นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ครบรอบ 24 ปี เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ณ อาคาร สนข. พร้อมมอบวิสัยทัศน์ผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการคมนาคมและการขนส่งระดับโลก ใช้ประโยชน์จากทำเลที่ตั้งเชื่อมโยงมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก รองรับการค้าและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ
เร่งศึกษาโครงข่ายขนส่งทางทะเล เชื่อมอันดามัน–อ่าวไทย
นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า สนข. มีบทบาทสำคัญในฐานะ “คลังสมอง” ของกระทรวงคมนาคม ทำหน้าที่วางแผนยุทธศาสตร์และบูรณาการระบบขนส่งทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ โดยประเทศไทยมีศักยภาพจากทำเลที่ตั้งซึ่งเชื่อมโยงเศรษฐกิจสำคัญ ทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา อินเดีย ตะวันออกกลาง และยุโรป
จึงมอบหมายให้ สนข. เร่งศึกษาและวางแผนยุทธศาสตร์พัฒนาโครงข่ายรองรับการขนส่งทางทะเล โดยเฉพาะการเชื่อมโยงฝั่งทะเลอันดามันกับอ่าวไทย ควบคู่กับการศึกษาศักยภาพท่าเรือ โครงข่ายโลจิสติกส์ และการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งทางบกและทางราง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดระยะเวลาและต้นทุนการขนส่ง ตลอดจนยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
“สิ่งที่ สนข. เคยศึกษาไว้ ต้องช่วยกันผลักดันให้เกิดขึ้นจริง ผมอยากเห็นประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทั้งทางอากาศและทางทะเลที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ไม่ใช่เพียงเพื่อเศรษฐกิจวันนี้ แต่เป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานและโอกาสให้ลูกหลานในอีก 30–50 ปีข้างหน้า” นายพิพัฒน์กล่าว

สนข. เดินหน้า 3 นโยบายหลัก ปรับโฉมระบบขนส่งไทย
ด้านนายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการ สนข. เปิดเผยว่า สนข. ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกระทรวงคมนาคมอย่างต่อเนื่อง โดยมี 3 เรื่องหลัก ได้แก่
1.ระบบตั๋วร่วม ผลักดันพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 และกฎหมายลำดับรอง เพื่อสนับสนุนการลดภาระค่าโดยสารรถไฟฟ้าในปี 2570 พร้อมตั้งเป้าขยายระบบตั๋วร่วมให้ครอบคลุมรถโดยสารประจำทางและเรือโดยสารในปี 2571
2.พัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (TOD) ผลักดันกรอบกฎหมายและแนวทางนำมูลค่าเพิ่มจากการพัฒนาพื้นที่มาสนับสนุนระบบขนส่งสาธารณะ เชื่อมโยงการเดินทางอย่างไร้รอยต่อ
3.ยกระดับขนส่งสาธารณะเมืองภูมิภาค จัดทำแผนพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในเมืองหลักและเมืองท่องเที่ยว แก้ปัญหาจราจร ส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ และเปิดโอกาสให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทพัฒนาระบบขนส่งในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ใช้ AI วางแผนคมนาคม เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัย
ผู้อำนวยการ สนข. กล่าวเพิ่มเติมว่า พร้อมนำแนวทางของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไปศึกษาและจัดทำแผนยุทธศาสตร์เชื่อมโยงโครงข่ายขนส่งของประเทศ ทั้งทางทะเล ทางอากาศ ทางราง และทางถนน โดยให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ ความปลอดภัย การลดต้นทุนโลจิสติกส์ ตลอดจนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้วางแผนระบบคมนาคม
ทั้งนี้ การก้าวเข้าสู่ปีที่ 25 ของ สนข. จะมุ่งเน้นการสร้างผลงานที่เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย ลดค่าใช้จ่าย และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ เพื่อวางรากฐานระบบคมนาคมไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป