“ซัมซุง” เขย่าวงการสมาร์ทโฟนไทย ฉีกตำนาน "ตั๋วร่วม 20 ปี" เปิดตัวยุทธศาสตร์ "Samsung All-in" ดึง "Samsung Wallet" แปลงร่างมือถือเป็นตั๋วเดินทางร่วมในเครื่องเดียว-แบตหมดก็ยังแตะได้ พร้อมอัดแคมเปญนั่งรถไฟฟ้าตลอดสาย 20 บาท ตั้งเป้าดันผู้ใช้งานทะลุ 1 ล้านราย
การตลาด-ไอที-ยานยนต์

“ซัมซุง” เขย่าวงการสมาร์ทโฟนไทย ฉีกตำนาน "ตั๋วร่วม 20 ปี" เปิดตัวยุทธศาสตร์ "Samsung All-in" ดึง "Samsung Wallet" แปลงร่างมือถือเป็นตั๋วเดินทางร่วมในเครื่องเดียว-แบตหมดก็ยังแตะได้ พร้อมอัดแคมเปญนั่งรถไฟฟ้าตลอดสาย 20 บาท ตั้งเป้าดันผู้ใช้งานทะลุ 1 ล้านราย

จบยุคพกบัตรนับสิบและยืนเข้าแถวซื้อเหรียญ! "ซัมซุง" ผ่าทางตันอวสานปม “ตั๋วร่วม”ที่ยื้อนานกว่า 2 ทศวรรษ สวมบทผู้ปฏิวัติวิถีชีวิตคนเมืองด้วยนวัตกรรม “Samsung All-in” ผ่านฟีเจอร์ “Samsung Wallet” แปลงร่างสมาร์ทโฟนในมือให้กลายเป็นบัตรสารพัดประโยชน์ ชูจุดเด่นเป็นมือถือแบรนด์เดียวในตลาดที่สามารถ “แตะ”ขึ้นรถไฟฟ้า BTS, BRT และเรือด่วนเจ้าพระยา ได้แล้วอย่างเป็นทางการ ชูไฮไลต์เด็ด "Tap and Go" ไม่ต้องเปิดหน้าจอ ไม่ต้องปลดล็อก ต่อให้แบตหมดเกลี้ยงก็ยังแตะผ่านประตูได้ ด้วยเทคโนโลยี Passive NFC สุดล้ำ ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้ใช้งาน Samsung Wallet เป็น 1 ล้าน Accounts ภายในปี 2570 จ่อผลักดันสัดส่วน Active Users ขึ้นเป็น 80% พร้อมเปิดตัวแคมเปญสุดไวรัล “แตะเสร็จ ไปไหนก็ไป” หั่นราคาค่าโดยสาร BTS เหลือเพียง 20 บาทตลอดสาย ปลดล็อกกระเป๋าสตางค์ใบหนาให้เหลือเพียงมือถือเครื่องเดียว ตอบโจทย์อินไซด์ Bangkok Native อย่างตรงจุด

 

นายสิทธิโชค นพชินบุตร President of Mobile Experience Division บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดเผยว่า แม้ประเทศไทยจะมีการพูดคุยถึงแนวคิดการจัดทำ "ระบบตั๋วร่วม" มานานกว่า 20 ปี ตั้งแต่ยุคเริ่มแรกของการเปิดให้บริการรถไฟฟ้า BTS ครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2542 และรถไฟฟ้า MRT ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2547 แต่โครงการดังกล่าวกลับไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริงในทางปฏิบัติ เนื่องจากติดขัดข้อจำกัดด้านข้อตกลงสัมปทาน การลงทุนระบบ และโมเดลการแบ่งสัดส่วนรายได้ระหว่างผู้ประกอบการแต่ละราย ดังนั้นซัมซุงฯจึงได้ตัดสินใจนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวกลางในการแก้ปัญหา Pain Point โดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือหรือเงินอุดหนุนจากภาครัฐ ด้วยการนำเทคโนโลยี Passive NFC (Near Field Communication) เข้ามาประยุกต์ใช้งาน จึงได้ร่วมมือกับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้ามหานคร หรือ MRT ,บริษัท บางกอก สมาร์ทการ์ด ซิสเทม จำกัด (บัตรแรบบิท) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ ๖ รอบพระชนมพรรษา หรือ BTS ,รถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ หรือ BRT และเรือด่วนเจ้าพระยา ได้อย่างเป็นทางการ เป็นครั้งแรกในไทย เพียงเพิ่มบัตรแรบบิท หรือ Rabbit Virtual Card ใน "Samsung Wallet" โฉมใหม่บนมือถือ Samsung Galaxy รุ่นที่รองรับ

