"เอส เอฟ"เมินพิษศก. ยันสตรีมมิ่ง-AI ฆ่าโรงหนังไม่ตาย เดินหน้าผนึก "โอมาซซ์" ทุ่มงบ 70 ล้าน อัปเกรดโรงหนังลักชัวรี แห่งที่ 4 “The Bed Cinema by Omazz" เอาใจลูกค้ากระเป๋าหนัก-กลุ่ม Gen Z ดันรายได้ Q4/69 ทะยานปังรับไลน์อัปฮอลลีวูด-หนังไทย
การตลาด-ไอที-ยานยนต์

"เอส เอฟ"เมินพิษศก. ยันสตรีมมิ่ง-AI ฆ่าโรงหนังไม่ตาย เดินหน้าผนึก "โอมาซซ์" ทุ่มงบ 70 ล้าน อัปเกรดโรงหนังลักชัวรี แห่งที่ 4 “The Bed Cinema by Omazz" เอาใจลูกค้ากระเป๋าหนัก-กลุ่ม Gen Z ดันรายได้ Q4/69 ทะยานปังรับไลน์อัปฮอลลีวูด-หนังไทย

"เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น" สวนกระแสเศรษฐกิจโลกผันผวน ประกาศกร้าวความแกร่งตลาดโรงภาพยนตร์ ชูจุดแข็ง "Physical Experience" ที่เทคโนโลยีและ AI ไม่มีวันทดแทนได้ ล่าสุดผนึกกำลัง "โอมาซซ์" ทุ่มงบกว่า 70 ล้านบาท รื้อโครงสร้างใหม่ยกแผงเนรมิต "The Bed Cinema by Omazz" สาขาเซ็นทรัล พัทยา แห่งที่ 4 จัดเต็มเตียงปรับไฟฟ้าและชุดเครื่องนอนพรีเมียมราคากว่า 2 แสนบาทต่อชุด พร้อมลุยขยายพอร์ตรับกำลังซื้อกลุ่มไฮเอนด์และ Gen Z ดันผลงานไตรมาส 4 โตกระโดดรับทัพหนังบล็อกบัสเตอร์ระดับโลกและหนังไทยฟอร์มยักษ์

 

นายสุวิทย์ ทองร่มโพธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินการด้านธุรกิจโรงภาพยนตร์ ภายใต้แบรนต์ SF เปิดเผยถึง ภาพรวมของธุรกิจบริษัทฯว่า ปัจจุบัน SF มีเครือข่ายโรงภาพยนตร์เปิดให้บริการรวมทั้งสิ้น 68 สาขา คิดเป็นจำนวน 398 โรงภาพยนตร์ โดยสาขาใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปคือ เซ็นทรัล นอร์ธวิลล์ (Central Northville) จำนวน 5 โรงภาพยนตร์ ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคในพื้นที่อย่างดีเยี่ยม ต่อเนื่องจากสาขาเซ็นทรัล กระบี่ (Central Krabi) ที่เปิดให้บริการไปเมื่อปลายปี 2569 ที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน ในกลุ่มตลาดมวลชน (Mass Market) SF ได้พัฒนาแบรนด์ Zigma Cinestadium ขึ้นมาตอบโจทย์ โดยเปิดให้บริการแล้ว 14 สาขา ชูจุดเด่นด้วย 4 ฟีเจอร์หลัก ได้แก่ เครื่องฉายระบบ Laser Projector ความละเอียดคมชัดสูง, ระบบเสียง Dolby Atmos, เก้าอี้พรีเมียม และการจัดมุมมองที่นั่งแบบ Stadium Angle เพื่อความสบายสูงสุดในการรับชม โดย SF ยังคงมุ่งมั่นขยายสาขาเพิ่มเติมตามแผนการเปิดศูนย์การค้าใหม่ในอนาคต

