“ครม.” ไฟเขียว "บ้านคนละหลัง PLUS" ปล่อยกู้สูงสุด 3 ล้าน อัดออปชันดอกต่ำ 2.6% ผ่อนยาว 40 ปี ปลุกคนไทยมีบ้านวันนี้ ปั๊มเงินหมุนเวียนสะพัด 1.25 แสนล้าน!
อสังหาริมทรัพย์

“ครม.” ไฟเขียว "บ้านคนละหลัง PLUS" ปล่อยกู้สูงสุด 3 ล้าน อัดออปชันดอกต่ำ 2.6% ผ่อนยาว 40 ปี ปลุกคนไทยมีบ้านวันนี้ ปั๊มเงินหมุนเวียนสะพัด 1.25 แสนล้าน!

ส้มหล่นคนอยากมีบ้าน กระทรวงการคลังงัดไม้เด็ดกระตุ้นเศรษฐกิจ ครม. อนุมัติโครงการใหญ่ "บ้านคนละหลัง PLUS" วงเงิน 50,000 ล้านบาท ทลายกำแพงเงื่อนไขกู้เดิมๆ ดัน ธอส. หั่นดอกเบี้ยด่วนพิเศษต่ำสุด 2.6% ผ่อนยาวนาน 40 ปี นาน 2 ปีเต็ม อุ้มคนรายได้น้อย-ปานกลาง กู้ซื้อบ้านไม่เกิน 3 ล้านบาท ผ่อนยาวๆ 40 ปี คาดจุดติดเศรษฐกิจไทย อัดฉีดเงินหมุนเวียนในระบบทะลัก 125,000 ล้านบาท

 

ดร.วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้มีการดำเนินมาตรการช่วยเหลือและสนับสนุนเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับผลตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี และปัจจุบันยังคงมีผู้สนใจยื่นคำขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อเป็นการสนับสนุนภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และรองรับความต้องการมีที่อยู่อาศัยของประชาชนผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อภายใต้เงื่อนไขที่ผ่อนปรน กระทรวงการคลังจึงได้เสนอโครงการสินเชื่อบ้าน “คนละหลัง PLUS” ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ซึ่งคณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบแล้ว โดยมีสาระสำคัญของโครงการ ดังนี้

โครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS วงเงินโครงการ 50,000 ล้านบาท โดย ธอส. สนับสนุนสินเชื่อให้แก่ประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและปานกลางที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยมีอัตราดอกเบี้ยแบ่งเป็น2 กรณี ได้แก่ 1).กรณีผ่อนปรนเกณฑ์รายได้และค่าครองชีพ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.8 ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี และ 2).กรณีเกณฑ์รายได้ปกติ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.6 ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี วงเงินสินเชื่อต่อรายต่อหลักประกันไม่เกิน 3 ล้านบาท ระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 40 ปี ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2569 จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2573 หรือจนกว่าสินเชื่อจะเต็มกรอบวงเงินโครงการ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ ธอส. กำหนด

ดร.วินิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการคลังได้ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือและส่งเสริมให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสมกับศักยภาพของตนเอง ตลอดจนการสร้างเสถียรภาพและการยกระดับภาคอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยเข้มแข็งและมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อย่างมั่งคงในอนาคตต่อไป รวมถึงส่งผลดีต่อห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่เกี่ยวข้องด้วย โดยคาดว่าการดำเนินโครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS จะก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจรวมประมาณ 125,000 ล้านบาท

ทั้งนี้รัฐบาลมุ่งสร้างโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง สามารถมีบ้านเป็นของตนเองได้ด้วยภาระผ่อนชำระที่เหมาะสม เพราะบ้านไม่ใช่เพียงทรัพย์สิน แต่เป็นรากฐานความมั่นคงของครอบครัว ขณะเดียวกัน การสนับสนุนสินเชื่อที่อยู่อาศัยยังช่วยสร้างงาน กระตุ้นภาคก่อสร้าง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการดำเนินโครงการอย่างรอบคอบ ไม่สร้างภาระหนี้เกินตัวให้ประชาชน และไม่เพิ่มภาระงบประมาณชดเชยจากภาครัฐ

ตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง โครงการจะเปิดให้ยื่นขอสินเชื่อตั้งแต่วันถัดจากวันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2573 หรือจนกว่า ธอส. จะปล่อยสินเชื่อเต็มกรอบวงเงินโครงการ โดย ธอส. สามารถพิจารณาปรับเปลี่ยนระยะเวลาดำเนินโครงการได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวดำเนินการโดยไม่ขอรับงบประมาณชดเชยเพิ่มเติมจากรัฐบาล

 

You can share this post!