู้เงินเมื่อจำเป็น
วางระบบคาดการณ์และบริหารสภาพคล่องเพื่อรองรับวิกฤตที่อาจลากยาว พร้อมกำหนดแนวทางการกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่อง ให้กองทุนน้ำมันฯ สามารถทำหน้าที่เป็นกลไกตรึงราคาและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4.ทบทวนการอุดหนุนน้ำมันชีวภาพ
จากเดิมที่มีข้อกำหนดตามกฎหมายและบทเฉพาะกาลเกี่ยวกับการยกเลิกการอุดหนุน รัฐบาลได้ทบทวนนโยบายดังกล่าวท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลก และความจำเป็นในการลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ โดยเตรียมกลับมาส่งเสริมและสนับสนุนน้ำมันชีวภาพอีกครั้งภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม
ดันไบโอฟิวเอล ใช้ผลผลิตเกษตรไทย ลดนำเข้าน้ำมันดิบ
หนึ่งในแนวทางสำคัญของยุทธศาสตร์ใหม่ คือการพิจารณาใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของ เชื้อเพลิงชีวภาพ ซึ่งสามารถผลิตได้ภายในประเทศจากผลผลิตทางการเกษตร เพื่อช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันดิบจากตลาดโลกที่มีความผันผวนสูง
ขณะเดียวกัน ภาครัฐยังสามารถบริหารจัดการราคาขายปลีกภายในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก และสร้างเสถียรภาพให้ทั้งเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว
“กระทรวงพลังงานมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ใหม่นี้อย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างเกราะป้องกันทางเศรษฐกิจ ให้ประเทศไทยมีพลังงานใช้อย่างเพียงพอ ในราคาที่เป็นธรรมและมีเสถียรภาพ ท่ามกลางกระแสความผันผวนของวิกฤตการณ์พลังงานโลก” โฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวในที่สุด