ด้านโครงสร้างรายได้และแนวโน้มอุตสาหกรรมภาพยนตร์ รายได้หลักของ SF พึ่งพาภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ จากฮอลลีวูด (Hollywood) คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 70% ของรายได้รวม โดยผลประกอบการในช่วงที่ผ่านมาได้รับแรงหนุนสำคัญจากภาพยนตร์เรื่อง Spider-Man ซึ่งสร้างรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 3 ของปี ตลอดจนภาพยนตร์กระแสแรงอย่าง Terrifier, Obsession และ They ของผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน ที่ทำรายได้ทั่วโลกกว่า 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นเครื่องยืนยันถึงความแข็งแกร่งของภาพยนตร์ฮอลลีวูดและเทรนด์การกลับเข้าสู่โรงภาพยนตร์ของผู้บริโภค ทั้งนี้ SF คาดการณ์ว่าผลประกอบการในไตรมาสที่ 4 (พฤศจิกายน - ธันวาคม) จะเติบโตอย่างโดดเด่น จากไลน์อัปภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ระดับโลก เช่น Avengers: Doomsday, Hunger Games ร่วมด้วยทัพภาพยนตร์ไทยทำเงิน เช่น คุณยายวรนาถ, พี่นาค 4 และผลงานภาพยนตร์ “ประเสริฐ” ซึ่งแสดงนำโดย หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย  ซึ่ง SF ให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยมาอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด ได้ร่วมมือทางธุรกิจกับ บริษัท โอมาซซ์ โฮลดิ้ง จำกัด (Omazz) ในการรังสรรค์โรงภาพยนตร์ “The Bed Cinema by Omazz” ที่ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 6 โดยล่าสุดได้เดินหน้ายกระดับการลงทุนครั้งใหญ่ด้วยการทุบปรับปรุงโรงภาพยนตร์ First Class เดิม ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา ใหม่ทั้งหมด ด้วยงบประมาณการลงทุนเกือบ 60-70 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสาขาที่มีจำนวนที่นอนให้บริการมากที่สุดในพอร์ตโฟลิโอ รวมทั้งสิ้น 48 ที่นอน การปรับโฉมครั้งนี้เป็นการรื้อถอนโครงสร้างเดิมและอัปเกรดระบบใหม่ทั้งหมด เพื่อติดตั้งชุดเตียงนอนนวัตกรรมปรับไฟฟ้าครบวงจรของ Omazz มูลค่ารวมชุดละนับล้านบาท โดยเฉพาะตัวที่นอนนวัตกรรมมีมูลค่าสูงกว่า 200,000 บาทต่อชุด โดบได้กำหนดราคาบัตรชมภาพยนตร์ วันจันทร์-วันพุธ  ราคาเริ่มต้นที่นั่งละ 1,100 บาท และ วันพฤหัสบดี-วันอาทิตย์  เริ่มต้นที่นั่งละ 1,200 บาท ซึ่งเป็นราคาที่รวมแพ็กเกจบริการป๊อปคอร์นและเครื่องดื่มภายในเลาจน์แบบบริการตนเอง (Self Service) ที่ผู้ใช้บริการสามารถเติมได้ตลอดการรับชม ส่วนโรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เซ็นทรัล พัทยา ซึ่งตั้งอยู่ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา ได้เปิด Soft-Opening เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา เนื่องจากมีเป้าหมายสำคัญเพื่อรองรับการเติบโตของยอดขายในช่วงเทศกาลภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ช่วงปลายปี 2569 นี้

ทั้งนี้ กลยุทธ์การขยายสาขา SF และ Omazz ได้วางแนวทางการพัฒนาโรงภาพยนตร์ The Bed Cinema ในอัตราเฉลี่ยทุกๆ 2 ปีต่อ 1 สาขา หรือพิจารณาตามความพร้อมของทำเลที่มีศักยภาพ โดย SF จะคัดเลือกพื้นที่จากฐานกำลังซื้อของผู้บริโภคและการตั้งอยู่ในศูนย์การค้าชั้นนำที่มีปริมาณผู้ใช้บริการ (Traffic) หนาแน่น เช่น ความร่วมมือกับกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา ปัจจุบันโรงภาพยนตร์รูปแบบดังกล่าวเปิดให้บริการแล้วในหลายทำเลยุทธศาสตร์ อาทิ คริสตัล พาร์ค เรียบด่วน, ลาดพร้าว และพัทยา ซึ่งนอกเหนือจากกลุ่มเป้าหมายหลักที่เป็นผู้บริโภคระดับพรีเมียมและมีกำลังซื้อสูงแล้ว The Bed Cinema ยังประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในการดึงดูดกลุ่ม Gen Z และกลุ่มคู่รักรุ่นใหม่ จนเกิดเป็นกระแสไวรัลและการรีวิวแบบออร์แกนิก (Earned Media) บนแพลตฟอร์ม TikTok และ Instagram จากทั้งผู้บริโภคชาวไทยและต่างชาติที่สร้างยอดเข้าชมตั้งแต่หลักแสนถึงหลักล้านวิวโดยไม่มีการว่าจ้าง สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการส่งมอบประสบการณ์จริง (Physical Experience) ที่ผ่านการออกแบบโดยบริษัทอินทีเรียร์ดีไซเนอร์ระดับโลกและการคัดสรรของทีมผู้บริหาร สามารถตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการเสพประสบการณ์ที่พิถีพิถันเหนือความคาดหมายได้อย่างตรงจุด

