โฟรเซ่นโยเกิร์ต โยเกิร์ตพร้อมดื่ม และอาซาอิ กลายเป็นเมนูเพื่อสุขภาพดาวรุ่งพุ่งแรงในไทยหลังจากมีผู้เล่นทั้งรายเล็ก-รายใหญ่เข้าสู่ตลาดพร้อมกับขยายสาขาอีกหลายสิบแห่ง กระทั่งล่าสุด “Yo-Chi” (โย-ชิ) แบรนด์โฟรเซ่นโยเกิร์ตสัญชาติออสเตรเลียมองเห็นโอกาสจึงตัดสินใจเข้ามาประเดิมสาขาแรกในไทย โดยเลือก “เซ็นทรัลเวิลด์” เป็นแห่งแรก ทั้งยังบอกด้วยว่า ในอนาคตมีแผนขยายสาขาอื่นๆ ในกรุงเทพและภูมิภาคอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย

“โอลิเวอร์ อัลลิส” (Oliver Allis) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายแบรนด์ และผู้ร่วมก่อตั้ง “Yo-Chi” ระบุถึงปัจจัยในการเลือกขยายสาขามายังประเทศไทย เพราะเริ่มมองเห็นแนวโน้มที่คนรุ่นใหม่ต้องการใช้เวลาไปกับการพบปะสังสรรค์และเชื่อมโยงกันมากขึ้น โดยพื้นที่ปลอดภัยในลักษณะนี้ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปัจจุบันมีทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าการไปผับ บาร์ หรือไนต์คลับ “อัลลิส” ให้นิยาม “Yo-Chi” ว่า นี่คือพื้นที่พบปะสังสรรค์ที่ทุกคนสนุกและใช้เวลาร่วมกันได้ เปรียบเสมือน “ผับที่ไม่มีเบียร์” จึงเป็นเหตุผลที่ตัดสินใจพาร้านโฟรเซ่นโยเกิร์ตเข้ามาปักหลักในไทย ซึ่งเป็นสาขานอกประเทศแห่งที่สี่ด้วย
“Yo-Chi” ประเดิมสาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์ (เปิดเวลา 10.00 – 00.00 น.) บนเนื้อที่กว่า 207 ตารางเมตร โดยแบรนด์ให้ความสำคัญกับการตกแต่งด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นมิตร ประกอบไปด้วยวัสดุประเภทกระเบื้องลายหินอ่อนและไม้โทนอบอุ่น พร้อมกับที่นั่งจำนวนมากเพื่อให้ลูกค้าผ่อนคลายได้เต็มที่ ขณะเดียวกันก็สอดแทรกความสนุกสนานผ่านองค์ประกอบ อาทิ ลูกบอลดิสโก้มะม่วง มีเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น และบูธดีเจ เป็นต้น

ความโดดเด่นของ “Yo-Chi” อยู่ที่การผลิตทุกเมนูจากนมสดโดยไม่ใช้นมผง รสชาติที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ “Signature Tart” รสคลาสสิกหรือรสดั้งเดิม รวมถึงยังมีรสชาติหลักอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็น Salted Butterscotch, Chocolate, Classic Vanilla และ Strawberries & Cream รวมถึงรสชาติตามฤดูกาล อาทิ Mango และ Coconut รวมไปถึงรสชาติพิเศษที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับสาขาในพื้นที่นั้นๆ ด้านท็อปปิ้งที่ได้รับความนิยม ได้แก่ สตรอว์เบอร์รีสดที่ตัดและเตรียมใหม่ภายในร้านทุกวัน, Cookie Dough ซิกเนเจอร์, น้ำพุ Nutella อุ่นๆ และ Mini Taiwanese Mochi นอกจากนี้ยังมีท็อปปิ้งเฉพาะเมืองไทย ได้แก่ Thai milk tea jelly, Thai Mango, Coconut Chips และ Pipo Fruit Jelly โดยราคาเริ่มต้น 73 บาท ต่อ 100 กรัม
“เราต้องการค่อยๆ ขยายตลาดของ Yo-Chi ไปทีละประเทศ โดยพิจารณาจังหวะและความเหมาะสมของแต่ละตลาด ประเทศไทยมีคนรุ่นใหม่จำนวนมากที่กำลังมองหาพื้นที่สำหรับพบปะสังสรรค์ที่ปลอดภัย เป็นมิตรกับทุกคน ไม่เน้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และมีบรรยากาศที่น่าสนใจ ซึ่ง Yo-Chi ต้องการเข้ามาเป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้” โอลิเวอร์ อัลลิส กล่าว


