กรุงเทพฯ เตรียมก้าวสู่เวทีรวมตัวของผู้นำวงการออกแบบและสถาปัตยกรรมระดับโลก เมื่อ FIND – Design Fair Asia ประกาศเปิดตัวโปรแกรม FIND Global Summit 2026 ภายใต้แนวคิด “Asia, Authored” เวทีประชุมระดับนานาชาติที่เปิดพื้นที่ให้สถาปนิก นักออกแบบ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายอุตสาหกรรม ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตงานออกแบบของเอเชีย โดยมุ่งสะท้อนบทบาทของภูมิภาคที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้รับแนวคิดจากต่างประเทศ แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้สร้างสรรค์และกำหนดทิศทางการออกแบบด้วยอัตลักษณ์ของตนเอง พร้อมเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญระดับสากลเข้ากับวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และโอกาสทางธุรกิจที่กำลังเติบโตในภูมิภาค

โดยงาน FIND Global Summit 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–28 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ควบคู่กับงาน FIND – Design Fair Asia ครั้งที่ 5 โดยรวบรวมวิทยากรชั้นนำกว่า 60 คน จาก 17 ประเทศ ทั้งยุโรป อเมริกา และเอเชีย มาร่วมถ่ายทอดแนวคิดผ่านการบรรยายพิเศษ การเสวนา และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างใกล้ชิด เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมได้เรียนรู้แนวโน้มใหม่ ๆ พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้มีบทบาทสำคัญในวงการออกแบบระดับนานาชาติ โดยผู้เข้าชมงานกลุ่มธุรกิจที่ลงทะเบียนล่วงหน้าสามารถเข้าร่วมงานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยได้รับเกียรติจากนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงานในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2569

รวมตัวผู้นำวงการออกแบบระดับโลก เปิดมุมมองสถาปัตยกรรมและพื้นที่แห่งอนาคต
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานนี้คือการรวมตัวของผู้นำวงการออกแบบจากองค์กรชั้นนำระดับโลก นำโดย Shao-wei Huang รองผู้อำนวยการและหัวหน้าสำนักงานเซินเจิ้นของ ZHA (เดิมชื่อ Zaha Hadid Architects) ซึ่งจะเปิดเวทีด้วยหัวข้อ “Designing Beyond Boundaries” สำรวจอนาคตสถาปัตยกรรมที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีอัจฉริยะกับประสบการณ์ของมนุษย์ ขณะที่ Richard Wood กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียของ Snøhetta จะนำเสนอหัวข้อ “Liberating Laughter” ว่าด้วยการออกแบบที่สร้างความสุขและประสบการณ์ร่วม ส่วน Garett Hwang ผู้อำนวยการจาก UNStudio จะเจาะลึกบทบาทของ AI ในงานสถาปัตยกรรม และ กุลภัทร ยันตรศาสตร์ ผู้ก่อตั้ง WHY Architecture จะร่วมเปิดมุมมองอนาคตการออกแบบพิพิธภัณฑ์ให้เป็นพื้นที่สาธารณะที่เชื่อมโยงผู้คนกับศิลปะและวัฒนธรรม

พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญจาก Iosa Ghini Associati, ZHA, WATG, Populous และ Bangkok Project Studio รวมถึงผู้บริหารจากอุตสาหกรรมโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ อาทิ Marriott International, Accor, Six Senses Hotels Resorts Spas, Seibu Prince Hotels & Resorts, Narai Hospitality Group, 137 Pillars Hotels & Resorts, Central Pattana, CBRE และ C9 Hotelworks ที่จะร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางนำงานออกแบบมาสร้างมูลค่าให้ธุรกิจและพัฒนาพื้นที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่
นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจาก American Institute of Architects (AIA) ทั้งฮ่องกงและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมผู้เชี่ยวชาญจาก HBA, Aedas, Fenn Designers, Concept i, greymatters, A Sharma Associates, TROP, HAS design and research, Inverse Lighting Design, EKAR, ENARI Architects, DEESAWAT, C&R Thailand และ Interior Design Continuing Education Council (IDCEC) ร่วมเติมเต็มมุมมองด้านสถาปัตยกรรม การออกแบบภายใน และการพัฒนาเมือง
