“ห้างเซ็นทรัล” จับมือ “ITA” ดัน “CENTRAL DOLCE ITALIA 2026” ตั้งเป้ายอดขายโต 23% ยกระดับจากแคมเปญ สู่การเป็นจุดหมายด้านไลฟ์สไตล์อิตาเลียนแบบครบมิติ
การตลาด-ไอที-ยานยนต์

“ห้างเซ็นทรัล” จับมือ “ITA” ดัน “CENTRAL DOLCE ITALIA 2026” ตั้งเป้ายอดขายโต 23% ยกระดับจากแคมเปญ สู่การเป็นจุดหมายด้านไลฟ์สไตล์อิตาเลียนแบบครบมิติ

ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าต่อยอด “CENTRAL DOLCE ITALIA 2026” มหกรรมอิตาเลียนไลฟ์สไตล์ครั้งใหญ่แห่งปี ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย และสำนักงานพาณิชย์อิตาเลียนประจำประเทศไทย หรือ Italian Trade Agency (ITA/ICE) โดยปีนี้ยกบทบาทสู่ “จุดหมายด้านไลฟ์สไตล์ที่คัดสรรความเป็นเลิศจากอิตาลี” ที่เชื่อมแฟชั่น บิวตี้ โฮม ดีไซน์ อาหาร งานฝีมือ และวัฒนธรรมเข้าไว้ในประสบการณ์เดียว พร้อมตั้งเป้ายอดขายสินค้าอิตาลีเติบโต 23% แคมเปญจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 กันยายน–24 พฤศจิกายน 2569 รวม 57 วัน โดยโปรโมชันของ CENTRAL DOLCE ITALIA 2026 ครอบคลุมทั้งห้างเซ็นทรัลชิดลม, ห้างเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ และห้างเซ็นทรัลภูเก็ตตลอดช่วงแคมเปญ ขณะที่กิจกรรม Roadshow จะจัดเพิ่มเติมที่ห้างเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ วันที่ 10–16 ตุลาคม 2569 และห้างเซ็นทรัลภูเก็ต วันที่ 22–28 ตุลาคม 2569 เพื่อขยายการเข้าถึงลูกค้านอกกรุงเทพฯ และนักท่องเที่ยวในเมืองท่องเที่ยวสำคัญของไทย

เปาลา กุยด้า ข้าหลวงพาณิชย์ประจำสำนักงานพาณิชย์อิตาลี ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า ประเทศไทยและอิตาลี มีความสัมพันธ์ทางการค้ามาอย่างยาวนาน และตัวเลขล่าสุดในปี 2026 สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตของการค้าระหว่างสองประเทศอีกครั้ง นอกเหนือจากภาพรวมของมูลค่าการค้าแล้ว สินค้าอิตาลียังคงได้รับการยอมรับอย่างดีในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่สำคัญ โดยเฉพาะในหมวดแฟชั่นและแว่นตา ซึ่งอิตาลียังคงเป็นหนึ่งในแหล่งนำเข้าหลักของประเทศไทย

ขณะเดียวกัน ตลาดอิตาลีกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนจากการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล การท่องเที่ยว ประสบการณ์ระดับพรีเมียม ตลอดจนความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของแนวคิดด้านความยั่งยืนและเศรษฐกิจหมุนเวียน การทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีความสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมโยงที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นระหว่างภาคธุรกิจและผู้บริโภคของทั้งสองประเทศ

เราหวังว่า Dolce Italia จะเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญในการส่งเสริมความเชื่อมโยงดังกล่าว ผ่านการนำเสนอความหลากหลาย ตลอดจนพัฒนาการอย่างต่อเนื่องของสินค้าและธุรกิจจากอิตาลี

หัวใจของปีนี้คือการเชื่อมการค้นพบสินค้าเข้ากับประสบการณ์และการเลือกซื้อ โดยห้างเซ็นทรัลทำหน้าที่มากกว่าพื้นที่ขายสินค้า แต่เป็นผู้คัดสรรและเชื่อมเรื่องราวของแบรนด์อิตาลีเข้ากับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ตั้งแต่สินค้าที่มีดีไซน์และงานฝีมือโดดเด่น ไปจนถึงกิจกรรมที่ทำให้ลูกค้าได้สัมผัสวัฒนธรรมอิตาเลียนผ่านอาหาร ดนตรี ความงาม และเวิร์กชอป

