“ซีอีโอ แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล” เผยการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึงคือหัวใจของ “โลกาภิวัตน์ยุคใหม่” ย้ำ AI จะเป็นกุญแจสำคัญสร้างความเท่าเทียม
การตลาด-ไอที-ยานยนต์

“ซีอีโอ แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล” เผยการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึงคือหัวใจของ “โลกาภิวัตน์ยุคใหม่” ย้ำ AI จะเป็นกุญแจสำคัญสร้างความเท่าเทียม

ในการเสวนาหัวข้อ “การลงทุนใน AI เพื่ออนาคตดิจิทัลที่ครอบคลุม” ณ งาน World Investment Forum 2026 ซึ่งจัดโดยการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) นายเผิง หยาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้เรียกร้องให้เกิดการจัดระเบียบ 'โลกาภิวัตน์ยุคใหม่' (Re-globalisation) ที่เน้นความครอบคลุม โดยนำ AI และการเชื่อมต่อทางดิจิทัลมาใช้ เพื่อเปิดโอกาสให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) สามารถเข้าถึงตลาดและโอกาสระดับโลกได้มากขึ้น

"โลกาภิวัตน์ 1.0 เอื้อประโยชน์ให้กับองค์กรขนาดใหญ่เป็นหลัก ทำให้ SME จำนวนมากแทบไม่มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในเศรษฐกิจโลก" นายเผิง หยาง เปิดเผยว่า ดังนั้น การสร้างความครอบคลุมจึงเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับโลกา ภิวัตน์ยุคใหม่ ซึ่ง AI จะเข้ามาเป็นตัวเร่งกระบวนการนี้ด้วยการกระจายโอกาสอย่างเท่าเทียม

1. ข้อจำกัดของ 'โลกาภิวัตน์ 1.0' และโอกาสทองจากนวัตกรรม AI

นายเผิง หยาง มองว่าข้อจำกัดสำคัญของโลกาภิวัตน์ 1.0 คือการกระจุกตัวของอำนาจในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่ธุรกิจขนาดเล็กซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 90 ของโลกกลับถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เนื่องจากความเสียเปรียบด้านเทคโนโลยี บุคลากร และทรัพยากร ทำให้ธุรกิจเหล่านี้ก้าวเข้าสู่เวทีการค้าระหว่างประเทศที่ซับซ้อนได้ยาก

ข้อมูลจากรายงานการค้าโลกประจำปี 2567 โดยองค์การการค้าโลก (WTO) ระบุว่า มีธุรกิจขนาดเล็กเพียง 8% และขนาดกลาง 15% ที่มีการส่งออกโดยตรง เทียบกับธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีสัดส่วนถึง 30% นอกจากนี้ ความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยียิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ดังกล่าว โดยผลสำรวจของ OECD ในปี 2568 ชี้ว่า ธุรกิจขนาดใหญ่ถึง 52% มีการใช้ AI ในขณะที่ธุรกิจขนาดเล็กมีการใช้เพียง 17.4%

อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ AI ถือเป็นโอกาสสำคัญในการลดช่องว่าง หากเราสามารถกระจายการเข้าถึงและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ให้ SME ได้อย่างเปิดกว้าง

2. เมื่อนวัตกรรมผสานกับความครอบคลุม SME ก็พร้อมเติบโตบนเวทีโลก

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แอนท์ อินเตอร์เนชันแนล ได้สนับสนุนร้านค้ารายย่อยหน้าใหม่กว่า 1 ล้านรายใน 54 ตลาดทั่วโลก ให้ก้าวเข้าสู่การค้าระหว่างประเทศ