“แม้สภาวะเศรษฐกิจโลกและในประเทศ จะมีความผันผวนจากภาวะสงครามและการชะลอตัวของกำลังซื้อ แต่ SF ไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจเป็นหลัก โดยยังคงมุ่งเน้นการปรับกลยุทธ์ให้มีความคล่องตัวสูง (Agility) ด้วยการเจาะกลุ่มลูกค้าผู้มีกำลังซื้อสูง และการยกระดับบริการเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคให้ดีที่สุด ทั้งนี้ SF เชื่อมั่นว่าเทคโนโลยี AI หรือความบันเทิงออนไลน์ไม่สามารถเข้ามาทดแทนการเสพประสบการณ์ในโลกจริง (Physical Experience) ได้ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen Z ที่มีพฤติกรรมย้อนกลับมาแสวงหาคุณค่าของประสบการณ์จริงที่จับต้องได้ การผนึกกำลังระหว่าง SF และ Omazz จึงเป็นแบบอย่างของการขับเคลื่อนธุรกิจด้วย Experience Economy ที่เน้นความพิถีพิถัน นวัตกรรม และการส่งมอบความคุ้มค่าให้แก่ผู้บริโภคอย่างยั่งยืน” นายสุวิทย์ กล่าว

 

ด้าน นายทีปกร โลจนะโกสินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท โอมาซซ์ โฮลดิ้ง จำกัด (Omazz) กล่าวว่า บริษัทมุ่งเน้นการวัดผลสำเร็จผ่านการสร้างสเกลความสุข (Happiness Scale) และส่งมอบพลังบวกให้แก่ผู้บริโภคผ่านคุณภาพการนอน โดยได้ร่วมมือกับ Bedway บริการ Financial Service ในการเปิดตัวโปรแกรม Subscription สำหรับชุดเครื่องนอนและเตียงนอนระดับพรีเมียมราคา 200,000 กว่าบาท ด้วยการผ่อนชำระ 36 เดือน ในอัตราเริ่มต้นประมาณเดือนละ 3,000-5,000 บาท หรือคิดเป็นค่าใช้จ่ายเพียงวันละ 40-200 กว่าบาท โดยไม่ล็อกวงเงินบัตรเครดิต ซึ่งกระจายช่องทางบริการผ่าน Omazz Gallery และเครือข่าย Mattress City ทั่วประเทศ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงการนอนที่มีคุณภาพโดยไม่กระทบต่อค่าใช้จ่ายประจำวัน นอกจากนี้ แม้ว่าสัดส่วนการจำหน่ายแบบ Business-to-Business (B2B) ของ Omazz จะอยู่ต่ำกว่า 10% แต่การร่วมมือดำเนินการ The Bed Cinema กับ SF ได้ช่วยสร้างการรับรู้ในกลุ่มเจ้าของธุรกิจระดับบน ส่งผลให้เกิดการสั่งซื้อเตียง Omazz ไปติดตั้งในเรือยอชต์ เรือคาตามารัน(Catamaran) ปล่อยเช่าในจังหวัดภูเก็ต วันละ 80,000 บาท รวมถึงเรือท่องเที่ยวหรู Sea Bear อัตราเช่าวันละ 1,000,000 บาท ที่ต้องการมอบประสบการณ์การพักผ่อนระดับพรีเมียมให้แก่ลูกค้า

ในมิติของภาวะเศรษฐกิจและการรับมือกับดิจิทัลดิสรัปชัน มองว่า แม้อุณหภูมิเศรษฐกิจโลกและในประเทศจะมีความผันผวนจากภาวะสงครามและการชะลอตัวของกำลังซื้อ แต่ SF ไม่ได้อิงผลกระทบจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจเป็นหลัก แต่มุ่งเน้นการปรับกลยุทธ์ให้มีความคล่องตัวสูง (Agility) การเจาะกลุ่มลูกค้าผู้มีกำลังซื้อสูง และการยกระดับบริการเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคให้ดีที่สุด ทั้งนี้ ทั้ง SF และ Omazz เชื่อมั่นว่าเทคโนโลยี AI หรือความบันเทิงออนไลน์ไม่สามารถเข้ามาทดแทนการเสพประสบการณ์ในโลกจริง (Physical Experience) ได้ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen Z ที่มีพฤติกรรมย้อนกลับมาแสวงหาคุณค่าของประสบการณ์จริงที่จับต้องได้ การผนึกกำลังระหว่าง SF และ Omazz จึงเป็นแบบอย่างของการขับเคลื่อนธุรกิจด้วย Experience Economy ที่เน้นความพิถีพิถัน นวัตกรรม และการส่งมอบความคุ้มค่าให้แก่ผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

