“ไทยเครดิต” โชว์โมเดลบนเวทีโลก! เจาะตลาด Micro SMEs ครองส่วนแบ่ง 30-40% ชูพลังคนผสานเทคโนโลยี ปลดล็อกเงินทุนฐานราก
การเงิน-การลงทุน

“ไทยเครดิต” โชว์โมเดลบนเวทีโลก! เจาะตลาด Micro SMEs ครองส่วนแบ่ง 30-40% ชูพลังคนผสานเทคโนโลยี ปลดล็อกเงินทุนฐานราก

FULL MAX | ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) โชว์ความสำเร็จบนเวที 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings เผยโมเดลธุรกิจที่มุ่งเน้นผู้ประกอบการรายย่อยและ Micro SMEs สร้างการเติบโตควบคู่ความยั่งยืน ชูจุดแข็งผสานบุคลากรที่เข้าใจลูกค้าเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมเปิด 4 กลยุทธ์สำคัญ ปลดล็อกการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของเศรษฐกิจฐานราก

นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) ร่วมแสดงวิสัยทัศน์บนเวทีเสวนาระดับนานาชาติ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ในการประชุมประจำปี 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings ณ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 นำเสนอโมเดลความสำเร็จของธนาคารที่มุ่งให้บริการลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบการ Micro SMEs อย่างจริงจัง จนสามารถครอบคลุมส่วนแบ่งทางการตลาดได้ถึง 30-40%

นายรอยย์ เปิดเผยว่า ไทยเครดิตเริ่มต้นจากธนาคารขนาดเล็กที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดรวมเพียงประมาณ 1% ก่อนเดินหน้าปิดช่องว่างทางการเงินให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการและประชาชนที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินในระบบ ซึ่งในอดีตต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบเป็นหลัก โดยพิสูจน์ให้เห็นว่าธุรกิจ Micro Finance และ Micro SMEs สามารถสร้างผลกำไร เติบโตต่อเนื่อง และดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ควบคู่กับหลักการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ (Responsible Lending) ภายใต้แนวคิดที่ว่า เป้าหมายของธนาคารต้องเติบโตไปพร้อมกับความสำเร็จของลูกค้า

เปิด 4 กลยุทธ์ ปั้นโอกาสทางการเงินผู้ประกอบการรายย่อย

1.ผสานพลังคนกับเทคโนโลยี ยกระดับการให้บริการ
ธนาคารให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์และทำความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง โดยมีพนักงานลงพื้นที่พบปะผู้ประกอบการผ่านเครือข่ายสาขาที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการให้สินเชื่อโดยเฉพาะ ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาระบบบริหารจัดการหลังบ้าน ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อให้สามารถดูแลลูกค้าได้อย่างทั่วถึงและเหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ 

2.เติมความรู้ทางการเงิน สร้างภูมิคุ้มกันให้ร้านค้ารายย่อย
ธนาคารเดินหน้าโครงการ “ตังค์โต Know-how” ถ่ายทอดความรู้ด้านการเงินในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน ช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารจัดการเงินได้อย่างถูกต้อง ปัจจุบันมีผู้ผ่านการอบรมแล้วกว่า 380,000 คน ทั้งลูกค้าและประชาชนทั่วไป ครอบคลุมตั้งแต่การจัดการบัญชี การรู้เท่าทันภัยไซเบอร์และมิจฉาชีพ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ AI เพื่อสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ให้ร้านค้าด้วยตนเอง

3.เจาะกลุ่มผู้หญิงและผู้ไม่มีประวัติเครดิต เปิดประตูสู่แหล่งทุน
พอร์ตสินเชื่อของธนาคารมีผู้ประกอบการสตรีเป็นสัดส่วนสูงถึง 70% สะท้อนบทบาทของผู้หญิงในระบบเศรษฐกิจฐานราก ขณะที่ธนาคารยังให้ความสำคัญกับผู้ที่ไม่เคยมีประวัติเครดิตบูโร ซึ่งในช่วงเริ่มต้นโครงการมีสัดส่วนสูงถึง 70-80% และปัจจุบันยังอยู่ที่ประมาณ 27% ของผู้ขอสินเชื่อทั้งหมด ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการที่ขาดประวัติสินเชื่อสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้มากขึ้น

4.ผนึกภาครัฐและกลไกค้ำประกัน ลดข้อจำกัดการเข้าถึงสินเชื่อ
ธนาคารได้รับแรงสนับสนุนจากหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ (Nano Finance) ของธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงกลไกค้ำประกันสินเชื่อของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ซึ่งช่วยลดข้อจำกัดด้านความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันสามารถเข้าถึงเงินทุนได้อย่างเหมาะสม

เวทีโลกชี้โมเดลไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึง

ผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มธนาคารโลกและวิทยากรจาก IMF เน้นย้ำถึงบทบาทของประเทศไทยและธนาคารไทยเครดิตในฐานะตัวอย่างของการลดช่องว่างทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยและ Micro SMEs โดยการผสานเทคโนโลยีดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงิน การใช้ข้อมูล และความเข้าใจบริบทของพื้นที่ ตลอดจนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่

ธนาคารไทยเครดิตยืนยันเดินหน้าส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างเท่าเทียม พร้อมยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถเติบโตและพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้วัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งช่วยเหลือและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน สอดคล้องกับปรัชญาการดำเนินธุรกิจ “ทุกคนคือคนสำคัญ”

You can share this post!