"เมื่อนวัตกรรมมาพร้อมกับโอกาสที่เปิดกว้าง เราได้เห็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกลุ่ม SME ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา" นายเผิง หยาง กล่าวว่า จากการที่เรานำเสนอโซลูชัน AI แบบครบวงจร ส่งผลให้ปริมาณธุรกรรมข้ามพรมแดนของ SME บนแพลตฟอร์มของเราโตถึง 50% ทุกปี ซึ่งเร็วกว่าอัตราการเติบโตของการค้าโลกถึง 10 เท่า

"สิ่งนี้ตอกย้ำว่า หากเราเดินมาถูกทาง ทั้งการผลักดันนวัตกรรมและทำให้ธุรกิจรายย่อยเข้าถึง AI ได้ง่ายขึ้น พวกเขาก็พร้อมที่จะเติบโตและประสบความสำเร็จบนเวทีโลก" นายเผิง หยาง เสริม

ปัจจุบัน แอนท์ อินเตอร์เนชันแนล ประมวลผลธุรกรรมกว่า 25 ล้านรายการต่อวัน ครอบคลุมทั้งบริการชำระเงิน บริการบัญชีระดับโลก บริการการเงินแบบฝังตัว (Embedded Finance) และบริการดิจิทัล โดย 95% จากฐานลูกค้ากว่า 150 ล้านรายทั่วโลกคือกลุ่ม SME และเมื่อเดือนกันยายน 2569 บริษัทฯ ได้เปิดตัวโซลูชัน AI แบบครบวงจรที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์และแก้ปัญหาให้ธุรกิจระดับโลกโดยเฉพาะ

3. โซลูชัน AI แบบครบวงจร ขุมพลังขับเคลื่อนโลกาภิวัตน์ยุคใหม่สำหรับ SME

เปิดกว้างการเข้าถึงโมเดล Falcon TST FX เพื่อ SME

• ปกติแล้วการจัดการอัตราแลกเปลี่ยนและบริหารการเงินข้ามพรมแดนมีต้นทุนสูงมากสำหรับ SME แอนท์ อินเตอร์เนชันแนล จึงได้พัฒนาโมเดล AI พยากรณ์อัจฉริยะ 'Falcon TST' ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงสุดระดับโลก (State-of-the-Art) เมื่อวัดด้วยเกณฑ์ MASE โดยมีความแม่นยำสม่ำเสมอกว่า 93% พร้อมทั้งร่วมมือกับธนาคารชั้นนำระดับโลกเพื่อขยายขอบเขตการให้บริการ ปัจจุบัน โมเดลนี้ได้ถูกรวมไว้ในโซลูชัน AI แบบครบวงจร เพื่อเปิดโอกาสให้ SME สามารถเข้าถึงและนำไปใช้จัดการธุรกรรมระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดความเสี่ยงด้านค่าเงินลง 

ทำงานอัตโนมัติด้วยผู้ช่วยอัจฉริยะ (Proprietary agents) WorldFirst Autopilot และ Antom Autopilot

• ภายใต้บริการหลักด้านบัญชีและการชำระเงินระดับโลกอย่าง WorldFirst และ Antom ศักยภาพทางการเงินระดับองค์กรใหญ่ได้ถูกนำมาปรับวิศวกรรมโครงสร้างให้เป็นแอปพลิเคชันที่ใช้งานง่ายสำหรับ SME 

WorldFirst รวบรวมฟังก์ชันการรับเงิน ชำระเงิน อัตราแลกเปลี่ยน และการบริหารเงินทุนไว้ในบัญชีระดับโลกเพียงบัญชีเดียว ช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถบริหารงานระหว่างประเทศ รับเงิน และชำระเงินด้วยความเสี่ยงด้านค่าเงินที่น้อยลง พร้อมเข้าถึงเงินทุนหมุนเวียนด้วยต้นทุนที่ต่ำลง แม้จะไม่มีทีมการเงินเฉพาะก็ตาม โดยมี WorldFirst Autopilot ผู้ช่วย AI สำหรับธุรกิจ คอยอำนวยความสะดวกด้วยการจัดการงานด้านการเงินและเชื่อมต่อธุรกิจเข้ากับบริการของพาร์ทเนอร์ผ่านคำสั่งภาษาทั่วไป