ธาพิดา นรพัลลภ กรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารสินค้าออมนิชาแนล ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า CENTRAL DOLCE ITALIA 2026 ไม่ได้เป็นเพียงแคมเปญที่รวบรวมสินค้าอิตาลี แต่เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มสำคัญที่สะท้อนบทบาทของห้างเซ็นทรัลในฐานะจุดหมายด้านไลฟ์สไตล์ที่คัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดจากทั่วโลกให้กับลูกค้า เรานำทั้งแฟชั่น บิวตี้ โฮม ดีไซน์ อาหาร และวัฒนธรรมมาเชื่อมโยงเป็นประสบการณ์เดียว เพื่อให้การค้นพบสินค้าของอิตาลี รวมถึงสินค้าใหม่ ๆ ต่อยอดไปสู่การมีส่วนร่วมกับลูกค้าและการเลือกซื้อ เป้าหมายของเราคือสร้างทั้งประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้า ความแข็งแรงให้กับแบรนด์ และการเติบโตทางธุรกิจไปพร้อมกัน

“Architecture in Style” เปลี่ยนห้างเซ็นทรัลชิดลมให้เป็น A Living Gallery

CENTRAL DOLCE ITALIA 2026 นำเสนอภายใต้แนวคิด “Architecture in Style” ถ่ายทอดเสน่ห์ของอิตาลีผ่านมุมมองด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบ พร้อมเปลี่ยนพื้นที่ห้างเซ็นทรัลชิดลมให้เป็นเสมือน “A Living Gallery” ที่สินค้าอิตาลีหลากหลายแบรนด์ถูกนำเสนอเป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมงานดีไซน์ ไม่ได้จำกัดเพียงแฟชั่นหรือแอ็กเซสซอรี แต่ครอบคลุมไลฟ์สไตล์ในหลายมิติ องค์ประกอบด้านภาพและบรรยากาศการตกแต่งภายในห้างถูกออกแบบให้เชื่อมโยงกันทั้งแคมเปญ ผ่านดีไซน์ซุ้มโค้ง ลวดลาย และมุมมอง
ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความเป็นอิตาเลียน เพื่อให้ลูกค้ารับรู้ถึงความประณีต งานฝีมือ และเอกลักษณ์ด้านดีไซน์ของ Made and Designed in Italy ในภาษาที่ร่วมสมัยและเข้าถึงง่าย พร้อมเชื่อมโยงเข้ากับวิถีชีวิตและการใช้งานจริงของลูกค้า

เปิดตัว 5 แบรนด์อิตาลีใหม่ เติมความสดใหม่ตั้งแต่แฟชั่นถึงไลฟ์สไตล์

แบรนด์อิตาลีชั้นนำที่ครอบคลุม 5 หมวดสินค้า แฟชั่น แว่นตา บิวตี้ ของใช้ในบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก ไว้ครบครันแล้ว อาทิ ABERT, ALESSI, ARMANI BEAUTY, AX ARMANI EXCHANGE, BALLARINI, BIALETTI, BORMIOLI, BOTTEGA VENETA, BRUNELLO CUCINELLI, BROGGI, BVLGARI, COCCINELLE, DE'LONGHI, DIESEL, DOLCE&GABBANA, DOUCAL'S, DR.VRANJES, EA7, PUCCI, EMPORIO ARMANI, EMPORIO ARMANI JUNIOR, FENDI, FERRAGAMO, FLONAL, FLORINDA, FURLA, GAGGIA, GASSA D'AMANTE, GIORGIO ARMANI, GIUSEPPE ZANOTTI, GUCCI, GUCCI BEAUTY, ILLY, INZU, KIKO MILANO, LORISTELLA, MARNI KIDS, MISSONI, MIU MIU, MOSCHINO, MOSCHINO KIDS, OKKIA, PEDRINI, PRADA, PRADA BEAUTY, PRADA LINEA ROSSA, RCR, RENE CAOVILLA, SMEG, TOD'S, VALENTINO BEAUTY, VERSACE, VERSACE KIDS, WEEKEND MAX MARA, XERJOFF

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการเปิดพื้นที่ให้ลูกค้าได้ค้นพบ 5 แบรนด์อิตาลีที่เข้ามาเติมความคึกคักให้กับห้างเซ็นทรัล ครอบคลุมตั้งแต่แว่นตา ชุดว่ายน้ำ กระเป๋า ไปจนถึงแฟชั่นเด็ก ได้แก่