โดยเตียงปรับระดับไฟฟ้า Omazz® Adjusto™ รุ่นใหม่ล่าสุด เป็นเตียงปรับระดับไฟฟ้าระดับพรีเมียมที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการพักผ่อน สามารถปรับระดับบริเวณศีรษะและปลายเท้าได้ตามความต้องการ เพื่อรองรับสรีระและช่วยกระจายแรงกดทับขณะเอนกาย พร้อมรองรับการปรับเปลี่ยนอิริยาบถได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นการเอนพักผ่อน การนั่งอ่านหนังสือ หรือการชมภาพยนตร์ ช่วยให้ผู้ใช้บริการเลือกตำแหน่งการพักผ่อนที่เหมาะสมกับตนเองได้อย่างลงตัว

ที่นอน Omazz® Frank Monte เป็นที่นอนระดับพรีเมียมที่โดดเด่นด้วยโครงสร้าง Omazz Talatech™ Latex 5 ชั้น โดยออกแบบระดับความแน่นและค่า ILD ของแต่ละชั้นให้แตกต่างกัน เพื่อรองรับน้ำหนักและสรีระอย่างเหมาะสม ชั้นฐานและแกนกลางมีความแน่นเพื่อช่วยรองรับน้ำหนัก ขณะที่ชั้น Talatech™ ด้านบนมอบสัมผัสนุ่มสบาย ช่วยกระจายแรงกดทับ พร้อมความพิถีพิถันในการผลิตด้วยกรรมวิธีแบบดั้งเดิมด้วยมือ (Hand-made) และการคัดสรรวัตถุดิบจากธรรมชาติ

ชุดผ้าปูที่นอน Omazz® Soul สี Ivory Sand ผลิตจากเส้นใย TENCEL™ ความละเอียด 700 เส้นด้าย ที่มอบสัมผัสนุ่มเนียน เรียบลื่น และอ่อนโยนต่อผิว มีคุณสมบัติช่วยจัดการความชื้นและระบายอากาศได้ดี เพื่อมอบความรู้สึกเย็นสบายระหว่างการพักผ่อน พร้อมดีไซน์เรียบง่ายเหนือกาลเวลา โดยเส้นใย TENCEL™ ผลิตจากเซลลูโลสที่ได้จากไม้ ผ่านกระบวนการผลิตที่คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

หมอนหนุน Omazz® Lofty Pillow ที่นุ่มสบายคล้ายขนห่าน ด้วยไส้หมอน Nano-Down Fiber ที่ช่วยรองรับศีรษะ ลำคอ และหัวไหล่ พร้อมช่วยกระจายแรงกดทับและระบายอากาศได้ดี เสริมด้วยผ้าหุ้ม Cotton 100% ที่มอบสัมผัสนุ่มละมุนและดีไซน์เรียบหรู เติมเต็มประสบการณ์การพักผ่อนอย่างมีระดับ

หมอนบอดี้ Omazz® Paul Tailor Body Pillow ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยรองรับสรีระตลอดแนวลำตัว ตั้งแต่ศีรษะ ไหล่ ไปจนถึงสะโพกและขา เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการนอนตะแคง ภายในบรรจุ Soft Touch Fiber จากอิตาลี มอบสัมผัสนุ่มสบายคล้ายขนห่าน พร้อมผ้าหุ้มที่ให้ความรู้สึกเย็นสบายและระบายอากาศได้ดี ช่วยเพิ่มความผ่อนคลายระหว่างการพักผ่อน

 

***อนึ่ง ความร่วมมือของ SF และ Omazz ในการเพิ่มทางเลือกในการชมภาพยนตร์ระดับพรีเมียมและเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค จำนวน 4 สาขา ประกอบด้วย

-ปี 2563: เปิด THE BED CINEMA by Omazz® สาขาแรก ที่โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์

-ปี 2565: เปิด THE BED CINEMA by Omazz®  ที่โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เดอะคริสตัล เอกมัย–รามอินทรา

-ปี 2567: เปิด THE BED CINEMA by Omazz® ที่โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เซ็นทรัล ลาดพร้าว

-ปี 2569: เปิด THE BED CINEMA by Omazz® ที่โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เซ็นทรัล พัทยา พร้อมอัปเกรดสาขา เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ด้วยเตียงปรับระดับไฟฟ้า Omazz® Adjusto™ รุ่นใหม่ล่าสุด และชุดเครื่องนอนใหม่

 

You can share this post!