WorldFirst ช่วย SME กว่า 2 ล้านรายบริหารบัญชีข้ามพรมแดน ด้วยยอดธุรกรรมสะสมกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมกว่า 210 ตลาดทั่วโลก เครือข่ายของ WorldFirst ช่วยเชื่อมต่อ SME เข้ากับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซกว่า 130 แห่งและพาร์ทเนอร์ในระบบนิเวศอีก 600 ราย เพื่อช่วยให้นำทางในตลาดต่างประเทศและเติบโตในระดับโลกได้

ในขณะที่ Antom Autopilot ช่วยลดความซับซ้อนของการชำระเงินสำหรับร้านค้า โดยเฉพาะกลุ่ม SME ด้วยการนำ AI เข้ามาช่วยตั้งแต่การเปิดบัญชี การผสานระบบ การวิเคราะห์ การจัดการความเสี่ยง และการกระทบยอดบัญชี คาดการณ์ว่าภายในสิ้นปี 2569 ร้านค้า 95% จะสามารถเปิดบัญชีกับ Antom เสร็จสิ้นภายใน 1 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ SmartDispute ที่ให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ ช่วยเพิ่มโอกาสชนะข้อพิพาทให้ร้านค้าสูงถึง 41.8% (เทียบกับ 24.5% หากไม่ใช้เครื่องมือ) ในขณะที่ AutoDispute ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบจะช่วยร้านค้ากู้คืนมูลค่าความเสียหายจากการถูกดึงเงินกลับ (Chargeback) ได้เฉลี่ย 18% ซึ่งช่วยลดทรัพยากรที่ SME ต้องใช้ในการจัดการข้อพิพาท

Alipay+ หนุน SME เข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลกด้วยโซลูชันการตลาด AI

• สำหรับบริการชำระเงินระดับโลก Alipay+ ซึ่งเป็นเครือข่ายกระเป๋าเงินดิจิทัลระดับโลกของ แอนท์ อินเตอร์เนชันแนล ได้เชื่อมต่อกระเป๋าเงินดิจิทัลกว่า 50 รายการเข้ากับร้านค้ากว่า 150 ล้านแห่งทั่วโลก ซึ่งกว่า 95% คือ SME นอกเหนือจากการชำระเงินข้ามพรมแดนที่ไร้รอยต่อแล้ว ร้านค้าขนาดเล็กยังสามารถเข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลกทั้งทางออนไลน์และหน้าร้านได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผ่านโซลูชันการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของ Alipay+ 

ในย่านการค้าสยามสแควร์ กรุงเทพฯ ประเทศไทย แคมเปญการตลาดของ Alipay+ ที่ผสานการโปรโมตผ่านโซเชียลมีเดียก่อนการเดินทางเข้ากับสื่อโฆษณาหน้าร้าน ช่วยให้ร้านค้าขนาดย่อมมียอดชำระเงินรวม (TPV) เติบโตขึ้น 66% แบบปีต่อปี (YoY) และมียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 115% แบบ YoY ส่วนร้านค้าที่ถนนกายา โคตาคินาบาลู ประเทศมาเลเซีย ช่วยผลักดันยอด TPV ให้เติบโตกว่า 120% และมียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 140%; และสำหรับแบรนด์สกินแคร์ท้องถิ่นในบาหลี อินโดนีเซีย แคมเปญนี้สร้างการเติบโตด้าน TPV ถึง 137% และยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 140%

4. รากฐานความเชื่อมั่นใหม่ สู่การใช้ AI อย่างปลอดภัยผ่านความร่วมมือรัฐ-เอกชน

นายเผิง หยาง เน้นย้ำว่า ภาคธุรกิจ รวมถึง SME ต้องมีความมั่นใจว่า AI จะถูกใช้งานอย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ โดยเฉพาะเมื่อผู้ช่วย AI ต้องเข้ามาจัดการงานด้านการเงินและการดำเนินงาน การสร้างระบบป้องกันที่มีประสิทธิภาพจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือข้ามสายงาน ทั้งอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการเงิน รวมถึงหน่วยงานกำกับดูแลและองค์กรระหว่างประเทศ

