“โรงพยาบาลเจ้าพระยา” เปิดศูนย์จักษุ 24 ชม. พร้อมรักษาตลอดเวลา โดยจักษุแพทย์เฉพาะทางและเทคโนโลยีตรวจรักษาใหม่
สุขภาพ

“โรงพยาบาลเจ้าพระยา” เปิดศูนย์จักษุ 24 ชม. พร้อมรักษาตลอดเวลา โดยจักษุแพทย์เฉพาะทางและเทคโนโลยีตรวจรักษาใหม่

อุบัติเหตุและโรคภัยไข้เจ็บเกิดขึ้นได้ไม่เลือกเวลา โดยเฉพาะหากเกิดกับดวงตา ซึ่งเป็นอวัยวะที่บอบบางและสำคัญของร่างกาย อาการผิดปกติจากโรคตา การเกิดอุบัติเหตุ หรืออาการแทรกซ้อนจากโรคอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อดวงตารอให้ถึงเวลาทำการปกติของโรงพยาบาลไม่ได้ เพราะหากเกิดขึ้นและเข้ารับการรักษาได้ไม่ทันอาจเสี่ยงต่อการสูญเสียดวงตาได้ จากความห่วงใยดังกล่าว โรงพยาบาลเจ้าพระยา ซึ่งมีศูนย์แพทย์เฉพาะทาง 24 ชั่วโมง จึงเปิดให้บริการศูนย์จักษุ 24 ชั่วโมง มากว่า 19 ปี เพื่อให้บริการผู้มีปัญหาด้านดวงตาในทุกเวลา โดยมีจักษุแพทย์เฉพาะทางประจำทั้งกลางวันและกลางคืนรองรับผู้ป่วยนอก(OPD) พร้อมอุปกรณ์เครื่องมือที่มีเทคโนโลยีตรวจรักษาที่ทันสมัย

จากโจทย์ “เปิด 24 ชั่วโมง แต่ไม่มีแพทย์เฉพาะทาง” สู่ทางเลือกใหม่

จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้บริการโรงพยาบาล ให้ข้อมูลถึงการเข้ารับการรักษากับโรงพยาบาลต่างๆ หลังเวลาทำการปกติ พบว่าส่วนใหญ่มีความกังวลในการเข้ารับการรักษาหลังเวลา 20.00 น. แม้วันนี้โรงพยาบาลหลายแห่งจะแจ้งเปิดให้บริการรักษา 24 ชั่วโมง แต่ก็อาจไม่มีแพทย์เฉพาะทางประจำ หากเกิดกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน ร้ายแรง ผู้ป่วยจะได้รับเพียงการรักษาเบื้องต้น โดยต้องรอพบแพทย์เฉพาะทางในตอนเช้า อีกประเด็นสำคัญ คือ ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปและเวลาในการทำงานที่เป็นข้อจำกัด ทำให้การพบแพทย์เฉพาะทางทำได้ยาก จากปัจจัยดังกล่าวทำให้โรงพยาบาลเจ้าพระยามองว่าการมีแพทย์เฉพาะทางในทุกเวลาเป็นสิ่งจำเป็น เพราะการเกิดโรคและอุบัติเหตุนั้น รอไม่ได้และไม่เลือกเวลา

ทำไมดวงตารอไม่ได้

คำตอบแบบตรงไปตรงมา คือ ดวงตาเมื่อเสียหายแล้วแก้ไขได้ยาก แม้การแพทย์ปัจจุบันสามารถเปลี่ยนกระจกตาจากผู้บริจาคได้ แต่ก็ยุ่งยากและอาจใช้งานได้ไม่ดีเท่าเดิม การเกิดอุบัติเหตุและโรคที่เกี่ยวกับดวงตาจึงจำเป็นต้องรักษาให้ทันเวลาและตรวจพบให้เร็ว เพื่อหยุดความเสียหายหรือชะลอความเสื่อม เพราะส่วนที่เสื่อมไปแล้วมักไม่กลับคืน ปัญหานี้เกิดขึ้นกับคนทุกวัย