ปัจจุบัน “Yo-Chi” มีสาขาให้บริการทั่วโลกกว่า 79 แห่ง แบ่งออกเป็น ออสเตรเลียมากกว่า 75 แห่ง, สิงคโปร์ 2 แห่ง, สหราชอาณาจักร 1 แห่ง และสหรัฐอเมริกา 1 แห่ง ทำให้ “ไทย” เป็นสาขานอกประเทศแห่งที่ 4 และเป็นสาขาลำดับที่ 80 ของแบรนด์
ผู้บริหาร ระบุว่า หลังจากเปิดทำการที่เซ็นทรัลเวิลด์ยังไม่มีแผนเร่งรีบการเปิดสาขาถัดไปภายในทันที อยากพาผู้บริโภคชาวไทยค่อยๆ ทำความรู้จักคอนเซปต์แบรนด์ ความแตกต่าง และประสบการณ์ที่ยังไม่เคยได้รับมาก่อน และเมื่อพัฒนาสาขาแรกจนมีข้อมูลที่ชัดเจนแล้วว่า ตลาดให้การตอบรับจึงพิจารณาสาขาถัดไปโดยจะเริ่มขยายสาขาในพื้นที่กรุงเทพฯ ก่อน จากนั้นค่อยพิจารณาพื้นที่ต่างจังหวัดหรือภูมิภาคอื่นๆ ในลำดับถัดไป

“เราไม่ต้องการเร่งก้าวไปข้างหน้าเกินความเหมาะสม และต้องการพิสูจน์ให้ผู้บริโภคชาวไทยเห็นว่า Yo-Chi ไม่ใช่แบรนด์ข้ามชาติทั่วไปที่พวกเขาเคยพบมา เราจะเริ่มต้นจากสาขาที่เซ็นทรัลเวิลด์และพร้อมรับฟังความคิดเห็นว่า ผู้บริโภคต้องการให้ Yo-Chi ไปเปิดในพื้นที่อื่นๆ เพิ่มเติมหรือไม่ โยเกิร์ตที่ผลิตจากนมสดรวมถึงอาซาอิจากวัตถุดิบออร์แกนิกคุณภาพสูงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราต้องการนำเสนอให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย” ผู้บริหารกล่าวในที่สุด
เกี่ยวกับ Yo-Chi
Yo-Chi เปิดตัวครั้งแรกที่เมืองเมลเบิร์นในปี 2012 และได้เติบโตจนกลายเป็นแบรนด์โฟรเซนโยเกิร์ตและ อาซาอิที่เติบโตเร็วที่สุดและได้รับความนิยมมากที่สุดในออสเตรเลีย ที่ซึ่งลูกค้าได้รับคำเชิญชวนให้รังสรรค์ความอร่อยในถ้วยของตัวเองจากบาร์ท็อปปิ้งชื่อดังที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย
Yo-Chi ถือกำเนิดขึ้นจากไอเดียที่ต้องการรวมฟรอนเซนโยเกิร์ตแบบบริการตนเอง ท็อปปิ้งที่น่าลิ้มลอง และพลังงานดี ๆ เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
ปัจจุบัน Yo-Chi มีสาขาเปิดให้บริการทั่วโลก ดังนี้ ออสเตรเลียมากกว่า 75 สาขา, สหราชอาณาจักร 1 สาขา, สหรัฐอเมริกา 1 สาขา, สิงคโปร์ 2 สาขา และล่าสุด ไทย 1 สาขา