ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) รายงานภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนกันยายน 2569 โดย ณ สิ้นเดือนกันยายน SET Index ปิดที่ 1,559.01 จุด ลดลง 2.3% จากเดือนก่อนหน้า สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นหลายแห่งในภูมิภาค แต่เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 SET Index ยังปรับเพิ่มขึ้นถึง 23.8%

ตลาดหุ้นไทยในเดือนกันยายนเผชิญความผันผวนจากปัจจัยต่างประเทศ ทั้งความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงาน และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ รวมถึงทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและส่งสัญญาณว่าอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) อยู่ในระดับสูง และทำให้กระแสเงินทุนในตลาดเกิดใหม่ผันผวน
นอกจากนี้ นักลงทุนต่างชาติยังมีแรงขายสุทธิในหลายตลาดของภูมิภาค รวมถึงตลาดหุ้นไทย ขณะที่ช่วงปลายเดือนยังได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศ

นายฉัตรชัย ทิศาดลดิลก CFA, FRM ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า SET Index เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 1,600 จุดได้เป็นส่วนใหญ่ ก่อนเผชิญแรงขายในช่วงท้ายเดือนจากความกังวลต่อสถานการณ์น้ำท่วม อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนโดยรวมยังอยู่ในวงจำกัด
ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานในประเทศยังมีแรงสนับสนุน โดย Fitch Ratings ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยเป็น “มีเสถียรภาพ” (Stable) และคงอันดับความน่าเชื่อถือไว้ที่ BBB+ ขณะเดียวกัน การลงทุนยังขยายตัวดี โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง สอดคล้องกับการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีที่ยังเติบโตต่อเนื่อง
ด้านมาตรการภาครัฐเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ทั้งมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูหลังน้ำท่วม การกระตุ้นเศรษฐกิจ และการลงทุน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี
เปิดตัวเลขตลาดหุ้นไทย ก.ย. 69
• SET Index ปิดที่ 1,559.01 จุด ลดลง 2.3% จากเดือนก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 23.8% จากสิ้นปี 2568
• กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมและกลุ่มเทคโนโลยีให้ผลตอบแทนโดดเด่นในเดือนกันยายน ขณะที่นับตั้งแต่ต้นปี กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มเทคโนโลยี และกลุ่มทรัพยากร ยังคงเป็นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนนำตลาด
• มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของ SET และ mai ในเดือนกันยายนอยู่ที่ 70,151 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ 9 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 69,942 ล้านบาทต่อวัน เพิ่มขึ้น 62.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
• นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในเดือนกันยายน 26,328 ล้านบาท แต่ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ยังคงมียอดซื้อสุทธิสะสม 24,856 ล้านบาท
• นักลงทุนต่างชาติมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ 57.0% รองลงมาเป็นนักลงทุนรายย่อยในประเทศ 29.1% นักลงทุนสถาบันในประเทศ 6.7% และบริษัทหลักทรัพย์ 7.2%
• เดือนกันยายนมีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ใน mai จำนวน 1 บริษัท ได้แก่ บมจ.ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง (FLE)
• Forward P/E ตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นเดือนกันยายนอยู่ที่ 13.8 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดหุ้นเอเชียที่ 12.9 เท่า ขณะที่ Historical P/E อยู่ที่ 14.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตลาดหุ้นเอเชียที่ 15.2 เท่า
• อัตราเงินปันผลตอบแทนตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ที่ 4.4% สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดหุ้นเอเชียที่ 2.9%

TFEX ซื้อขายคึกคัก! ปริมาณเฉลี่ยพุ่ง 17.9%
สำหรับตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เดือนกันยายน 2569 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 546,158 สัญญา เพิ่มขึ้น 17.9% จากเดือนก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการเพิ่มขึ้นของการซื้อขาย SET50 Index Futures และ Single Stock Futures
ขณะที่ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวมอยู่ที่ 543,371 สัญญา เพิ่มขึ้น 28.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ตลาดหลักทรัพย์ฯ มองว่า ระยะต่อไปนักลงทุนยังต้องจับตาทิศทางอัตราดอกเบี้ยและ Bond Yield รวมถึงพัฒนาการของเศรษฐกิจไทย มาตรการภาครัฐ และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในช่วงที่เหลือของปี ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางตลาดหุ้นไทย