1. OKKIA แบรนด์แว่นตาจาก Prato ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ร่วมสมัย สีสันรูปทรงหลากหลาย น้ำหนักเบา และมีจำหน่ายแล้วในกว่า 35 ประเทศ
2. GASSA D’AMANTE แบรนด์ Swimwear และ Beach Accessories สำหรับผู้ชาย ที่ผสานดีไซน์อิตาเลียนเข้ากับแนวคิดด้านความยั่งยืน โดยเลือกใช้ผ้า Recycled Polyester
3. INZU แบรนด์กระเป๋าจากร้านใกล้ Venice ที่มีจุดเด่นด้านการออกแบบด้วยแรงบันดาลใจจากศิลปะ ธรรมชาติ สถาปัตยกรรม ผ่านการใช้วัสดุคุณภาพ ให้กลายเป็นกระเป๋าทรงประติมากรรมและรูปทรงเรขาคณิตที่มีอัตลักษณ์ชัดเจน จนเกิดเป็นแนวคิดเสมือน “Wearable Architecture”
4. LORISTELLA แบรนด์กระเป๋าที่เน้นความประณีตของงานออกแบบอิตาเลียน วัตถุดิบคุณภาพ และงานฝีมือที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียด
5. MARNI KIDS กลุ่มแฟชั่นเด็กจาก Marni ที่ถ่ายทอดตัวตนของแบรนด์ผ่านลวดลาย สีสัน และการใช้วัสดุในแบบสนุกและสร้างสรรค์ 

เจาะอินไซต์ลูกค้าสินค้าอิตาลี พบแฟชั่นยังเป็นหมวดหลักของยอดขาย ขณะที่สัดส่วนลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้น

ด้านพฤติกรรมลูกค้า ข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่าสัดส่วน Fashion ยังคงเป็นหมวดหลักของยอดขายสินค้าอิตาลี คิดเป็นประมาณ 70% ตามด้วย Beauty และ Home นอกจากนี้ มูลค่าการใช้จ่ายต่อใบเสร็จของสินค้า Italian brands เพิ่มขึ้นในทุกหมวด โดยเฉพาะในกลุ่ม Fashion ที่เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จึงเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดทั้งด้านสินค้า ประสบการณ์ และบริการสำหรับกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง

นอกจากลูกค้าชาวไทยแล้ว สัดส่วนลูกค้าต่างชาติในกลุ่มผู้ซื้อสินค้า Italian brands เพิ่มขึ้น 31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนบทบาทของ International customers ที่เพิ่มขึ้น โดยความต้องการของนักท่องเที่ยวต่อสินค้าอิตาลีกระจุกตัวในหมวด Fashion เป็นหลัก ซึ่งเปิดโอกาสให้ห้างฯ ต่อขยายทั้งในเชิงสินค้า การบริการ และประสบการณ์สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง

รวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า เราเห็นชัดว่าสินค้าอิตาลียังมีโอกาสเติบโตได้อีก โดยเฉพาะกลุ่มกำลังซื้อสูง ลูกค้าชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยว รวมถึงลูกค้าประจำ และลูกค้าใหม่ จากอินไซต์ลูกค้าที่มีแนวโน้มใช้จ่ายต่อครั้งสูงขึ้น และแฟชั่นยังคงเป็นหมวดหลักของยอดขายสินค้าอิตาลี ปีนี้เราจึงเน้นการคัดสรรสินค้าแบรนด์ใหม่และสร้างสรรค์กิจกรรมที่ตอบโจทย์ความสนใจของลูกค้า เพื่อนำความสนใจในไลฟ์สไตล์แบบอิตาเลียนให้เกิดเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ยั่งยืน

โปรโมชันและของสมนาคุณต่อเนื่องตลอดแคมเปญ

ด้านโปรโมชัน ลูกค้าสามารถร่วมสิทธิประโยชน์ของ CENTRAL DOLCE ITALIA 2026 ได้ที่ทั้งห้างเซ็นทรัลชิดลม พร้อมโรดโชว์ที่เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ และเซ็นทรัลภูเก็ตตลอดช่วงแคมเปญ 29 กันยายน–24 พฤศจิกายน 2569 พร้อมของสมนาคุณที่ร่วมกับ NABA (สถาบัน Nuova Accademia di Belle Arti) ออกแบบขึ้นเฉพาะสำหรับแคมเปญ เพื่อเชื่อมประสบการณ์หลังการช้อปปิ้งให้ต่อเนื่อง

