“พาณิชย์” คิกออฟโครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” นำสินค้าจำเป็นต่อการครองชีพมาขายในราคาประหยัด 3,036 จุด ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ต่อเนื่อง 90 วัน
พาณิชย์

“พาณิชย์” คิกออฟโครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” นำสินค้าจำเป็นต่อการครองชีพมาขายในราคาประหยัด 3,036 จุด ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ต่อเนื่อง 90 วัน

กระทรวงพาณิชย์ เปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” นำสินค้าจำเป็นราคาประหยัดจำหน่าย 3,036 จุดทั่วประเทศ ต่อเนื่อง 90 วัน พร้อมผนึกผู้ประกอบการ 27 ราย จัดแคมเปญ “ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ สู้วิกฤตน้ำท่วม” ลดราคาสินค้าและบริการกว่า 4,200 รายการ สูงสุด 78% ช่วยประชาชนลดภาระค่าใช้จ่ายและฟื้นฟูบ้านเรือนหลังน้ำลด

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานโครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” ณ ห้องประชุมบุรฉัตรไชยากร กระทรวงพาณิชย์ ว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ได้ดำเนินโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อเพิ่มช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาประหยัด ตามนโยบายนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มีข้อสั่งการให้เร่งช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนจากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยเฉพาะผลกระทบจากอุทกภัยในหลายพื้นที่ ที่สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้าง และทรัพย์สินภายในครัวเรือน รวมถึงผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและต้นทุนราคาสินค้า เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ และช่วยฟื้นฟูประชาชนจากสถานการณ์น้ำท่วม

ทั้งนี้ โครงการกำหนดเปิดจุดจำหน่ายสินค้าทั่วประเทศ 3,036 จุด แม้จะไม่สามารถครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ แต่กระทรวงพาณิชย์พยายามดำเนินการอย่างเต็มที่และจะเร่งเปิดจุดจำหน่ายให้เร็วที่สุด โดยแบ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร 300 จุด และส่วนภูมิภาค 76 จังหวัด รวม 2,736 จุด เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ต่อเนื่อง 90 วัน โดยนำสินค้ามาจำหน่ายในราคาประหยัด แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 สินค้าไฮไลต์ประกอบด้วย ไข่ไก่ ข้าวสาร น้ำมันพืช และน้ำตาลทราย กลุ่มที่ 2 สินค้าอุปโภคบริโภคจากผู้ผลิตโดยตรง 5 หมวด ได้แก่ ของใช้ประจำวัน ผลิตภัณฑ์ชำระร่างกาย ผลิตภัณฑ์ซักล้าง อาหารและเครื่องปรุงรส และอุปกรณ์ทำความสะอาด กลุ่มที่ 3 สินค้าอื่น ๆ ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้า House Brand สินค้า SMEs สินค้า GI สินค้าที่จังหวัดให้การส่งเสริม และผลผลิตทางการเกษตร โดยคาดว่าจะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนได้ประมาณ 200 ล้านบาทตลอดโครงการ ทั้งนี้ ประชาชาชนสามารถติดตามการเปิดจุดจำหน่ายสินค้าได้ทางเว็บไซต์กรมการค้าภายใน (www.dit.go.th) และ Line Official @thai.thongfah

ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์กำลังของบประมาณกลางจากรัฐบาล วงเงิน 1,000 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในการดูแลค่าครองชีพ และฟื้นฟูประชาชนจากน้ำท่วมในระยะถัดไป หลังจากจบโครงการนี้ โดยขณะนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานงบประมาณ ซึ่งได้ชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นไปแล้ว คาดว่า จะได้รับการอนุมัติงบประมาณ และเมื่อผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็จะนำมาช่วยเหลือประชาชนต่อไป

นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า นอกจากการเปิดจุดจำหน่ายสินค้าธงฟ้าแล้ว กรมยังได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการ 27 ราย ประกอบด้วยห้างวัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า 12 ราย ศูนย์บริการรถยนต์ 7 ราย ค่ายรถยนต์ 6 ราย และห้างค้าปลีกค้าส่ง 2 ราย ร่วมจัดกิจกรรม “ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ สู้วิกฤตน้ำท่วม” ระหว่างเดือน ต.ค.-พ.ย.2569 นำสินค้าและบริการรวม 4,223 รายการ มาลดราคาสูงสุด 78% เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทั้งการซ่อมแซมบ้านเรือน ทำความสะอาดที่อยู่อาศัย เปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้า และซ่อมบำรุงรถยนต์ ครอบคลุมสินค้าหลายประเภท พร้อมจัดโปรโมชันพิเศษเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน

