“วราวุธ” เดินหาม็อบปราจีนบุรี รับหนังสือร้องเรียนเอง ยัน โรงงานต้องรับผิดชอบความเสียหาย ลั่น ก.อุตฯ ยึดกฎหมายเป็นหลัก ย้ำ จับมือ อก.-ทส.-มท.-คลัง ตรวจสอบคุณภาพดิน-น้ำ-นอมินี
ข่าวประชาสัมพันธ์

“วราวุธ” เดินหาม็อบปราจีนบุรี รับหนังสือร้องเรียนเอง ยัน โรงงานต้องรับผิดชอบความเสียหาย ลั่น ก.อุตฯ ยึดกฎหมายเป็นหลัก ย้ำ จับมือ อก.-ทส.-มท.-คลัง ตรวจสอบคุณภาพดิน-น้ำ-นอมินี

ภายหลังลงพื้นที่ติดตามแก้ไขปัญหาคราบน้ำมันรั่วไหลที่บริษัท กรีน เอนไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี จำกัด ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรีแล้ว นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายวัชรุน จุ้ยจำลอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม นายอำนาจ วิลาวัลย์ สส.ปราจีนบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย นายชยุต ภุมมะกาญจนะ สส.ปราจีนบุรี เขต 2 พรรคภูมิใจไทย และนายสฤษดิ์ บุตรเนียร สส.ปราจีนบุรี เขต 3 พรรคภูมิใจไทย นายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ได้เดินไปบริเวณหน้าทางเข้าโรงงาน เพื่อพบปะกับกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรม พร้อมรับหนังสือและรับฟังความเดือดร้อนจากประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำสีรุ้ง

โดยผู้ชุมนุมยังได้เรียกร้องให้มีการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ดูแลเกษตรกรชาวนาที่ได้รับความเสียหายจากคราบน้ำมันรั่วไหลด้วย

ขณะที่นายวราวุธ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ขอแสดงความเสียใจและเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในครั้งนี้ กรณีคราบน้ำมันที่เกิดขึ้น หลักฐานความเสียหายในเชิงประจักษ์ โดยเฉพาะคราบน้ำมัน ตนได้กำชับโรงงานให้เร่งกำจัดคราบน้ำมันดังกล่าวโดยเร็ว และให้ติดตามผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นกับนาข้าว ยืนยันว่า ความเสียหายและความเดือดร้อนของประชาชน ทางบริษัทจะต้องเยียวยาและค่ากำจัดคราบน้ำมันด้วย ได้หารือกับนายก อบจ.ปราจีนบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า จะต้องวางมาตรการที่เข้มงวดสำหรับโรงงานไม่ให้เกิดเหตุแบบนี้ในกรณีฝนตกหนักอีก ส่วนกรณีพื้นที่ไหนยังพบคราบน้ำมัน จะให้ทางอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ประสานกับกรมควบคุมมลพิษ ไปตรวจสอบตามพื้นที่ต่างๆ ที่ประชาชนร้องเรียนมา

นายวราวุธ กล่าวว่า กรณีโรงงานดังกล่าวจะต้องมีการตรวจสอบว่าขออนุญาตเปิดถูกต้องหรือไม่ ได้รับการอนุญาตอย่างไร มีการทำตามเงื่อนไขของกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือไม่ หากไม่ถูกต้อง จะบังคับใช้มาตรา 37 พ.ร.บ.โรงงานฯ หรือหากพบว่ามีการกระทำผิดจะใช้มาตรา 39 ยืนยันจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดแน่นอน ส่วนกรณีความเสียหายที่เกิดขึ้น ได้กำชับกับทางผู้ประกอบการให้รับผิดชอบแบบ 100%

ส่วนกรณีที่ชาวบ้านขอให้ปิดโรงงานนั้น ขอเรียนว่า จะต้องยึดกฎหมาย ไม่เช่นนั้นจะมีการฟ้องร้องกันไปมาภายหลัง ยืนยันว่าทุกอย่างยึดตามกฎหมาย จะทำอย่างเคร่งครัด ไม่มีใครมาวิ่งได้ ขอให้สบายใจ ทุกขั้นตอน กระทรวงอุตสาหกรรมจะยึดตามกฎหมาย กติกา ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจะต้องได้รับการแก้ไขและเยียวยา ส่วนจะต้องปิดโรงงานหรือไม่ ต้องดูกฎหมายก่อน”นายวราวุธ ระบุ

นายวราวุธ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ได้รับรายงานจาก สส.ในพื้นที่ว่า นอกจากพื้นที่ตรงนี้แล้ว ยังมีนิคมอุตสาหกรรมและสวนนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งตนจะให้เจ้าหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบในทุกพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสบายใจ ไม่ต้องโยนหรือโทษกันไปมา

นายวราวุธ ยังกล่าวถึงกรณีมีชาวบ้านบางส่วนเรียกร้องให้มีชะลอการออกใบอนุญาต 105/106 กับโรงไฟฟ้าขยะในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรีว่า ตรงนี้ไม่ต้องห่วง ตั้งแต่ตนเข้ามาทำหน้าที่มีการชะลอการออกใบอนุมัติอนุญาตโรงงานประเภท 105 และ 106 และการพิจารณาในอนาคตจะต้องผ่านความเห็นชอบและความพึงพอใจจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ ส่วนเรื่องการตรวจสอบนอมินีนั้น เรามีกระบวนการของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ หากจับได้ว่ามีนอมินีที่ไหน เราจะดำเนินการปิดให้หมด ซึ่งตนและนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่เอาไว้แน่นอน

You can share this post!