"ความเชื่อมั่นคือทุกสิ่งในบริการชำระเงินและบริการทางการเงิน และมันจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นในยุค AI เราต้องทำงานร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศและหน่วยงานกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาโครงสร้างที่เหมาะสม พร้อมสร้างระบบป้องกันที่ช่วยให้ธุรกิจใช้งานผู้ช่วย AI ได้อย่างปลอดภัย ความร่วมมือในภาคเอกชนจะต้องควบคู่ไปกับการกำหนดมาตรฐานกลางและโครงสร้างพื้นฐานที่น่าเชื่อถือโดยองค์กรระหว่างประเทศและหน่วยงานกำกับดูแล" นายเผิง หยาง กล่าว

แอนท์ อินเตอร์เนชันแนล เดินหน้าผลักดันแนวทางนี้ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ในสิงคโปร์ บริษัทฯ ร่วมมือกับองค์การพัฒนาสื่อสารสนเทศ (IMDA) ด้านเทคโนโลยีคุ้มครองความเป็นส่วนตัว และเข้าร่วมโครงการ BuildFin.ai ของธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) เพื่อพัฒนาและขยายโซลูชัน AI ที่มีความรับผิดชอบสำหรับบริการทางการเงิน

บริษัทฯ ยังร่วมมือกับ Visa และ Mastercard เพื่อสร้างความสามารถในการทำงานร่วมกันสำหรับระบบยืนยันตัวตนผู้ช่วย AI หรือ Know Your Agent (KYA) ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในตัวผู้ช่วย AI ที่ดำเนินการแทนผู้บริโภคและธุรกิจ

พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัว Antom AgentSafePay ซึ่งเป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องร้านค้าที่ใช้งานระบบคอมเมิร์ซที่ขับเคลื่อนด้วยผู้ช่วย AI (Agentic commerce) โดยจะช่วยตรวจสอบเจตนาการซื้อแบบเรียลไทม์ และมีการรับประกันกองทุนเพื่อป้องกันความสูญเสียจากการตีความคำสั่งซื้อผิดพลาด การถูกป้อนข้อมูลมุ่งร้ายทางไซเบอร์ (Malicious prompt injection) หรือความเสี่ยงอื่นๆ ภายในระบบผู้ช่วย AI ที่ร้านค้าใช้งาน

นายเผิง หยาง กล่าวว่า เมื่อต้นทุนของ AI ลดลงและ SME เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ทั้งร้านค้ารายย่อยและบุคคลทั่วไปก็จะสามารถใช้งานนวัตกรรมระดับองค์กร เพื่อเปลี่ยนการทำงานให้เป็นอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบ และได้รับประโยชน์จากการปฏิวัติเศรษฐกิจโลกครั้งต่อไปได้อย่างเต็มที่

"เราเชื่อมั่นในอนาคตที่ 'ความปกติใหม่' ของโลกาภิวัตน์จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เมื่อนวัตกรรมมาบรรจบกับความครอบคลุม ทุกคนจะสามารถคว้าโอกาสแห่งความสำเร็จได้ เหมือนที่ธุรกิจขนาดใหญ่เคยทำได้ในอดีต" นายเผิง หยาง กล่าวในที่สุด

งาน WIF ครั้งที่ 9 เป็นเวทีระดับเรือธงของสหประชาชาติสำหรับแวดวงการลงทุนระดับโลก โดยรวมตัวผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน และผู้นำธุรกิจ เพื่อหารือแนวทางผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืน ยืดหยุ่น และครอบคลุม ท่ามกลางบริบทความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว

You can share this post!