เปิด 3 แนวคิดสำคัญ สะท้อนบทบาทใหม่ของเอเชียในอุตสาหกรรมออกแบบโลก
FIND Global Summit 2026 วางเนื้อหาการประชุมภายใต้ 3 แนวคิดหลักที่เชื่อมโยงสถาปัตยกรรม การออกแบบภายใน ธุรกิจโรงแรม และอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสะท้อนทิศทางการพัฒนางานออกแบบของเอเชีย ได้แก่
1. The Asian Design Authority | Beyond the Blueprint – เอเชียก้าวสู่ผู้กำหนดทิศทางงานออกแบบ สำรวจศักยภาพของเอเชียในการสร้างสรรค์งานออกแบบที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง โดยนำวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และความเข้าใจในบริบทท้องถิ่นมาผสานกับองค์ความรู้ระดับนานาชาติ ครอบคลุมงานสถาปัตยกรรม การออกแบบภายใน พิพิธภัณฑ์ พื้นที่ทางวัฒนธรรม และโครงการพัฒนาเมืองขนาดใหญ่
2. The New Vernacular | Salvaged. Engineered. Reauthored. – ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่งานออกแบบร่วมสมัย นำเสนอแนวทางประยุกต์ใช้มรดกทางสถาปัตยกรรม อาคารเดิม วัสดุท้องถิ่น และงานหัตถกรรมร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทั้ง AI วัสดุขั้นสูง และแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อสร้างสรรค์พื้นที่ที่ตอบโจทย์การใช้งานปัจจุบัน พร้อมรักษาอัตลักษณ์และคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่
3. Asia’s Sensory Sanctuaries | A Way of Living – นิยามใหม่ของพื้นที่ผ่านประสบการณ์และสุขภาวะ สำรวจแนวคิดการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ ความรู้สึก และคุณภาพชีวิต โดยต่อยอดองค์ความรู้จากธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ตสู่ที่พักอาศัยระดับพรีเมียม บ้านพักตากอากาศ สถานพยาบาล และพื้นที่ใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ ผ่านการออกแบบแสง วัสดุ และพื้นที่ที่ส่งเสริมสุขภาวะในระยะยาว
จาก Global Expertise สู่ความเป็น Local Authorship
จุดเด่นสำคัญของ FIND Global Summit 2026 – Bangkok Edition คือการหลอมรวมความเชี่ยวชาญระดับโลก(Global Expertise) และ ภูมิปัญญาท้องถิ่น (Local Knowledge) ให้เข้ามาอยู่ในบทสนทนาเดียวกัน โดยไม่แยกสองสิ่งนี้ออกจากกัน โดยเปิดวันแรกด้วย “Authorship, Experience & A New Way of Living” โดย Shao-wei Huang, Associate Director และ Head of Shenzhen Office จาก ZHA กับ “Designing Beyond Boundaries” ก่อนต่อยอดสู่บทสนทนาเรื่องการออกแบบที่สามารถรักษาอัตลักษณ์ของสถานที่ไว้ได้ แม้ทำงานอยู่ภายใต้บริบทระดับนานาชาติ
ขณะที่วันที่สองขยายมุมมองจากอาคารไปสู่เมืองผ่านประเด็น การออกแบบพื้นที่ค้าปลีก (Retail Design),การสรรค์สร้างถิ่นที่ (Placemaking), พื้นที่ทางวัฒนธรรม (Cultural Spaces), ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอนาคตของการออกแบบมิวเซียม (Museum Design) โดยมี Richard Wood จาก Snøhetta และ Garett Hwang จาก UNStudio ร่วมเปิดมุมมองเรื่องบทบาทของการออกแบบต่อประสบการณ์และอนาคตของเมือง

สำหรับวันสุดท้าย เวทีจะหันกลับมาที่ประเด็น “เอเชียจากภายใน” ผ่านประเด็นวิชาชีพ การทำงานข้ามพรมแดน และการนำ Cultural Memory, Nature และ Local Ways of Living มาตีความใหม่ ผ่านมุมมองของนักออกแบบและสถาปนิกจากไทยและภูมิภาค
เมื่อธุรกิจการบริการและการท่องเที่ยว เป็นมากกว่าคำว่าโรงแรม
ท่ามกลางประเด็นหลักของงาน นิยามของธุรกิจการบริการ (Hospitality) และความหรูหราที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปถูกยกขึ้นมาถ่ายทอดเป็นแกนหลักอย่างต่อเนื่องในยุคปัจจุบัน
