“ททท.” เปิดตัว “THAILAND NEXTPERIENCE : TOURISM PRODUCT HIGHLIGHT 2027” ชู 5 ทิศทางพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวไทย มุ่งสู่ High-Value & Meaningful Destination
ท่องเที่ยว

“ททท.” เปิดตัว “THAILAND NEXTPERIENCE : TOURISM PRODUCT HIGHLIGHT 2027” ชู 5 ทิศทางพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวไทย มุ่งสู่ High-Value & Meaningful Destination

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน “THAILAND NEXTPERIENCE : TOURISM PRODUCT HIGHLIGHT 2027” ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ ประกาศทิศทางการพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวไทยปี 2570 ภายใต้ยุทธศาสตร์ “Transform Together” มุ่งนำศักยภาพและอัตลักษณ์ของไทยพัฒนาเป็นสินค้าและประสบการณ์ท่องเที่ยวมูลค่าสูงด้วย 5 ทิศทางสำคัญ ได้แก่ Wellness and Longevity Tourism, Festival Economy, Creative Economy, Sustainable and Regenerative Tourism และ Trusted Thailand พร้อมผลักดันสินค้าและเส้นทางท่องเที่ยวให้พร้อมเข้าสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ High-Value & Meaningful Destination

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า ททท. มุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยตามแนวคิด Value over Volume ภายใต้ยุทธศาสตร์ “Transform Together” โดยให้ความสำคัญกับการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพและเพิ่มมูลค่าจากการเดินทาง ควบคู่กับการพัฒนาสินค้าและเส้นทางท่องเที่ยวให้ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน ทั้งประสบการณ์ที่มีความหมาย สะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและชุมชน รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการฟื้นฟูสมดุลกายใจ สำหรับปี 2570 ททท. ใช้กรอบ Amazing 5 Economy เป็นแนวทางพัฒนาสินค้าท่องเที่ยว พร้อมขับเคลื่อนกลไก Partnership 360 ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาและยกระดับให้สินค้าท่องเที่ยวไทยได้มาตรฐานระดับสากล และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงความต้องการ อันจะเพิ่มโอกาสในการเดินทางและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชน พร้อมสนับสนุนเป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2570 ให้เติบโตไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น High-Value & Meaningful Destination

ภายในงานเปิดเวทีเสวนาในหัวข้อ “THAILAND NEXTPERIENCE : TOURISM PRODUCT HIGHLIGHT 2027” โดยมีนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. นพ.ดิสพงศ์ ปณิฐาภรณ์ (หมอโจ้) ผู้ร่วมก่อตั้งและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังประจำ The Demis Clinic และเจ้าของแบรนด์ Acca และคุณเบนซ์-ถาวร ภัสสรศิริกุล จากเพจ The Gaijin Trips แลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็นพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ การดูแลสุขภาวะ และแนวทางการพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวที่จะเพิ่มคุณค่าให้กับการเดินทางและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

 

ททท. มุ่งพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวปี 2570 (Tourism Product 2027) ด้วย 5 ทิศสำคัญทาง ดังนี้

1. Wellness and Longevity Tourism มุ่งยกระดับประเทศไทยสู่ Global Health & Healing Destination ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” โดยนำศักยภาพด้านการแพทย์ สุขภาพภูมิปัญญาไทย อาหาร การบริการ และทรัพยากรธรรมชาติมาพัฒนาเป็นประสบการณ์ที่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ผ่าน 3 รูปแบบ ได้แก่ Heal Better การรักษาและฟื้นฟูด้วยบริการทางการแพทย์และสุขภาพที่มีมาตรฐาน Live Longer การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ และ Feel Better การฟื้นฟูสมดุลกายใจผ่าน Nature Healing, Sport Wellness และภูมิปัญญาไทยพร้อมเชื่อมโยงบริการสุขภาพเข้ากับธุรกิจโรงแรม สปา ร้านอาหาร สมุนไพร กิจกรรมกีฬา และชุมชน อาทิ ศูนย์แพทย์แผนไทย “ศิริราชสัปปายะสถาน” และกิจกรรม “The Wave of Healing” หรือ Surf Therapy ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ณ จังหวัดพังงา