“บริการใหม่ ‘Samsung Wallet’ สามารถใช้มือถือซัมซุงแตะขึ้นรถไฟฟ้า BTS  รถโดยสารด่วนพิเศษ BRT และเรือด่วนเจ้าพระยา ได้แล้วเป็นครั้งแรกในไทยอย่างเป็นทางการ เพียงเพิ่มบัตรแรบบิท หรือ Rabbit Virtual Card ใน ‘Samsung Wallet’ โฉมใหม่บนมือถือ Samsung Galaxy รุ่นที่รองรับ ซึ่งการร่วมมือกับพันธมิตรผู้ให้บริการอย่าง BTS ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถนำสมาร์ทโฟนไปแตะที่เกณฑ์ประตูอัตโนมัติเพื่อผ่านเข้าออกได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเปิดแอปพลิเคชัน ไม่ต้องปลดล็อกหน้าจอ และที่สำคัญที่สุดคือ แม้แบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟนจะหมดเกลี้ยง ระบบ Passive NFC ยังสามารถจ่ายพลังงานสำรองให้แตะผ่านประตูได้ต่อเนื่องอีกประมาณ 4-5 ชั่วโมง”นายสิทธิโชค กล่าว

นายสิทธิโชค กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวคิดของโครงการเกิดขึ้นจากวิถีชีวิตของคนกรุงเทพฯ ที่ใน 1 วันอาจต้องเดินทางผ่านหลายรูปแบบและหลายบริการ ปัจจุบันกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีประชากรตามทะเบียนราษฎร์และประชากรแฝงที่เข้ามาเรียนและทำงานราว 11 ล้านคน โดยมีการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะรวมกว่า 4.5 ล้านคน-เที่ยวต่อวัน ขณะที่ระบบรางในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีผู้โดยสารเฉลี่ยประมาณ 1.43 ล้านคน/เที่ยว/วัน และประมาณ 46% ของผู้ใช้ระบบรางมีการเปลี่ยนสายอย่างน้อย 1 ครั้ง ส่วนการเดินทางทางน้ำมีผู้โดยสารประมาณ 70,000 คน/วัน ซึ่งสะท้อนถึงการเดินทางในเมืองที่มีความซับซ้อนทั้งรูปแบบและระบบการจ่ายเงิน

“วันนี้สมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์ที่ทุกคนมีติดตัวอยู่แทบตลอดทั้งวัน ซัมซุงเชื่อว่าสมาร์ทโฟนควรทำได้มากกว่าการเป็นอุปกรณ์สื่อสาร จึงพัฒนา Samsung Wallet เพื่อทำให้ทุกสิ่งที่จำเป็นในการเดินทาง รวมอยู่ในที่เดียว ซึ่ง Samsung Wallet คือ แอปกระเป๋าเงินดิจิทัลแบบครบวงจรที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดเก็บและเข้าถึงข้อมูลสำคัญได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึง Boarding Pass ใช้เป็น Digital Car Key แทนกุญแจรถ และ Smart Living ใช้เป็นกุญแจบ้าน กุญแจคอนโด หรือแทนบัตรพนักงาน เข้าอาคารออฟฟิศ และวันนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของเมืองไทยที่ใช้มือถือแตะขึ้นรถไฟฟ้า BTS  ขึ้นรถ BRT และเรือโดยสารได้แล้ว ช่วยเชื่อมต่อให้ผู้ใช้เข้าถึงการเดินทางและการใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น ลดสิ่งที่ต้องพก ต้องจำ และต้องจัดการระหว่างวัน โดยให้เทคโนโลยีช่วยจัดการความซับซ้อนเหล่านั้นอยู่เบื้องหลัง เป็นไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ที่แค่มี Samsung Galaxy ก็ออกจากบ้านได้ ไปแต่ตัว ไม่ต้องพกเยอะ” นายสิทธิโชค กล่าว