เปิดด้วยประเด็นสุขภาวะยุคใหม่ “Beyond Wellness: The Rise of the Longevity Economy” โดย นิดา วงศ์พันเลิศ และ Lydia Tiasiri, Director of Design & Chief Sustainability Officer จาก Fenn Designers และ Viona Zhang จาก C9 Hotelworks ร่วมเจาะลึกการสร้างมูลค่าที่แท้จริงของ Wellness ในโรงแรม ที่อยู่อาศัย และโครงการมิกซ์ยูสพร้อมมองทิศทางอนาคตของตลาด ก่อนต่อยอดสู่เวทีคู่ขนาน “Where Hospitality Meets Healthcare: Designing for Care and Longevity” โดย Diana Kraemer, Chief Wellness Officer จาก The Longevity Suite Asia และ ผู้ก่อตั้งของ DK Wellness ที่พาไปสำรวจประสบการณ์ของผู้มาเยือนในพื้นที่เชิงการแพทย์และสุขภาวะ

ขณะเดียวกันเวทีเสวนาได้เปิดพื้นที่ “The Luxury of Constraint” รวบรวมเหล่าผู้นำด้านการออกแบบ อาทิ Stéphane Lombard จาก Accor, Alan Barr, Founder ของ greymatters, Francisco Nicolas, Design Director จาก Aedas Hospitality และ Lionel Teh จาก WATG ร่วมพูดคุยกับ Sanjog Modgil, Managing Director – Asia Pacific จาก SNS Group เพื่อวิเคราะห์ว่าข้อจำกัดด้านงบประมาณ มาตรฐานแบรนด์ อาคารดั้งเดิม และบริบทท้องถิ่น กำลังเข้ามาเปลี่ยนวิธีคิดในการออกแบบและสิ่งที่ถูกสร้างจริงอย่างไร “What Makes a Journey Worth Retelling?” โดย Stefan Bruns, General Manager ของ DTH Travel Thailand / Blue Jasmine, วรพันธุ์ คล้ามไพบูลย์ ผู้ก่อตั้งของ Supergreen Studio และ ชาลิดา ศิริคุณวงศ์ ผู้ก่อตั้งและเจ้าของบ้านชมปรางค์ (Baan Chomprang) ร่วมถ่ายทอดมุมมองว่าวัฒนธรรมและงานออกแบบสามารถเปลี่ยนการเข้าพักให้กลายเป็นความทรงจำได้อย่างไร
สำหรับบทสนทนา Fireside “When Wellness Moves In” โดย Viri Kaur Chopra จาก Six Senses ร่วมกับ Shuchita Gupta, Brand, PR and Communications Lead จาก Kristina Zanic Consultants จะร่วมถอดรหัสว่าหลักการที่เคยพัฒนาขึ้นในธุรกิจการบริการกำลังขยายเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวอย่างบ้าน และค่อยๆ เปลี่ยนความคาดหวังในการใช้ชีวิตของผู้คนไปอย่างไร
จากการออกแบบโครงสร้างอาคารสู่บริบทของความเป็นเมือง
วันที่สองของการจัดงานปรับขยายมุมมองจากโครงสร้างอาคารเดี่ยวสู่มิติของเมืองในภาพใหญ่ เริ่มโดย Richard Wood สำรวจว่างานออกแบบสามารถสร้างสภาวะที่เอื้อต่อความความฉับพลันทันที (Spontaneous) ความอยากรู้อยากเห็น และประสบการณ์ร่วมได้อย่างไร ก่อนเข้าสู่เสวนา “Can Retail Design the Next Cultural District?” โดย Ian Hendricks จาก Central Pattana และ Natalie Chelliah, Associate Director (Interior) จาก Concept i ร่วมตั้งคำถามว่าการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์สามารถก้าวข้ามแค่เรื่องการซื้อขาย ไปสู่การสร้างคุณค่าทางวัฒนธรรมและภาคประชาสังคมได้อย่างไร พร้อมเจาะลึกบทบาทของ Retail Mix, Placemaking และ Experience ต่อด้วย “Designing with AI to What (Long-Term) Depth” โดย Garett Hwang จาก UNStudio มองข้ามเพียงเรื่องความเร็ว เพื่อตั้งคำถามว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเข้ามาสร้างคุณค่าที่แท้จริงให้แก่สถาปัตยกรรมในจุดใด และจุดไหนที่ยังคงต้องใช้ดุลยพินิจของมนุษย์
ช่วงบ่ายมุ่งเน้นประเด็นด้านวัฒนธรรมผ่านเสวนา “Culture as Infrastructure: Designing Cultural Spaces That Shape the City” โดย Stefano Rabolli Pansera, Founder ของ Bangkok Kunsthalle และ Khao Yai Art Forest, Ermanno Cirillo, Co-Founder & Principal Architect ของ ENARI Architects และ Keat Ong, Founder ของ Keat Ong Design ดำเนินรายการโดย Suneet Zishan Langar จาก Epistle ร่วมตั้งคำถามว่าโครงการทางวัฒนธรรมจะสามารถกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเมืองที่ยั่งยืน แทนที่จะเป็นเพียงจุดหมายปลายทางที่แยกตัวเดี่ยวๆ ได้อย่างไร ก่อนปิดท้ายวันด้วยสมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย (Thailand Interior Design and Art - TIDA) “The Future of Museum Design” โดย กุลภัทร ยันตรศาสตร์
