สงครามตะวันออกกลางปะทุ! น้ำมันโลกพุ่งระลอกใหม่ กบน. ขยับขึ้นเบนซิน-แก๊สโซฮอล-ดีเซล B7 ลิตรละ 60 สตางค์ กองทุนอ่วมแบกวันละ 229 ล้าน!
พลังงาน-อุตสาหกรรม

สงครามตะวันออกกลางปะทุ! น้ำมันโลกพุ่งระลอกใหม่ กบน. ขยับขึ้นเบนซิน-แก๊สโซฮอล-ดีเซล B7 ลิตรละ 60 สตางค์ กองทุนอ่วมแบกวันละ 229 ล้าน!

สงครามเดือดสะเทือนถึงกระเป๋าคนไทย! ราคาน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด หลังกลุ่มฮูธีโจมตีโครงสร้างพลังงานซาอุดีอาระเบียและเรือขนส่งในอ่าวเปอร์เซีย ซ้ำเติมค่าขนส่งที่ทะยานสูงและสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดฮวบ กดดันตลาดพลังงานเข้าสู่ภาวะตึงตัว ด้าน กบน. จำเป็นต้องปรับกลไกกองทุนน้ำมันฯ ขยับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล B7 เบนซิน และแก๊สโซฮอล E10 95, 91 ขึ้นลิตรละ 0.60 บาท มีผล 21 ตุลาคม 2569 ขณะที่กองทุนฯ แบกภาระชดเชยสูงถึงวันละ 229 ล้านบาท!

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบปรับอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรับมือสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งแรงกระเพื่อมไปทั่วห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก

สงครามลามตลาดพลังงาน น้ำมันสิงคโปร์พุ่งแรง

ปัจจัยสำคัญมาจากการโจมตีโครงสร้างพลังงานในซาอุดีอาระเบียและเรือขนส่งในอ่าวเปอร์เซีย ประกอบกับเรือขนส่งบางส่วนต้องเปลี่ยนเส้นทางอ้อมทวีปแอฟริกา ส่งผลให้ต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่การนำเข้าน้ำมันเข้าสิงคโปร์ลดลง กดดันอุปทานในตลาดให้ตึงตัวมากขึ้น

สถานการณ์ยังถูกซ้ำเติมจากสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่ลดลงถึง 3.2 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง

ข้อมูล ณ วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ระบุว่า ราคาน้ำมันดีเซลตลาดสิงคโปร์พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 178 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันเบนซินขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 136 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แรงกดดันดังกล่าวทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องรับภาระชดเชยสูงถึงประมาณวันละ 229 ล้านบาท

กบน. เร่งปรับกลไกกองทุนฯ ดีเซล B7 ขยับ 43.54 บาทต่อลิตร

เพื่อรักษาสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และคงความสามารถในการดูแลเสถียรภาพราคาพลังงานในประเทศ กบน. จึงปรับอัตราการจัดเก็บและชดเชยเงินกองทุนฯ โดยมีรายละเอียดราคาขายปลีกและอัตราชดเชยในกลุ่มดีเซล ดังนี้

* ดีเซล B7 เพิ่มการชดเชย 0.69 บาทต่อลิตร เป็น 2.41 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกอยู่ที่ 43.54 บาทต่อลิตร

* ดีเซล B20 เพิ่มการชดเชย 1.08 บาทต่อลิตร เป็น 7.63 บาทต่อลิตร โดยราคาขายปลีกคงเดิม

* ดีเซลพรีเมียม จัดเก็บเงินเข้ากองทุนฯ 1.50 บาทต่อลิตร

เบนซิน-แก๊สโซฮอลขยับขึ้น กระทบค่าเดินทางประชาชน

ด้านกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล มีการปรับอัตราเงินกองทุนฯ ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็นดังนี้

* เบนซิน ลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนฯ 0.29 บาทต่อลิตร เหลือ 6.61 บาทต่อลิตร ราคาขายปลีกอยู่ที่ 51.03 บาทต่อลิตร

* แก๊สโซฮอล 95 เพิ่มการชดเชย 0.22 บาทต่อลิตร เป็น 0.28 บาทต่อลิตร ราคาขายปลีกอยู่ที่ 42.04 บาทต่อลิตร

* แก๊สโซฮอล 91 เพิ่มการชดเชย 0.22 บาทต่อลิตร เป็น 0.28 บาทต่อลิตร ราคาขายปลีกอยู่ที่ 41.67 บาทต่อลิตร

* แก๊สโซฮอล E20 เพิ่มการชดเชย 0.69 บาทต่อลิตร เป็น 4.91 บาทต่อลิตร โดยราคาขายปลีกคงเดิม

* แก๊สโซฮอล E85 เพิ่มการชดเชย 0.22 บาทต่อลิตร เป็น 1.62 บาทต่อลิตร โดยราคาขายปลีกคงเดิม

อัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงใหม่มีผลตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

น้ำมันแพงไม่ใช่แค่เรื่องหน้าปั๊ม แต่คือแรงกดดันทั้งเศรษฐกิจ

ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานโลก ภาระไม่ได้หยุดอยู่แค่ผู้ใช้รถที่ต้องจ่ายค่าน้ำมันเพิ่มขึ้น แต่ยังเป็นความท้าทายต่อภาคขนส่ง ต้นทุนสินค้า และค่าครองชีพของประชาชน หากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ย่อมเพิ่มแรงกดดันต่อทั้งผู้ประกอบการและกำลังซื้อของครัวเรือน

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจึงขอความร่วมมือประชาชนทุกภาคส่วนใช้น้ำมันอย่างประหยัดและคุ้มค่า ใช้เท่าที่จำเป็น เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล ลดการนำเข้าน้ำมันดิบของประเทศ และช่วยรักษาความแข็งแกร่งของกองทุนฯ ให้สามารถรองรับความผันผวนของตลาดพลังงาน และกลับมาดูแลประชาชนได้อย่างยั่งยืน

จับตาต่อจากนี้! หากสงครามยังยืดเยื้อและต้นทุนพลังงานโลกยังผันผวน ภาระที่ต้องแบกรับอาจไม่ได้มีแค่กองทุนน้ำมันฯ แต่อาจส่งแรงกระแทกต่อเนื่องไปถึงต้นทุนธุรกิจและกระเป๋าของคนไทยทั้งประเทศ

You can share this post!