“กรมทางหลวง” ใช้ Smart Tag แกะรอยโจรกรรมป้ายจราจร ทล.21 ติดตามพบของกลาง 24 ชุด ชูเทคโนโลยีแก้ปัญหาเชิงรุก เตรียมขยายผลป้องกันการโจรกรรม เผยปี 68 อุปกรณ์งานทางทั่วประเทศถูกโจรกรรมเสียหายกว่า 118 ล้านบาท
คมนาคม

“กรมทางหลวง” ใช้ Smart Tag แกะรอยโจรกรรมป้ายจราจร ทล.21 ติดตามพบของกลาง 24 ชุด ชูเทคโนโลยีแก้ปัญหาเชิงรุก เตรียมขยายผลป้องกันการโจรกรรม เผยปี 68 อุปกรณ์งานทางทั่วประเทศถูกโจรกรรมเสียหายกว่า 118 ล้านบาท

กรมทางหลวง โดยแขวงทางหลวงลพบุรีที่ 2 (ลำนารายณ์) นำเทคโนโลยี Smart Tag หรืออุปกรณ์ติดตามตำแหน่ง มาประยุกต์ใช้ป้องกันและติดตามการโจรกรรมป้ายจราจรบนทางหลวงหมายเลข 21 ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี หลังพบเหตุลักลอบโจรกรรมป้ายจราจรและเสาป้ายอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถใช้ข้อมูลตำแหน่งจากอุปกรณ์ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจนพบทรัพย์สินที่ถูกโจรกรรมรวม 24 ชุด พร้อมเตรียมขยายผลการติดตั้งในพื้นที่เสี่ยง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการโจรกรรมทรัพย์สินของทางราชการ

สืบเนื่องจากช่วงวันที่ 12–13 กันยายน 2569 เกิดเหตุโจรกรรมป้ายจราจรบนทางหลวงหมายเลข 21 ช่วงแยกมะนาวหวาน–ม่วงค่อม ระหว่าง กม.26+000–กม.30+000 จำนวน 8 ชุด แขวงทางหลวงลพบุรีที่ 2 (ลำนารายณ์) จึงเร่งหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาเชิงรุก โดยนำอุปกรณ์ Smart Tag ซึ่งสามารถตรวจสอบตำแหน่งผ่านสมาร์ทโฟน มาประยุกต์ใช้กับเสาป้ายจราจรในพื้นที่เสี่ยงจำนวน 4 จุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและติดตามทรัพย์สิน รวมถึงลดความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่ในการเผชิญหน้ากับผู้ก่อเหตุโดยตรง

ผลจากการนำเทคโนโลยีมาใช้สามารถติดตามทรัพย์สินที่ถูกโจรกรรมได้จริง โดยเมื่อวันที่ 6 และ 9 ตุลาคม 2569 ระบบ Smart Tag รายงานตำแหน่งอุปกรณ์ที่ถูกเคลื่อนย้ายออกจากจุดติดตั้งเดิมไปยังพื้นที่อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงลพบุรีที่ 2 (ลำนารายณ์) จึงประสานตำรวจทางหลวงและตำรวจในพื้นที่เข้าตรวจสอบตามพิกัด จนพบเสาป้าย โครงเหล็ก และแผ่นป้ายจราจรที่ถูกโจรกรรมจำนวนมาก โดยจากการติดตามรวม 3 ครั้ง สามารถตรวจพบทรัพย์สินประเภทป้ายจราจรที่ถูกโจรกรรมรวม 24 ชุด ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อติดตามผู้กระทำผิดและผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากผลการดำเนินงานดังกล่าว แขวงทางหลวงลพบุรีที่ 2 (ลำนารายณ์) เตรียมขยายผลการติดตั้ง Smart Tag บนทางหลวงหมายเลข 21 ช่วงแยกมะนาวหวาน–คลองกระจัง ระหว่าง กม.26+000–กม.87+062 โดยมุ่งเน้นพื้นที่เสี่ยงที่อยู่ห่างไกลชุมชนและขาดไฟฟ้าส่องสว่าง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวัง ป้องปรามการโจรกรรม และลดโอกาสเกิดเหตุซ้ำในระยะยาว

ทั้งนี้ ปัญหาการโจรกรรมทรัพย์สินบนทางหลวงเป็นปัญหาสำคัญที่กรมทางหลวงเร่งดำเนินการแก้ไข โดยข้อมูลสถิติจาก สำนักอำนวยความปลอดภัย กรมทางหลวง ประจำปี 2568 พบการโจรกรรมอุปกรณ์งานทางทั่วประเทศ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวม 118,888,928 บาท หรือกว่า 118 ล้านบาท โดยอุปกรณ์ที่ถูกโจรกรรม ได้แก่ หม้อแปลงไฟฟ้า สายไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าส่องสว่าง ตู้ควบคุมไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์ รวมถึงป้ายจราจรและอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยอื่น ๆ ซึ่งไม่เพียงสร้างความเสียหายต่องบประมาณของรัฐ แต่ยังส่งผลกระทบต่อการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้ทาง

กรมทางหลวงขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นการลักลอบโจรกรรมหรือทำลายทรัพย์สินบนทางหลวง สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการได้อย่างทันท่วงที

You can share this post!