ขณะเดียวกัน มิติของกระบวนการสร้างสรรค์ (Making) ถูกยกขึ้นมาบนเวทีเช่นกัน โดย “Furniture Made in Asia: Rethinking the Materials Behind It” นำโดย จิรวัฒน์ ตั้งกิจงามวงศ์, นายกสมาคมเฟอร์นิเจอร์ไทย (Thai Furniture Association-TFA) และ ผู้บริหาร บริษัท อุตสาหกรรมดีสวัสดิ์ จำกัด (DEESAWAT) ร่วมกับนักออกแบบ Eugenio Hendro สำรวจว่าการเลือกใช้วัสดุส่งผลต่อดีไซน์ ความคงทน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของเฟอร์นิเจอร์ในภูมิภาคอย่างไร ด้าน “Active Spaces: How Design Shapes Performance and Wellbeing at Work” โดย Deni Davis, General Manager ของ C&R Thailand เจาะลึกเรื่องพื้นที่ทำงานยุคใหม่ และใน “Beyond the Horizon: How Experiential Design Is Shaping the Future” โดย Krid Kusumawalee จาก Seibu Prince Hotels & Resorts และ อรุณวรรณ จันทนะวิชญ์ จาก นารายณ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (Narai Hospitality Group) ดำเนินรายการโดย ขจรศักดิ์ ตันติสุข จาก Kristina Zanic Consultants ร่วมสำรวจวิธีการเป็นจุดหมายปลายทางการของการพักแรม (Destination Hotel) สร้างอัตลักษณ์ของสถานที่ (Sense of Place) ขึ้นมาใหม่ในพื้นที่ที่อาจไม่เคยมีมาก่อน
นอกจากนี้ ในเสวนา “Built for the Site, Not the Brand” โดย Anil Sharma, Principal ของ A Sharma Associates, Mandar Zaware จาก Marriott International, อรรถพร คบคงสันติ ผู้ก่อตั้งสตูดิโอและภูมิสถาปนิกของ TROP: terrains + open space และ Monika Choudhary จาก ZHCollective | Habitat Architects ดำเนินรายการโดย Shuchita Gupta จาก Kristina Zanic Consultants ร่วมวิเคราะห์ว่าความคาดหวังของแบรนด์ระดับโลกจะสามารถคงอยู่ร่วมกับสถาปัตยกรรมที่กลมกลืนกับบริบทพื้นที่ได้อย่างไร และปิดท้ายด้วย TIDA “The 50% Architect: Building With What’s Already There” โดย บุญเสริม เปรมธาดา สะท้อนแนวคิดสถาปัตยกรรมที่ปล่อยให้งานอีกครึ่งหนึ่งเป็นบทบาทของธรรมชาติ บริบท และชุมชน
สะท้อนมุมมองเอเชียจากระดับท้องถิ่น
วันสุดท้ายของเวทีหันกลับมาเจาะลึกมิติของภูมิภาคเอเชียอย่างแท้จริง เปิดฉากด้วยพิธีมอบรางวัล TIDA Thesis Awards 2026 เพื่อร่วมฉลองให้แก่นักออกแบบตกแต่งภายในรุ่นใหม่ของไทย ตามด้วยการนำเสนอจาก IDCEC ในประเด็นความสำคัญของการศึกษาต่อเนื่องและคุณวุฒิที่ได้รับการยอมรับ ในยุคที่นักออกแบบชาวเอเชียต้องทำงานข้ามพรมแดนมากขึ้น
พื้นที่เสวนา “One Profession, Many Rulebooks: Practising Architecture Across Asia” โดย AIA Hong Kong และ AIA Southeast Asia นำโดย Ed Gaskin จาก ZHA, J Lee Rofkind, Cathy Saldaña และ Manon Koestoer มาร่วมวิเคราะห์สิ่งที่ต้องรับมือในการทำงานวิชาชีพสถาปัตยกรรมครอบคลุมภูมิภาคที่มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ทั้งด้านตลาด วัฒนธรรม และความคาดหวังของลูกค้า ก่อนที่งานซัมมิทจะปิดท้ายด้วย “Beyond the Blueprint: Future Nostalgia in Architecture” โดย ศาสตราจารย์ กุลธิดา ทรงกิตติภักดี อุปนายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ (Association of Siamese Architects under Royal Patronage-ASA) และ Jenchieh Hung ซึ่งทั้งคู่เป็น Co-founders ของ HAS design and research ร่วมสำรวจว่าสถาปัตยกรรมจะสามารถดึงเอาความทรงจำทางวัฒนธรรม ธรรมชาติ และวิถีชีวิตดั้งเดิมมาตีความใหม่สำหรับยุคปัจจุบันได้อย่างไร