ภายใต้แนวคิดดังกล่าว Samsung Wallet จึงถูกพัฒนาขึ้น เป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลอัจฉริยะ ปลอดภัยด้วยระบบ Samsung Knox ซึ่งปกป้องข้อมูลสำคัญของผู้ใช้ด้วยการจดจำลายนิ้วมือและการเข้ารหัส และรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลที่ละเอียดอ่อนไว้ในพื้นที่แยกส่วนต่างหากเพื่อช่วยป้องกันภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น โดยช่วยรวบรวมสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันไว้บน Samsung Galaxy เครื่องเดียว เข้าถึงสิ่งจำเป็นได้อย่างรวดเร็ว เพียงปัดหน้าจอขึ้นเพื่อเปิดกระเป๋าเงินของผู้ใช้โทรศัพท์ ซึ่งสามารถใช้งานได้หลากหลาย อาทิ

-ใช้เป็นดิจิทัลคีย์แทนกุญแจรถ รองรับทั้งรูปแบบ NFC และ UWB (Ultra-Wideband) สำหรับรถ BMW และ MINI  รวมถึง Mercedes-Benz, Volvo, Lotus, Denza, และ BYD ในรุ่นที่รองรับ

-ใช้แตะเพื่อปลดล็อกประตูบ้าน คอนโด เข้าประตูอาคารสำนักงานแทนบัตรพนักงานที่รองรับบัตร NFC

-ใช้เป็น Boarding Pass เชื่อมโยงข้อมูลกับสายการบินชั้นนำของไทยอย่างการบินไทย และอีก 14 สายการบินทั่วโลกที่อัปเดตข้อมูลเกตและเวลาแบบเรียลไทม์ ไม่ต้องพก boarding pass แบบกระดาษ ไม่ต้องกลัวทำหาย

ซึ่งระบบดังกล่าวจะรองรับซัมซุง ตั้งแต่รุ่นปี 2562-ปัจจุบัน และตั้งแต่วันที่ 20–26 ตุลาคม 2569 ซัมซุงจะทยอยอัปเดตแอป Samsung Wallet เวอร์ชันใหม่ โดยผู้ใช้ Samsung Galaxy รุ่นที่รองรับจะสามารถเพิ่ม Rabbit Virtual Card บน Samsung Wallet  เพื่อแตะขึ้นขนส่งสาธารณะทั้ง รถไฟฟ้า BTS รถ BRT และเรือด่วนเจ้าพระยา ได้ทันที ในแบบ

-แตะง่ายๆ Tap and Go ไม่ต้องเปิดหน้าจอ ไม่ต้องใส่รหัส

-ถึงมือถือแบตหมดก็แตะได้

-พร้อมทั้งฟรี! ค่าสมัครบัตร Virtual Card ใบแรก

 รถไฟฟ้าบีทีเอส รวม 3 เส้นทาง คือ

-สายสีเขียว (สายสุขุมวิท) ให้บริการเริ่มต้นจากสถานีเคหะสมุทรปราการ ไปสิ้นสุดที่สถานีคูคต

-สายสีเขียว (สายสีลม) ให้บริการเริ่มต้นจากสถานีบางหว้าถึงสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ

-สายสีทอง ให้บริการเริ่มต้นจากสถานีกรุงธนบุรี เจริญนคร สิ้นสุดที่สถานีคลองสาน

รถไฟฟ้ามหานคร (MRT สีเหลืองและสีชมพู) รวม 2 เส้นทาง คือ

-สายสีเหลือง ให้บริการเริ่มต้นจากสถานีลาดพร้าว ไปสิ้นสุดที่สถานีสำโรง

-สายสีชมพู ให้บริการเริ่มต้นจากสถานีศูนย์ราชการนนทบุรี ไปสิ้นสุดที่สถานีมีนบุรี

รถโดยสารด่วนประจำทางพิเศษ (BRT)