• พิเศษรับ Italian Beach Towel มูลค่า 990 บาท เมื่อช้อปแบรนด์ที่ร่วมรายการครบ 7,000 บาท ผลิตด้วยเทคนิคพิมพ์ลายแบบ Sublimation ถ่ายทอดลวดลายได้คมชัด และออกแบบให้สะท้อนอัตลักษณ์ของ CENTRAL DOLCE ITALIA 2026 ผ่านงานกราฟิกที่ได้แรงบันดาลใจจากความงามแบบอิตาเลียน
• พิเศษรับ Italian Scarf มูลค่า 1,490 บาท เมื่อช้อปแบรนด์ที่ร่วมรายการครบ 10,000 บาท ให้เนื้อสัมผัสเรียบลื่นและดูพรีเมียม พร้อมดีไซน์ลวดลายที่สะท้อนเสน่ห์และภาษาการออกแบบแบบอิตาเลียน

Weekly Happenings เปิดประสบการณ์อิตาเลียนไลฟ์สไตล์ให้ค้นพบทุกสัปดาห์

ค้นพบ Italian Lifestyle ทุกสัปดาห์ตลอดแคมเปญ โดยกิจกรรมถูกคัดสรรภายใต้ 4 มิติหลัก ได้แก่

• อาหาร เครื่องดื่ม: TOPS Wine Tasting, illy, De’Longhi, Cioccolatitaliani และ Mozza by Cocotte
• ความงาม: Armani Beauty, Prada Beauty และ Valentino Beauty
• งานฝีมือ: Italian Embroidery, Leather Workshop และ Rubber Stamp Workshop
• วัฒนธรรมและดนตรี: FIVERA, DJ STRAVIA N., Tony Ardawan และ DJ Teamsure

กิจกรรมสำคัญตลอดแคมเปญ ได้แก่

*(เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด, สิทธิ์มีจำนวนจำกัด, โปรดตรวจสอบเงื่อนไข ณ จุดจัดกิจกรรม)

• 12 ตุลาคม 2569 | ชั้น 1 ห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์ — เปิดแคมเปญด้วย Grand Opening พร้อมโมเมนต์สุดพิเศษจาก “ลีน่า–ลลินา ชูเอ็ทท์” และ “ดัง–ณัฎฐ์ฐชัย บุญประเสริฐ” ใน Italian Beauty & Fashion Trunk Show, ชวนเพลิดเพลินต่อกับ A Long Table Italian Feast, การแสดงพิเศษจาก DJ STRAVIA N. & FIVERA, Italian AI Photo Booth, เกม TikTok ออกเสียงสำเนียง Italian, รวมถึงลิ้มรสอาหารอิตาเลียน, เติมความสดชื่นกับ Aperol Spritz Slushie จาก Ninja และ
เวิร์กชอปงานฝีมือ Leather Canvas
• 12 ตุลาคม 2569 (10.30 – 12.30 น.) | ชั้น 6 ห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์ — ชวนสัมผัสวัฒนธรรมกาแฟอิตาเลียนผ่านแบรนด์ illy
• 29 กันยายน 2569 | ชั้น 4 ห้างเซ็นทรัลชิดลม สัมผัสวัฒนธรรมกาแฟอิตาเลียนกับแบรนด์ชั้นนำอย่าง De'Longhi Coffee
• 29 กันยายน–24 พฤศจิกายน 2569 | ชั้น 1 ห้างเซ็นทรัลชิดลม Mozza by Cocotte* ให้ลูกค้าเลือกรับขนมหวานสไตล์อิตาเลียนฟรี 1 เมนู เมื่อรับประทานอาหารภายในร้านครบ 1,500 บาท (โปรดตรวจสอบรายละเอียด ณ จุดขาย)
• 3–4 ตุลาคม 2569 | ชั้น 1 ห้างเซ็นทรัลชิดลม — พบกับกิจกรรม Luxe Weekend เพียงช้อปสินค้าภายในห้างเซ็นทรัลชิดลมและแบรนด์ Luxury ครบ 10,000 บาทขึ้นไป ได้รับทั้ง Luxe Sweet Treat* เจลาโต้จาก Gelato & CO. ฟรี, Luxe Experience* ร่วมเวิร์กชอปทำแว็กซ์หอมจากร้าน Noir Candle & Scent Studio ฟรี และ Luxe Rewards* รับคูปองแทนเงินสด Luxe Galerie มูลค่า 1,000 บาท พร้อมเพลิดเพลินกับ Live Performance โดยวันที่ 3 ตุลาคม พบกับ Luxe Rhythm by Tony Ardawan และวันที่ 4 ตุลาคม พบกับ Luxe Rhythm by DJ Teamsure
• 10 ตุลาคม 2569 (12.00 น.) | ชั้น 1 ห้างเซ็นทรัลชิดลม — Tiramisu Workshop by Cioccolatitaliani* ชวนสัมผัสเสน่ห์ของครัวอิตาเลียนผ่านเวิร์กชอปตกแต่งทิรามิสุ จากร้าน Cioccolatitaliani (เพียงช้อปสินค้าแบรนด์อิตาเลียนที่ร่วมรายการ ครบ 1,500 บาทขึ้นไป, จำกัด 1 สิทธิ์/ใบเสร็จ, 50 สิทธิ์/วัน)
16 ตุลาคม 2569 | Personal Shopping Suite ชั้น 1 ห้างเซ็นทรัลชิดลม — TOPS Wine Tasting* สัมผัสประสบการณ์ชิมไวน์อิตาเลียนที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ สำหรับลูกค้าคนสำคัญที่ได้รับเชิญ
• 24 ตุลาคม 2569 | ชั้น 1 ห้างเซ็นทรัลชิดลม — Italian Embroidery Keychain Workshop* ชวนลูกค้าสร้างสรรค์พวงกุญแจปักลายในสไตล์อิตาเลียน พร้อมนำผลงานกลับไปเป็นของที่ระลึกจากแคมเปญ (เพียงช้อปสินค้าแบรนด์อิตาเลียนที่ร่วมรายการ ครบ 1,500 บาทขึ้นไป, 50 สิทธิ์/วัน)
• 14 พฤศจิกายน 2569 | ชั้น 1 ห้างเซ็นทรัลชิดลม — Rubber Stamp Workshop on Tote Bag* เปิดพื้นที่ให้ลูกค้าสร้างสรรค์กระเป๋าผ้าด้วยลวดลาย Limited Edition จาก Dolce Italia (เพียงช้อปสินค้าแบรนด์อิตาเลียนที่ร่วมรายการ ครบ 1,500 บาทขึ้นไป, 30 สิทธิ์/วัน)
• 21 พฤศจิกายน 2569 | ชั้น G ห้างเซ็นทรัลชิดลม — ปิดท้ายอีกหนึ่งไฮไลต์ด้านดนตรีด้วย Italian Music Performance by FIVERA ถ่ายทอดเสน่ห์ของบทเพลงอิตาเลียนผ่านการแสดงสด

