บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP ตอกย้ำศักยภาพโฮลดิ้งคอมพานี มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มและผลตอบแทนอย่างยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น เดินหน้าต่อยอดธุรกิจในกลุ่มธนชาต ควบคู่แสวงหาโอกาสลงทุนใหม่ที่เหมาะสม เน้นบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ รักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน และสร้างสมดุลระหว่างการจ่ายเงินปันผลกับการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต
นายพีระพัฒน์ เมฆสิงห์วี กรรมการผู้จัดการใหญ่ TCAP เปิดเผยว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมและยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น โดยมุ่งรักษาสมดุลระหว่างการจ่ายเงินปันผล การบริหารเงินทุน และการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต พร้อมยึดหลักความระมัดระวัง มีวินัยในการลงทุน และบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างผลตอบแทนอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
ปันผลเพิ่มต่อเนื่อง 5 ปี รวม 16.10 บาทต่อหุ้น
ผลงานด้านการจ่ายเงินปันผลสะท้อนความสามารถในการรักษาผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา TCAP จ่ายเงินปันผลต่อหุ้นเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จาก 3.00 บาทในปี 2564 เป็น 3.10 บาทในปี 2565, 3.20 บาทในปี 2566, 3.30 บาทในปี 2567 และ 3.50 บาทในปี 2568 รวมเงินปันผลตลอด 5 ปี จำนวน 16.10 บาทต่อหุ้น
ขณะเดียวกัน ราคาหุ้น TCAP มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยราคาปิด ณ สิ้นปี 2567 อยู่ที่ 50.50 บาทต่อหุ้น เพิ่มเป็น 58.25 บาท ณ สิ้นปี 2568 และล่าสุดอยู่ที่ 81.50 บาทต่อหุ้น ณ วันที่ 19 ตุลาคม 2569 สะท้อนโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) ในช่วงที่ภาวะตลาดและปัจจัยพื้นฐานเอื้ออำนวย ทั้งนี้ ผลตอบแทนในอนาคตยังขึ้นอยู่กับภาวะตลาดและความเสี่ยงในการลงทุน
ต่อยอดธุรกิจการเงิน–ลีสซิ่ง–ประกัน เสริมแกร่งพอร์ตลงทุน
TCAP ยังคงมุ่งลงทุนในธุรกิจการเงิน สินเชื่อลีสซิ่ง และธุรกิจประกันภัย พร้อมให้ความสำคัญกับการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ ความเสี่ยงด้านเครดิต ฐานเงินทุน และสภาพคล่อง เพื่อรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างความมั่นคงให้กับกลุ่มธนชาตในระยะยาว
นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าต่อยอดศักยภาพของธุรกิจในกลุ่มธนชาต พร้อมมองหาโอกาสการลงทุนใหม่ที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของพอร์ตลงทุนและสนับสนุนการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยมีโครงสร้างรายได้ที่หลากหลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมเสถียรภาพของผลประกอบการและความสามารถในการทำกำไร
เครดิตแกร่ง กลุ่มธนชาตเดินหน้าสร้างการเติบโต
ล่าสุด TCAP ได้รับการคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ที่ระดับ “A” จากทริสเรทติ้ง พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือคงที่ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท
ด้านบริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ THANI ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้รับการจัดอันดับเครดิตที่ระดับ “A-” แนวโน้ม “Stable” พร้อมปรับเพิ่มอันดับเครดิตเฉพาะองค์กร (SACP) เป็นระดับ “a-” สะท้อนฐานเงินทุนที่แข็งแกร่งในระดับ Very Strong
ขณะที่บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TNI เดินหน้าขยายฐานลูกค้าทั่วประเทศผ่านพันธมิตรและช่องทางการขายที่หลากหลาย โดยนำแนวคิด “Technology + AI + Human Touch” มาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ควบคู่การดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด
โดยเฉพาะช่วงสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ผ่านมา TNI ได้เปิดจุดบริการเคลมน้ำท่วมชั่วคราวในพื้นที่ประสบภัย เพื่ออำนวยความสะดวกในการแจ้งเคลม ส่งเอกสาร และประสานงานด้านสินไหม ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงความช่วยเหลือได้สะดวกยิ่งขึ้น
นายพีระพัฒน์กล่าวย้ำว่า เป้าหมายของ TCAP ไม่ใช่เพียงการสร้างผลตอบแทนในระยะสั้น แต่คือการสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ และรักษาความสามารถในการสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นอย่างเหมาะสมและยั่งยืนในระยะยาว