-ให้บริการตั้งแต่สถานีสาทร (เชื่อมต่อกับ BTS สถานีช่องนนทรี) ถึงสถานีราชพฤกษ์ (เชื่อมต่อกับ BTS สถานีตลาดพลู)

เรือโดยสารเพียงใช้แตะซื้อตั๋วเรือโดยสารที่ตู้ขายตั๋วอัตโนมัติ (Kiosk) ที่ท่าเรือทั้ง 10 ท่าเรือ ได้แก่ ท่าสาทร-1 ,ท่าสาทร-2, ท่าราชวงศ์,  ท่าราชินี,  ท่าช้าง-1,  ท่าช้าง-2 , ท่ามหาราช , ท่าพรานนก,  ท่าพระอาทิตย์ และท่าเตียน เพื่อใช้บริการเรือโดยสารในเส้นทางต่อไปนี้

-เจ้าพระยาทัวร์ริสท์โบ๊ท (ธงฟ้า)

-เรือด่วนเจ้าพระยา (ธงส้ม ธงเหลือง ธงเหลืองเขียว และธงแดง)

นอกจากนี้ ซัมซุง ยังเตรียมแผนขยาย Mobility Ecosystem อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าเพิ่มการรองรับ MRT สายสีม่วง สีแดง ,สีน้ำเงิน ,Airport Rail Link และรถเมล์ ขสมก. ภายในสิ้นปี 2569  ซึ่งจะทำให้ Samsung Wallet สามารถครอบคลุม เชื่อมต่อการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะของคนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้ 100% นอกจากนี้ ซัมซุงยังมีแผนงานที่จะนำบริการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต "Samsung Pay" กลับมาให้บริการอีกครั้งในปีหน้า เนื่องจากเทคโนโลยีเครื่องอ่าน EDC ของสถาบันการเงินมีความพร้อมมากขึ้น รวมถึงการขยายฟีเจอร์แตะเดินทางไปยังอุปกรณ์สมาร์ทวอทช์ (Smartwatch) ภายในปี 2570 ด้วยเช่นเดียวกัน

“การขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประชากรกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หรือกลุ่ม "Bangkok Native" ซึ่งมีจำนวนประชากรตามทะเบียนราษฎรประมาณ 5.5 ล้านคน และหากนับรวมประชากรแฝง บุคลากรต่างชาติ รวมถึงผู้คนที่เดินทางสัญจรจากจังหวัดปริมณฑล จะมีจำนวนสูงถึง 11-15 ล้านคน โดยในแต่ละวันมีผู้ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะสูงถึง 4.5 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นการเดินทางด้วยระบบรถไฟฟ้า BTS และ MRT มากถึง 1.4 ล้านคน และมีผู้คนที่ต้องเผชิญความยุ่งยากในการเปลี่ยนสายรถไฟฟ้ามากถึง 1-2 ล้านคนต่อวัน รวมถึงผู้โดยสารเรือด่วนเจ้าพระยาอีกราว 70,000 คนต่อวัน การเดินทางที่ซับซ้อนทำให้ผู้บริโภคต้องแบกรับความยุ่งยาก ทั้งการพกพาบัตรหลายใบ การเข้าคิวรอต่อแถวซื้อเหรียญโดยสาร และการจัดการสัมภาระระหว่างเดินทาง”นายสิทธิโชค กล่าว

