“ภัทรพงศ์” เดินหน้าศึกษา Seaplane เชื่อมเกาะหลีเป๊ะ หนุนท่องเที่ยวมูลค่าสูง–กระจายรายได้สู่ชุมชน ย้ำความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม
คมนาคม

“ภัทรพงศ์” เดินหน้าศึกษา Seaplane เชื่อมเกาะหลีเป๊ะ หนุนท่องเที่ยวมูลค่าสูง–กระจายรายได้สู่ชุมชน ย้ำความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนการใช้อากาศยานขึ้นลงบนผิวน้ำ (Seaplane) เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมเดินหน้าศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ Seaplane เชื่อมโยงการเดินทางสู่เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล และแหล่งท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน เพื่อเพิ่มทางเลือกและลดข้อจำกัดในการเข้าถึงพื้นที่เกาะ สนับสนุนการท่องเที่ยวมูลค่าสูง และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนในพื้นที่ สอดคล้องกับนโยบาย Airport for Regional Development ที่มุ่งใช้ท่าอากาศยานเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจและกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค

การดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแนวทาง “สตูลโมเดล” ซึ่งศึกษาความเหมาะสมในการพัฒนาสนามบินน้ำหรือจุดขึ้นลงอากาศยานบนผิวน้ำโดยภาครัฐ เพื่อรองรับการให้บริการของผู้ประกอบการ โดยเมื่อวันที่ 19–20 ตุลาคม 2569 คณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยกรมท่าอากาศยาน (ทย.) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) จังหวัดสตูล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เกาะหลีเป๊ะและร่วมรับฟังความคิดเห็นจากภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และประชาชน เพื่อนำข้อมูลและข้อเสนอแนะมาประกอบการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของพื้นที่

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า การพัฒนา Seaplane ต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินและการเดินเรือ ควบคู่กับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศทางทะเล และวิถีชีวิตของชุมชน โดยเฉพาะการประมงพื้นบ้านและการใช้ประโยชน์พื้นที่ทำกิน พร้อมพิจารณาศักยภาพทางการตลาด ความคุ้มค่าในการดำเนินงาน และแนวทางกระจายประโยชน์สู่ประชาชนอย่างรอบด้าน เพื่อให้การพัฒนาได้รับการยอมรับและสามารถดำเนินการได้อย่างยั่งยืน

สำหรับแนวทางเชื่อมโยงการเดินทาง อยู่ระหว่างพิจารณาศักยภาพของท่าอากาศยานต้นทาง โดยท่าอากาศยานกระบี่และท่าอากาศยานตรังเป็นทางเลือกในการเชื่อมต่อสู่เกาะหลีเป๊ะ ทั้งนี้ การกำหนดเส้นทางบิน รูปแบบอากาศยาน และการเปิดให้บริการ จะต้องพิจารณาผลการศึกษา ความพร้อมของพื้นที่ ผู้ประกอบการ และการอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ

นายภัทรพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนา Seaplane มุ่งเชื่อมโอกาสจากการเดินทางเข้ากับเศรษฐกิจท้องถิ่น ผ่านบริการเรือท่องเที่ยว ที่พัก และธุรกิจบนเกาะ เพื่อให้ผู้ประกอบการและประชาชนมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น รวมถึงพิจารณาแนวทางสนับสนุนการศึกษา สาธารณสุข และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน ตลอดจนศึกษาศักยภาพในการสนับสนุนภารกิจการแพทย์ฉุกเฉินในอนาคต

ด้านนายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวว่า กรมท่าอากาศยานร่วมขับเคลื่อนการศึกษาความเหมาะสมด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรองรับ Seaplane ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาจุดขึ้นลงบนผิวน้ำ สิ่งอำนวยความสะดวก และการเชื่อมต่อกับท่าอากาศยานในสังกัด รวมทั้งศึกษาแนวทางให้ภาครัฐพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานส่วนกลาง เพื่อช่วยลดภาระการลงทุนของผู้ประกอบการและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างคุ้มค่า ทั้งนี้ รูปแบบการลงทุนและการดำเนินงานจะต้องเป็นไปตามผลการศึกษา กฎหมาย และขั้นตอนการอนุมัติที่เกี่ยวข้อง

กรมท่าอากาศยานจะนำข้อมูลจากการลงพื้นที่และข้อเสนอแนะของทุกภาคส่วนมาประกอบการศึกษา เพื่อให้การพัฒนา Seaplane สามารถเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมกับแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลได้อย่างเหมาะสม สนับสนุนเศรษฐกิจภูมิภาค และสร้างประโยชน์แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน

You can share this post!