สำหรับรายละเอียดการจัดโปรโมชัน กลุ่มวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ทำความสะอาด จำนวน 363 รายการ ลดสูงสุด 77% ครอบคลุมวัสดุซ่อมแซมบ้าน อุปกรณ์ทำความสะอาด และเครื่องมือช่าง พร้อมโปรโมชันสำรวจบ้านหลังน้ำท่วมฟรี ส่วนลดบริการทำความสะอาดครั้งใหญ่ (Big Cleaning) และบริการซ่อมแซมบ้าน โดยมีผู้ประกอบการที่ร่วมรายการ อาทิ โกลบอลเฮ้าส์ ดูโฮม ไทวัสดุ โฮมโปร เมกาโฮม และ MR.DIY

กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า จำนวน 736 รายการ ลดสูงสุด 74% ครอบคลุมเครื่องซักผ้า ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน พร้อมบริการตรวจเช็กและซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าฟรีในรายการที่กำหนด ส่วนลดค่าอะไหล่สูงสุด 50% โปรโมชันเครื่องเก่าแลกใหม่ และผ่อนชำระ 0% โดยมีผู้ประกอบการ อาทิ แม็คโคร โลตัส บิ๊กซี พาวเวอร์บาย พาวเวอร์มอลล์ เซ็นทรัล และโรบินสัน

กลุ่มศูนย์บริการรถยนต์ จำนวน 1,827 รายการ ลดสูงสุด 64% ครอบคลุมน้ำมันเครื่อง ยางรถยนต์ แบตเตอรี และอะไหล่ พร้อมบริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี ส่วนลดค่าแรงและอะไหล่ รวมถึงบริการ Mobile Car Service ช่วยเหลือรถยนต์เบื้องต้นในพื้นที่ประสบภัย โดยมีศูนย์บริการเข้าร่วม อาทิ FIT Auto, Cockpit, Tyre Plus, Autoclik, MMS, Auto 1 และ B-Quik

กลุ่มค่ายรถยนต์ จำนวน 41 รายการ ลดสูงสุด 30% ครอบคลุมอะไหล่และอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ พร้อมโปรโมชันตรวจเช็กสภาพรถฟรี ส่วนลดค่าซ่อมบำรุง สนับสนุนค่ารถยกสูงสุด 8,000 บาท พักชำระค่างวด 3 เดือน และส่วนลดซื้อรถยนต์ใหม่สูงสุด 130,000 บาท โดยมีค่ายรถยนต์เข้าร่วม ได้แก่ โตโยต้า ฟอร์ด อีซูซุ ฮอนด้า มิตซูบิชิ และนิสสัน

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและของใช้ในครัวเรือน อีก 1,256 รายการ ลดสูงสุด 78% โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งจากท็อปส์ และโก โฮลเซลล์ เพื่อเพิ่มทางเลือกสินค้าราคาประหยัดให้แก่ประชาชน

นายวัฒนศักย์กล่าวอีกว่าสำหรับกรณีราคาไข่ไก่ เนื้อหมูที่ราคาปรับตัวขึ้นจากผลกระทบของราคาน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้น และน้ำท่วมกระทบในพื้นที่เลี้ยงในจ.ปราจีนบุรีขณะนี้กรมฯได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และร่วมทำงานกับกรมปศุสัตว์เนื่องจากพบว่ามีพ่อค้าบางรายไป แย่งซื้อไข่ไก่หน้าฟาร์มทำให้ภาวะตลาดปั่นป่วนซึ่งหากกรมฯพบว่ามีการสร้างสถานการณ์ปั่นราคาให้สูงขึ้น ทำให้กระทบตลาดโดยรวมอาจบิดเบือน จะมีความผิดทั้งโทษจำและปรับ

กรมฯได้ขอความร่วมมือให้ผู้เลี้ยง ผู้ค้าและผู้ส่งออกช่วยกันตรึงราคา โดยราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มปัจจุบัน ฟองละ 4 บาท

ส่วนราคาหมูจากการตรวจสอบพื้นที่เลี้ยงที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมีจำนวนหมูขุนเสียหายไปประมาณ 10,000 ตัว คิดเป็นสัดส่วนเพียง0.47% ในจ.ปราจีนบุรีซึ่งประเมินแล้วไม่ได้มีผลกระทบต่อผลผลิตในภาพรวม

สำหรับราคาผักสด ที่ราคาผักใบ เพิ่มขึ้น เช่นผักบุ้ง พริก ใบกะเพรา แนวโน้มราคาเริ่มทะยอยลดลง

You can share this post!