แพลตฟอร์ม Samsung Wallet ได้เริ่มเปิดตัวอย่างเป็นทางการตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 1 ของปีที่ผ่านมา โดยมีการพัฒนา Ecosystem ให้ครอบคลุมการใช้งานที่หลากหลายมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้เป็นกุญแจดิจิทัล (Digital Key) สำหรับปลดล็อกและสตาร์ตรถยนต์หรูร่วมกับ 6 แบรนด์ชั้นนำ ได้แก่ BMW, Mini, Mercedes-Benz, BYD และ Volvo ผ่านเทคโนโลยี Ultra Wide Band (UWB), NFC และ Bluetooth Low Energy ที่มีระบบความปลอดภัยสูงและทำงานได้แม้มือถือแบตหมด การรองรับตั๋วขึ้นเครื่องบินดิจิทัล (Boarding Pass) ร่วมกับ 15 สายการบินชั้นนำ พร้อมระบบแจ้งเตือนการเปลี่ยนประตูขึ้นเครื่องหรือเที่ยวบินล่าช้า รวมถึงการแปลงสมาร์ทโฟนให้เป็นคีย์คาร์ดสำหรับแตะเข้าอาคารคอนโดมิเนียมและสำนักงาน

“ปัจจุบัน Samsung Wallet มีผู้ลงทะเบียนใช้งานแล้วเกือบ 500,000 ราย โดยมีผู้ใช้งานประจำ (Active Users) อยู่ที่ประมาณ 300,000 ราย ซึ่งซัมซุงได้ตั้งเป้าหมายขยายฐานผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้านราย ภายในช่วง 6 เดือนถึง 1 ปีข้างหน้า พร้อมคาดหวังอัตราผู้ใช้งานจริงสูงถึง 80% ทั้งนี้ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีสมาร์ทโฟนซัมซุงที่รองรับบริการดังกล่าวหมุนเวียนอยู่ในตลาดมากถึง 2.4 ล้านเครื่อง โดยรองรับสมาร์ทโฟนตั้งแต่ตระกูล Galaxy A1 ขึ้นไป ที่วางจำหน่ายตั้งแต่ปี 2562 จนถึงรุ่นปัจจุบัน หรือรุ่นที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ One UI 8 และ Android 16 ขึ้นไป โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือต้องเป็นเครื่องที่วางจำหน่ายในประเทศไทยเท่านั้นเนื่องจากต้องใช้ซอฟต์แวร์เฉพาะท้องถิ่น สำหรับโมเดลธุรกิจนั้น ซัมซุงไม่ได้มุ่งหวังสร้างรายได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมผู้บริโภคในระยะสั้น แต่เน้นการแก้ไข Pain Point ของผู้ใช้เพื่อสร้างความผูกพันในระบบนิเวศ (Ecosystem Loyalty) และกระตุ้นยอดขายสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ให้แก่แบรนด์ในระยะยาว”นายสิทธิโชค กล่าว

 

นายสิทธิโชค กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการคืนกำไรและช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของคนเมือง ซัมซุงได้เปิดตัวแคมเปญส่งเสริมการขายภายใต้แนวคิด "แตะเสร็จ ไปไหนก็ไป" หรือ "แตะเสร็จ ไปไหนก็ไปด้วยกัน" โดยจะทำการยกเว้นค่าธรรมเนียมการออกบัตร Rabbit Virtual Card พร้อมมอบสิทธิพิเศษค่าโดยสารรถไฟฟ้า BTS ในอัตราเหมาจ่ายพิเศษเพียง 20 บาทตลอดสาย จากราคาปกติกรณีเดินทางต้นสายถึงปลายสายซึ่งมีอัตราค่าโดยสารสูงถึง 110 บาท โดยในส่วนต่างค่าโดยสารนั้น ทางซัมซุงและ BTS ได้ร่วมกันสนับสนุนงบประมาณเพื่อชดเชยให้แก่ผู้ใช้บริการ ซึ่งสิทธิ์ค่าโดยสาร 20 บาทนี้จะเปิดให้ผู้ใช้บริการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน– 31 ธันวาคม 2569 หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด เบื้องต้นจำกัดจำนวนสิทธิ์ไว้ที่ 10,000 สิทธิ์แรก และมีโอกาสพิจารณาขยายจำนวนสิทธิ์เพิ่มเติมตามความต้องการของตลาด ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการจำเป็นต้องทำการลงทะเบียนให้เรียบร้อยก่อนการเดินทาง หากไม่ลงทะเบียนก่อน ระบบจะทำการตัดเงินในอัตราค่าโดยสารปกติ

