“แสนสิริ-พลัส พร็อพเพอร์ตี้” ขยายขอบเขตบริการหลังการขาย ผ่าน “Neighbourhood Notes” และ “À La Carte Service” เชื่อมคอมมูนิตี้เข้าสู่การใช้ชีวิตเพื่อลูกบ้านแสนสิริ
อสังหาริมทรัพย์

“แสนสิริ-พลัส พร็อพเพอร์ตี้” ขยายขอบเขตบริการหลังการขาย ผ่าน “Neighbourhood Notes” และ “À La Carte Service” เชื่อมคอมมูนิตี้เข้าสู่การใช้ชีวิตเพื่อลูกบ้านแสนสิริ

สะท้อนจุดแข็ง “Sansiri Service” มากกว่าการอยู่อาศัย..แต่ดูแล
จนถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของลูกบ้านและทุกสมาชิกครอบครัว

ชลีรัตน์ ต่อจรัส ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์และพาร์ตเนอร์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากความสำเร็จของ SLC Life Curator ทำให้เราเห็นชัดเจนว่า จุดแข็งที่แท้จริงของแสนสิริไม่ใช่เพียงการมีเครือข่ายพาร์ตเนอร์ผู้เชี่ยวชาญที่หลากหลาย แต่คือการเจาะลึกถึงอินไซต์การใช้ชีวิตของลูกบ้าน และมองเห็นช่องว่างที่เราสามารถเข้าไปช่วยเติมเต็มความสุขให้พวกเขาได้ ภายใต้ DNA ของแสนสิริที่เน้นความพิถีพิถัน เราจึงเลือกนำเสนอเฉพาะบริการที่สอดรับกับคาแรกเตอร์ของลูกบ้านและบริบทของแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง ในครั้งนี้ แสนสิริ ได้คิดนอกกรอบเพื่อขยายการดูแลไปยังเซกเมนต์อื่น ๆ ด้วยการเปิดตัว “Neighbourhood Notes” บริการที่เชื่อมโยงการอยู่อาศัยเข้ากับ Everyday Needs ตั้งแต่เบอร์ฉุกเฉิน (Emergency Contact) การใช้ชีวิตประจำวัน (Daily Living) ไปจนถึงการเชื่อมต่อการใช้ชีวิตของลูกบ้านเข้ากับคอมมูนิตี้รอบโครงการ ซึ่งไม่เพียงช่วยให้ลูกบ้านใช้ชีวิตในย่านนั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ยังเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนโดยรอบ ควบคู่ไปกับ “À La Carte Service” บริการเสริมจากพาร์ตเนอร์ชั้นนำที่ช่วยดึงศักยภาพ Facility ของแต่ละโครงการออกมาให้ลูกบ้านใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

“หัวใจสำคัญของบริการใหม่นี้คือโมเดลที่ยืดหยุ่นและสามารถต่อยอดได้จริง โดยเราตั้งเป้าขยายการส่งมอบประสบการณ์นี้ให้ครอบคลุมทั้งโครงการบ้าน คอนโดมิเนียม และ Sansiri Community ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล รวมถึงทำเลศักยภาพ (Strategic Location) เพื่อยกระดับมาตรฐานการใช้ชีวิตให้กับครอบครัวแสนสิริในทุกเซกเมนต์และทุกทำเล” ชลีรัตน์ กล่าว

“Neighbourhood Notes” และ “À La Carte Service”
2 บริการใหม่ ความเอ็กซ์คลูซีฟที่คัดสรรเพื่อลูกบ้านแสนสิริเท่านั้น

แสนสิริ ทำงานร่วมกับ พลัสฯ เริ่มจากการทำความเข้าใจคาแรกเตอร์ของโครงการ พื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่ส่วนกลาง และวิถีชีวิตของแต่ละทำเล ร่วมกับการใช้ชีวิตประจำวัน และ Emergency Contact ที่จำเป็น ผสานกับการลงพื้นที่เพื่อเฟ้นหาร้านค้า บริการ สถานที่พักผ่อน และ Local Favourites อย่างพิถีพิถัน ภายใต้มาตรฐานการคัดสรรที่เป็นเอกลักษณ์ Sansiri Curation DNA ที่เน้นความประณีต และสะท้อนเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ นำมาสู่การขยาย 2 บริการใหม่ เพื่อเติมเต็มการอยู่อาศัยทั้งในโครงการและรอบโครงการให้สมบูรณ์แบบยิ่งกว่าที่เคย

“Neighbourhood Notes” เชื่อมต่อการใช้ชีวิตจาก ‘บ้าน’ เข้ากับ ‘ย่าน’ ที่เป็นเอกลักษณ์และชุมชน ที่มาในรูปแบบ e-Guidebook คัดสรรร้าน บริการ และ Local Favourites รอบโครงการ ผ่านมุมมองของแสนสิริ ครอบคลุมทั้งบริการพื้นฐานในชีวิตประจำวัน (Basic Needs) ที่ลูกบ้านเข้าถึงและสามารถใช้ประโยชน์ได้ในชีวิตจริง ตั้งแต่ เบอร์โทรฉุกเฉิน โรงพยาบาล ร้านขายยา ร้านทำกุญแจ ร้านของชำ ควบคู่กับบริการและร้านค้าด้านไลฟ์สไตล์ (Curated Lifestyle Lists) ตั้งแต่ Gastronomy (ร้านอาหาร), Arts-Culture & Design (ศิลปะ วัฒนธรรม และการออกแบบ), Well-being (สุขภาวะและการฟื้นฟู) และ Pet Living (พื้นที่และบริการสัตว์เลี้ยง) ที่คัดสรรให้สะท้อนเสน่ห์เอกลักษณ์ ไปจนถึงพิกัดลับของแต่ละย่าน ตอบโจทย์ลูกบ้านในแต่ละโครงการในทุกมิติ