2. Festival Economy มุ่งใช้เทศกาลและกิจกรรมเป็นกลไกกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายตลอดปี ภายใต้แนวคิด “365 Days of Celebration” ครอบคลุมเทศกาลศิลปวัฒนธรรม ดนตรี กีฬาและการท่องเที่ยวยามค่ำคืน อาทิ Pride Month, Tomorrowland Thailand, EDC Thailand, S2O, Wonderfruit, VIJITR Thailand, The Night by Amazing Thailand และ Amazing Thailand Marathon พร้อมส่งเสริมงานประเพณีที่มีเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ให้เป็น Signature Events เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างประเทศและกระจายรายได้สู่ภูมิภาค ได้แก่ งานประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานีงานประเพณีไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม และเทศกาลแห่ดาวคริสต์มาส จังหวัดสกลนคร

3. Creative Economy มุ่งนำทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา วิถีชีวิต และความคิดสร้างสรรค์ของไทยมาต่อยอดเป็นสินค้าและประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีมูลค่าสูง เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ ลงมือทำ และสัมผัสอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ ผ่าน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์สำคัญ ได้แก่
• Meaningful Love Journey นำเสนอประเทศไทยในฐานะ Romance Destination ผ่านสินค้า 55 รายการ และ 4 เส้นทาง ภายใต้ 5 แนวคิด ได้แก่ Spiritual, Cultural, Nature, Wellness และ Everyday Romance เชื่อมโยงธรรมชาติ วัฒนธรรม ความศรัทธา สุขภาวะ และวิถีชีวิตไทยเข้ากับประสบการณ์การเดินทางสำหรับคู่รักและกลุ่มฮันนีมูน
• Soul of Siam ถ่ายทอดคุณค่าของงานหัตถศิลป์ไทย (Thai Craftsmanship) ทั้งอัญมณี สิ่งทอไทย งานฝีมือ และศิลปะร่วมสมัย สู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวระดับพรีเมียมที่สะท้อนภูมิปัญญา ทักษะฝีมือ และอัตลักษณ์ความเป็นไทย
• Creatrip Thailand ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ผ่านศิลปะ งานคราฟต์ อาหาร และวิถีท้องถิ่น เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และมีส่วนร่วมกับความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละพื้นที่ผ่าน 5 แนวคิด ได้แก่ Feel the Art in Soi, Feel the Inspiration, Feel the Crafted Community, Feel the Flavor และ Feel the Local Fun

4. Sustainable and Regenerative Tourism มุ่งพัฒนาประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ไม่เพียงลดผลกระทบจากการเดินทาง แต่ยังสร้างคุณค่ากลับคืนสู่ธรรมชาติ ระบบนิเวศ และชุมชน ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรและเรียนรู้วิถีชีวิตท้องถิ่น ควบคู่กับการสร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการอย่างรับผิดชอบ โดยมีโครงการ Chiang Mai Prototype ซึ่งต่อยอดการพัฒนาต้นแบบสินค้าท่องเที่ยวยั่งยืนจาก Krabi Prototype สู่จังหวัดเชียงใหม่ เชื่อมโยงทรัพยากรธรรมชาติ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมล้านนาเข้ากับการเดินทางอย่างใส่ใจพื้นที่

5. Trusted Thailand มุ่งยกระดับคุณภาพ ความปลอดภัย และมาตรฐานด้านการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวและเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยผ่าน TAT Certified อาทิ TAT STGs STAR, CF-Hotel และรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards: TTA) ซึ่งเตรียมจัดการประกวดครั้งที่ 16 ในปี 2570 เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ

ททท. เชื่อมั่นว่า การพัฒนาสินค้าและเส้นทางท่องเที่ยวให้ตรงกับความต้องการของนักท่องเที่ยว ควบคู่กับการส่งเสริมมาตรฐานและความร่วมมือของพันธมิตรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จะช่วยเพิ่มมูลค่าจากการเดินทาง สร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ และกระจายรายได้สู่ชุมชน พร้อมสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียด Tourism Product 2027 พร้อมค้นหาสินค้า บริการ กิจกรรม เส้นทางท่องเที่ยว และ E-book ได้ที่ www.tourismproduct.tourismthailand.org และ Facebook: Amazing Thailand หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ TAT Contact Center โทร. 1672

You can share this post!