ฃณะเดียวกัน หมวด Beauty จะมีกิจกรรมต่อเนื่องฟรีตลอดแคมเปญ ณ ชั้น G ห้างเซ็นทรัลชิดลม ไม่ว่าจะเป็น Makeup Class by Armani Beauty (ทุกวันเสาร์ ระหว่าง 2 ตุลาคม - 22 พฤศจิกายน 2569), Makeup Touch Up Service by Prada Beauty (ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ ระหว่าง 2 ตุลาคม - 22 พฤศจิกายน 2569) และ Makeup Touch Up Service จาก Valentino Beauty (ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ ระหว่าง 2 ตุลาคม - 22 พฤศจิกายน 2569) เพียงนัดหมายล่วงหน้าที่เคาน์เตอร์แบรนด์ที่ร่วมรายการ เพื่อเติมอีกมิติของ Italian Beauty ให้ลูกค้าได้สัมผัสควบคู่ไปกับแฟชั่น อาหาร ดนตรี และงานฝีมือ

ทั้งหมดนี้สะท้อนทิศทางของ CENTRAL DOLCE ITALIA 2026 ที่ไม่ได้มุ่งเพียงเพิ่มทางเลือกของสินค้าอิตาลี แต่ใช้การคัดสรรสินค้า เนื้อหา และประสบการณ์ เพื่อเชื่อมการค้นพบแบรนด์ การมีส่วนร่วมของลูกค้า และการเติบโตทางธุรกิจ เข้าด้วยกัน พร้อมตอกย้ำบทบาทของห้างเซ็นทรัลในฐานะ “Curated Lifestyle Destination” หรือจุดหมายด้านไลฟ์สไตล์ที่ผ่านการคัดสรร ให้ลูกค้าได้ค้นพบสิ่งใหม่ และกลับมาช้อปที่ห้างอย่างต่อเนื่อง

เลือกช้อปได้อย่างสะดวกผ่านหลากหลายช่องทาง ทั้ง Central App, central.co.th, Central Chat & Shop ผ่าน LINE Official @centralofficial, Central Personal Shopper โทร.1425 พร้อมบริการชมสินค้าแบบเรียลไทม์กับผู้ช่วยช้อปส่วนตัว, Inbox ทาง Facebook: Central Department Store ตลอดจน CENNI ผู้ช่วยช้อป AI อัจฉริยะ ที่ช่วยให้ลูกค้าค้นพบสิ่งที่ใช่ได้ง่าย ๆ ในแชตเดียว

You can share this post!