ขณะเดียวกัน พลังแห่งการสรรค์สร้างของไทยถูกจัดวางไว้อย่างโดดเด่นตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็น TIDA Panel หัวข้อ “Crafting Spaces, Threading Narratives” โดย ณิชภัค ต่อสุทธิกนกจาก ease studio และ Charif Lona จาก Studio Act of Kindness, เวทีเสวนา “Form, Light & Emotion: Sculpting Sensory Atmospheres” โดย ณัฐพล เตโชพิชญ์ จาก Looklen Architects, เอกภาพ ดวงแก้ว จาก EKAR และ Bernhard Bstieler จาก Inverse Lighting Design พร้อมรับฟังในหัวข้อ “Architecture from Within: Crafting Mindful Spaces & Sensory Sanctuaries” โดย สมชาย จงแสงจาก DECA Atelier นอกจากนี้ ยังมีเสวนาข้ามอุตสาหกรรม “Design Forecast 2027: What’s Next for the Places We Live, Work, Shop & Play” โดย ศรัณย์ เย็นปัญญา จาก 56thStudio และ Marina Almeida จาก Populous ดำเนินรายการโดย Haziq Ariffin จาก ING Media เพื่อมองภาพรวมของทิศทางที่จะเกิดขึ้นในปีถัดไป
บทสนทนาที่ถอดรหัสร่วมกันระหว่างมุมมองระดับสากลและมุมมองของไทยนี้ ถือเป็นหัวใจสำคัญของ FIND Global Summit 2026 – Bangkok Edition ซึ่งไม่ใช่การแยกฝั่งระหว่าง Global และ Local แต่เป็นการดีไซน์โปรแกรมเพื่อดึงทั้งสองส่วนเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดบนเวทีเดียวกัน
กรุงเทพฯ: หมุดหมายจุดนัดพบแห่งใหม่ของงานออกแบบระดับเอเชีย
การจัดงาน FIND Global Summit 2026 ในกรุงเทพฯ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการย้ายฐานจัดงาน FIND – Design Fair Asia ครั้งที่ 5 สู่ประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรมโรงแรม อสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีก สถาปัตยกรรม และการออกแบบภายใน พร้อมเปิดโอกาสสร้างเครือข่ายธุรกิจและความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการในภูมิภาค
โดย Carl Press ผู้จัดการทั่วไป Fiera Milano Asia Pacific กล่าวว่า เอเชียมีบทบาทในการกำหนดทิศทางงานออกแบบของตนเองมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีสตูดิโอออกแบบจำนวนมากในประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนครั้งนี้ FIND Global Summit จึงรวบรวมวิทยากรจาก 17 ประเทศ ให้ได้มาพบปะกับสถาปนิก นักออกแบบ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดที่สามารถนำไปต่อยอดกับโครงการและธุรกิจได้จริง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการใช้ชีวิต การเดินทาง และการพัฒนาเมือง
จุดแข็งของงานคือการเปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาได้แลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นนักออกแบบโรงแรมระดับโลกกับสถาปนิกไทย ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์กับสตูดิโอรุ่นใหม่ หรือองค์กรนานาชาติกับผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่น เพราะการแลกเปลี่ยนเหล่านี้สามารถนำไปสู่แนวคิดใหม่และสร้างคุณค่าให้กับโครงการได้อย่างแท้จริง
ทั้งนี้ FIND Global Summit 2026 จะจัดกิจกรรมตลอด 3 วัน ทั้งปาฐกถาพิเศษ การเสวนา การสนทนากับผู้เชี่ยวชาญ และกิจกรรมร่วมกับสมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย (TIDA) ควบคู่กับนิทรรศการ FIND – Design Fair Asia โดยจะประกาศรายชื่อวิทยากรและรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านเว็บไซต์ของงานต่อไป ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อเข้าร่วมงานนิทรรศการ การประชุม และกิจกรรมพิเศษได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ขณะที่การลงทะเบียนหน้างานมีค่าบัตรเข้าชม 500 บาท
งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–28 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร เปิดให้เข้าชมวันที่ 26–27 พฤศจิกายน เวลา 10.00–18.00 น. และวันที่ 28 พฤศจิกายน เวลา 10.00–17.00 น. ลงทะเบียนได้ที่ www.gevme.com/designfairasia2026 และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.designfairasia.com