สำหรับสิทธิ์ดังกล่าวครอบคลุมเฉพาะเที่ยวเดินทางสำหรับรถไฟฟ้า BTS สายสุขุมวิท (สีเขียวอ่อน) ,สายสีลม (สีเขียวเข้ม), สายสีทอง และสำหรับรถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง และสายสีชมพู โดยจำกัดจำนวน 10,000 บัตรแรก ผู้ใช้จะได้รับ 2 สิทธิ์ต่อคนต่อบัตร และเปิดลงทะเบียนก่อนการเดินทางตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผ่านทาง SMS พิมพ์ SAVE เว้นวรรค ตามด้วยหมายเลขบัตร Rabbit Virtual Card 13 หลัก ส่งไปที่ 4694100 ค่าบริการครั้งละ 3 บาท หรือทาง LINE Official Account: SAMSUNG THAILAND โดยพิมพ์ SAVE เว้นวรรค ตามด้วยหมายเลขบัตร Rabbit Virtual Card 13 หลัก ทั้งนี้ผู้มีสิทธิ์จะต้องชำระค่าโดยสายตามอัตราค่าโดยสารที่เกิดขึ้นจริงก่อน และจะได้รับเงินคืน (Cashback) สำหรับส่วนต่างระหว่างอัตราค่าโดยสารที่เรียกเก็บตามที่เกิดขึ้นจริงกับจำนวน 20 บาท โดยเงินคืนจะถูกโอนเข้าบัญชี Rabbit Wallet ที่ผูกกับบัตร Rabbit Virtual Card ของผู้ใช้งานในวันถัดไปหลังจากเดินทาง

ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2569  Samsung Wallet มีผู้ใช้งานในประเทศไทยประมาณ 460,000 Samsung Accounts โดยมี Active Users ประมาณ 300,000 Accounts หรือคิดเป็น 65% มีการเติบโตจากปี 2568 ราว 2.5 เท่า โดยซัมซุงตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้ใช้งาน Samsung Wallet เป็น 1 ล้าน Accounts ภายในปี 2570 พร้อมผลักดันสัดส่วน Active Users ขึ้นเป็น 80% 

“เราไม่ได้มอง 20 บาทเป็นเพียง Promotion แต่ช่วยส่งเสริมการสร้าง Behavior Change จากการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน โดยเริ่มต้นสร้างความคุ้นเคยด้วยการเดินทางซึ่งเป็นหนึ่งในกิจวัตรที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดสำหรับชาวกรุงเทพเนทีฟ เพื่อให้เกิดการใช้งานอย่างต่อเนื่อง โดยต่อยอดประสบการณ์ใช้งานไปสู่ Travel, Digital Car Key, Smart Living รวมทั้งบริการอื่น ๆ ใน Galaxy Ecosystem นับเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่าเราสามารถใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในมือถือเพื่อสร้างประโยชน์ที่สัมผัสได้จริง โดยซัมซุงมีเป้าหมายในการทำให้ประสบการณ์ของผู้เดินทางสะดวกและเข้าถึงง่าย All-in-one สามารถเชื่อมต่อได้อย่างไร้รอยต่อที่แท้จริง โดยไม่ต้องรอโครงการระบบตั๋วร่วม เมื่อมองภาพรวมในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้  Samsung Wallet จะครอบคลุมการเดินทางของคนกรุงเทพฯ ด้วยขนส่งสาธารณะได้ 100% นอกจากนี้ ซัมซุงยังมีแผนงานที่จะนำบริการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต "Samsung Pay" กลับมาให้บริการอีกครั้งในปีหน้า เนื่องจากเทคโนโลยีเครื่องอ่าน EDC ของสถาบันการเงินมีความพร้อมมากขึ้น รวมถึงการขยายฟีเจอร์แตะเดินทางไปยังอุปกรณ์สมาร์ทวอทช์ (Smartwatch) ภายในปีหน้าเช่นเดียวกัน”นายสิทธิโชค กล่าวในที่สุด

 

 

 

 

 

 

 

You can share this post!