“ตลท.” ขยับบทบาท “Transition Enabler” ดัน Climate Finance เชื่อมเงินทุนสีเขียว หนุนธุรกิจไทยสู่ Net Zero
ข่าวประชาสัมพันธ์

“ตลท.” ขยับบทบาท “Transition Enabler” ดัน Climate Finance เชื่อมเงินทุนสีเขียว หนุนธุรกิจไทยสู่ Net Zero

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าบทบาท “ผู้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน (Transition Enabler)” เร่งสร้างระบบนิเวศ Climate Finance ผลักดันภาคธุรกิจไทยปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ พร้อมพัฒนาเครื่องมือและกลไกสนับสนุนการเข้าถึงเงินทุนสีเขียว ทั้งระบบประมูลคาร์บอนเครดิต และ SETCarbon Platform คาดระบบประมูลคาร์บอนเครดิตเริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2570

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ Singapore Management University (SMU) จัดงาน Climate Finance Forum ภายใต้ Bangkok Climate Action Week 2026 เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศด้าน Climate Finance ของประเทศไทย และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี รองผู้จัดการสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บทบาทของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในระยะข้างหน้าจะไม่จำกัดอยู่เพียงการเป็น “ตัวกลางในการระดมทุน” แต่จะขยายสู่การเป็น “ผู้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน (Transition Enabler)” เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถปรับตัวและเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นระบบ พร้อมเสริมสร้างความสามารถในการรับมือและปรับตัวต่อความเสี่ยงจากภาวะโลกเดือด

ที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าสนับสนุนระบบนิเวศด้าน Climate Finance อย่างต่อเนื่อง ทั้งการยกระดับความน่าเชื่อถือของข้อมูลด้านความยั่งยืน การส่งเสริมการรายงานและเปิดเผยข้อมูลตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงสนับสนุนผู้พัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities”

เปิดทางประมูลคาร์บอนเครดิต คาดเริ่มปี 2570

หนึ่งในกลไกสำคัญคือโครงการ Low Carbon Cities and Carbon Market Development ซึ่งได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากธนาคารโลก (World Bank) โดยมุ่งสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคารสังกัดกรุงเทพมหานคร

สำหรับก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้จากโครงการจะถูกนำไปขึ้นทะเบียนเป็น คาร์บอนเครดิต และนำมาประมูลผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2570 โดยรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตจะถูกนำกลับมาเป็นเงินทุนเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนโครงการด้านการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนให้สามารถดำเนินการต่อเนื่องได้

SETCarbon Platform เสริมความน่าเชื่อถือข้อมูล ดันธุรกิจเข้าถึง Green Finance

ขณะเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังสนับสนุนภาคธุรกิจให้สามารถเข้าถึงกลไกการเงินสีเขียว ทั้งการขอสินเชื่อและการออกตราสารหนี้ด้านความยั่งยืน โดยมีโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล ESG ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือ SETCarbon Platform ระบบบริหารจัดการข้อมูลก๊าซเรือนกระจก ที่ช่วยให้ภาคธุรกิจจัดเก็บและบริหารข้อมูลอย่างเป็นระบบ ยกระดับคุณภาพและความน่าเชื่อถือของข้อมูล ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการวางแผนการเปลี่ยนผ่าน รวมถึงการตัดสินใจจัดสรรเงินทุนของสถาบันการเงินและผู้ให้สินเชื่อ

นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงาน ก.ล.ต. ในการพัฒนา Thailand Taxonomy เพื่อจำแนกกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ ช่วยให้ภาคธุรกิจและภาคการเงินสามารถประเมินการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของตนเองและลูกค้า เพื่อใช้ประกอบการวางแผนปรับตัว การเข้าถึงเงินทุน และการบริหารความเสี่ยง

Climate Finance ต้องเชื่อม “นโยบาย–เงินทุน–ข้อมูล”

สำหรับเวที Climate Finance Forum ผู้ร่วมเวทีเห็นตรงกันว่า การขับเคลื่อน Climate Finance ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม จำเป็นต้องเชื่อมโยง นโยบาย มาตรการสนับสนุน เงินทุน และข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศ ระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ควบคู่กับการสร้างองค์ความรู้และความเข้าใจให้กับภาคธุรกิจและภาคการเงิน

เป้าหมายสำคัญคือการเร่งให้ประเทศไทยสามารถเปลี่ยนผ่านสู่ เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ บรรลุเป้าหมาย Net Zero และเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับความไม่แน่นอนและความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม

FULLMAX มองว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลคาร์บอนและกลไกตลาดควบคู่กับแหล่งเงินทุนสีเขียว จะเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ภาคธุรกิจไทยเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านได้จริง ขณะที่ข้อมูล ESG และข้อมูลก๊าซเรือนกระจกที่มีคุณภาพ จะมีบทบาทมากขึ้นต่อการตัดสินใจลงทุนและการจัดสรรเงินทุนในตลาดทุนไทย

You can share this post!