กลุ่มเด็ก “บอกอาการเองไม่ได้ พ่อแม่ต้องหมั่นสังเกต” : การมองเห็นของเด็กเริ่มพัฒนาตั้งแต่แรกคลอดและสมบูรณ์เมื่ออายุราว 10 ปี ความผิดปกติในวัยเด็กจึงกระทบการมองเห็นไปตลอดชีวิต บางครั้งเด็กบอกอาการเองไม่ได้ พ่อแม่จึงเป็นด่านแรกของการสังเกต ในวัยทารกควรจ้องหน้าได้เมื่ออายุไม่เกิน 2 เดือน และมองตามหน้าที่ขยับไปมาได้เมื่ออายุ 2-6 เดือน หากไม่จ้องหน้า ไม่มองตาม หรือมองตามเสียงอย่างเดียว อาจมีความผิดปกติทางตา อาทิ อาการตาสั่น อาจบ่งชี้ความผิดปกติของตาหรือสมอง หากตาวาวคล้ายตาแมวตอนกลางคืนหรือเห็นสีขาวในตาดำ อาจเกิดจากต้อกระจก ต้อหิน หรือมะเร็งจอประสาทตา ซึ่งพบในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่และถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ สำหรับตาเข ตาเหล่ เมื่อเด็กไม่ใช้ตาข้างที่เข การพัฒนาของสายตาข้างนั้นจะไม่ดี เกิดภาวะตาขี้เกียจและตามัว ส่วนเด็กโตที่เอียงคอมอง นั่งดูหนังสือหรือทีวีใกล้ๆ บ่นปวดศีรษะตอนเย็นหรือหลังเลิกเรียน หรือมองกระดานไม่ชัด มักมีปัญหาสายตาหรือกล้ามเนื้อตา ควรพบจักษุแพทย์เช่นกัน

กลุ่มวัยรุ่นและคนทำงาน “ใช้สายตาหนัก เวลาน้อย” คนวัยทำงานส่วนใหญ่ใช้เวลากับการจ้องหน้าจอหรือเอกสารทั้งวัน ทำให้กะพริบตาน้อยลงและน้ำตาเคลือบผิวตาไม่พอ จึงเกิดตาแห้งและอักเสบง่าย มีอาการแสบตา ปวดศีรษะ และตามัวเป็นๆ หายๆ ซึ่งไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ การพักสายตาด้วยการมองไกลๆ ที่มีต้นไม้สีเขียว หรือหลับตาชั่วครู่ ช่วยได้ในเบื้องต้น แต่หากอาการไม่ดีขึ้นต้องพบแพทย์ ส่วนกลุ่มที่เป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูง ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะเบาหวานทำให้เส้นเลือดที่จอประสาทตาอุดตัน แตก และงอกใหม่ซึ่งเปราะแตกง่าย ผู้ป่วยเบาหวานจึงควรตรวจจอประสาทตาละเอียดทุกปี และการควบคุมโรคประจำตัวให้ดีช่วยลดความเสี่ยงโรคจอประสาทตาได้

กลุ่มผู้สูงอายุ “ความเสี่ยงสูง เสียหายแล้วกลับคืนยาก” เมื่ออายุมากขึ้น โรคตาจากความเสื่อมก็พบมากขึ้น ทั้งต้อกระจกที่พบบ่อยสุด ต้อหิน จอประสาทตาเสื่อม ตาแห้ง ท่อน้ำตาตัน และหนังตาหย่อน รวมถึงอาการแทรกซ้อนจากโรคอื่น อย่างเบาหวานขึ้นจอประสาทตา ขั้วประสาทตาบวมจากความดันโลหิตสูง หรือการมองเห็นลดลงจากเซลล์มะเร็งที่ทำให้เส้นประสาทตาขาดเลือดมาเลี้ยง ซึ่งโรคตาที่เกิดจากความเสื่อมและอาการแทรกซ้อนจากโรคอื่น หากได้รับการรักษาไม่ทันท่วงทีหรือไม่ถูกวิธี อาจทำให้ผู้ป่วยสูญเสียการมองเห็น หรือ ตาบอดได้