บริการนี้ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ทุกมิติของการใช้ชีวิต แต่ยังช่วยสานสัมพันธ์ระหว่างลูกบ้านกับผู้ประกอบการในพื้นที่ สร้างความกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้รอบตัว ทั้งนี้ Neighbourhood Notes ถูกพัฒนาขึ้นบนโมเดลที่ยืดหยุ่น พร้อมนำไปปรับใช้และขยายขอบเขตสู่ Sansiri Community และโครงการในทำเลศักยภาพได้ทั่วประเทศ โดยเปิดประสบการณ์ให้ลูกบ้านสามารถแลกเปลี่ยนและแชร์ Neighbourhood Notes ระหว่างกัน เพื่อสร้างคอมมูนิตี้แห่งการแบ่งปันที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดยนำร่องการให้บริการ “Neighbourhood Notes” ในกลุ่มคอนโดมิเนียมไฮไลต์ ทั้งโครงการใหม่และพร้อมโอนในปีนี้ ได้แก่ เวีย 34 (Via 34), เวีย 61 (Via 61), เวีย อารีย์ (Via Ari), ชูช์ ราชเทวี (SHUSH Ratchathewi), เดอะ โมนูเมนต์ สาทร (The Monument Sathorn) และ ไวด์เด็น บาย แสนสิริ (WIDEN by Sansiri) รวมถึงขยายสเกลสู่ทำเลศักยภาพระดับ Sansiri Community ซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ Sansiri Phuket, Sansiri Krungthep Kreetha Community และ Sansiri T77 Community

ด้าน “À La Carte Service” นำเสนอบริการแบบ Tailor-made จากจุดเด่น Facility แต่ละโครงการ รองรับด้วยพาร์ตเนอร์และผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ ที่ผ่านการคัดสรรมาตรฐานอย่างพิถีพิถัน ติดต่อใช้บริการได้ผ่าน Concierge Service ประจำโครงการ เพื่อต่อยอดการใช้งานพื้นที่ส่วนกลาง (Facility) และพื้นที่ส่วนตัว ให้ลูกบ้านสามารถใช้ชีวิตในพื้นที่อยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละโครงการได้สมบูรณ์แบบยิ่งกว่าที่เคย พร้อมให้บริการรองรับแผนการเปิดตัวและส่งมอบโครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีในปีนี้ รวมทั้งสิ้น 5 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 14,700 ล้านบาท ได้แก่ เวีย 34 (Via 34), เวีย 61 (Via 61), เวีย อารีย์ (Via Ari), ชูช์ ราชเทวี (SHUSH Ratchathewi), เดอะ โมนูเมนต์ สาทร (The Monument Sathorn)

จากข้อมูล Insight ของแสนสิริ พบว่า นอกเหนือจากดีไซน์ที่โดดเด่นและทำเลศักยภาพแล้ว สิ่งที่ผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนระยะยาวให้ความสำคัญสูงสุดคือ 'ความมั่นใจและอุ่นใจ' การตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยจึงไม่ได้จบลงแค่วันโอน แต่อยู่ที่ความเชื่อมั่นว่าจะมีผู้คอยรับฟังและดูแลแก้ไขปัญหาไปตลอดการอยู่อาศัย ดังนั้น 'การบริการและการดูแลหลังการขาย' จึงเป็นปัจจัยชี้วัดสำคัญ (Deciding Factor) ที่สร้างความแตกต่างในการเลือกที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นจุดแข็งที่เหนือกว่าคู่แข่งและไม่มีใครเทียบได้ของแสนสิริ ที่ไม่ได้ดูแลเพียงแค่ประสบการณ์การอยู่อาศัยภายในโครงการ แต่ยังครอบคลุมลึกซึ้งไปถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต อันเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้แสนสิริครองแท่นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจลูกค้าตลอดกาล โดยการยกระดับประสบการณ์ผ่าน “Neighbourhood Notes” และ “À La Carte Service” จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องพิสูจน์ที่สะท้อนถึงศักยภาพของแสนสิริในฐานะผู้นำอสังหาริมทรัพย์ และบริการหลังการขายที่เข้าใจลูกค้า พร้อมตอกย้ำความเชื่อมั่นเพื่อรองรับความสำเร็จจากการเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีและในอนาคตได้อย่างแข็งแกร่ง

ร่วมค้นพบความพิเศษที่คัดสรรมาเพื่อลูกบ้านแสนสิริโดยเฉพาะ:

ค้นพบ Sansiri’s Picks ใน Neighbourhood Notes ฉบับเต็มได้ที่: https://siri.ly/xSzYEDA
รายละเอียด À La Carte Service เพิ่มเติม: https://siri.ly/kBkfEjA

You can share this post!