จับสัญญาณอันตราย ดูแลดวงตา อย่ารอจนสาย

จักษุแพทย์ให้คำแนะนำว่าการดูแลดวงตาเริ่มจากการป้องกันอุบัติเหตุ พักสายตาระหว่างใช้หน้าจอ ควบคุมโรคประจำตัว และตรวจสุขภาพตาตามช่วงวัยหรือระดับความเสี่ยง หากมีอาการปวดตามาก เห็นรุ้งรอบดวงไฟ ตามัวเฉียบพลัน ภาพบิดเบี้ยว ตาอักเสบ ตาพร่า หรือในเด็กพบตาวาว เห็นสีขาวในตาดำ ตาสั่น หรือตาเข ควรรีบปรึกษาจักษุแพทย์ และหากเกิดการสูญเสียการมองเห็นเฉียบพลัน ปวดตารุนแรง บาดเจ็บที่ดวงตา หรือสงสัยภาวะฉุกเฉินทางตา ไม่ควรรอดูอาการหรือรอจนถึงวันถัดไป ควรเข้ารับการประเมินทางการแพทย์ทันที เพราะการรักษาในเวลาที่เหมาะสมอาจมีความสำคัญต่อการรักษาการมองเห็นและคุณภาพชีวิตในระยะยาว ส่วนการดูแลและตรวจคัดกรองเป็นประจำ ช่วยให้พบโรคตั้งแต่ยังไม่มีอาการ และปัจจุบันเทคโนโลยีทั้งยา เลเซอร์ และการผ่าตัดสามารถรักษา ลดความรุนแรง หรือชะลอความเสื่อมได้ หากเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที

ศูนย์จักษุ 24 ชั่วโมง ตรวจ รักษา โดยจักษุแพทย์เฉพาะทาง

ความพร้อมของการเป็นศูนย์จักษุ 24 ชั่วโมง โรงพยาบาลเจ้าพระยา เข้าสู่ปีที่ 20 ทำให้เข้าใจว่าทุกช่วงเวลาที่เกิดปัญหาสุขภาพ เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ต้องได้รับการตรวจรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ศูนย์จักษุ 24 ชั่วโมง เป็นส่วนหนึ่งของ ศูนย์แพทย์เฉพาะทาง 24 ชั่วโมง ที่เปิดมานานกว่าเข้าสู่ปีที่ 20 ทำให้มีความพร้อมทั้งทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและพยาบาลวิชาชีพที่ผ่านการอบรมเฉพาะสาขาที่มีประสบการณ์ พร้อมเครื่องมือตรวจประเมินสุขภาพตาที่ทันสมัย อาทิ เครื่องตรวจวัดสายตา เครื่องวัดความดันตาแบบลมเป่าเพื่อคัดกรองต้อหิน เครื่องวัดลานสายตาที่ช่วยวินิจฉัยต้อหินและโรคในสมองบางชนิด กล้องถ่ายภาพจอประสาทตาสำหรับตรวจเบาหวานขึ้นจอตา และเครื่องสลิทแลมป์สำหรับตรวจตาส่วนหน้า พร้อมอุปกรณ์ในส่วนการรักษาขั้นสูง อาทิ เครื่องเลเซอร์รักษาเบาหวานขึ้นตา จอประสาทตาฉีกขาด เส้นเลือดอุดตัน จอประสาทตาเสื่อมและต้อหิน เครื่องแย็กซ์เลเซอร์ที่ใช้ยิงม่านตาป้องกันต้อหินเฉียบพลัน และตัดใยขุ่นขาวของเยื่อหุ้มเลนส์แก้วตาเทียมหลังผ่าตัดต้อกระจก รวมถึงเครื่องมือผ่าตัดสลายต้อกระจกด้วยอัลตราซาวด์

สำหรับผู้สนใจและต้องการหาข้อมูลเพิ่มเติม ศูนย์จักษุ 24 ชั่วโมง โรงพยาบาลเจ้าพระยา สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์ www.chaophya.com โทร. 02-022-7600 , 02-434-1111 , 02-884-7000 Line ID : @chaophya

You can share this post!