ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด และ ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด พา 2 โรงเรียนผู้ชนะการประกวด “โรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ มิซุอิกุ” (Mizuiku Water Model School) ปีที่ 3 ได้แก่ โรงเรียนวัดหนองตะเฆ่ จังหวัดสระบุรี และโรงเรียนวัดเขาไผ่ (เชี่ยววิทยาคุณ) จังหวัดชลบุรี ร่วมกิจกรรมทัศนศึกษา ณ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19-22 ตุลาคมที่ผ่านมา ภายใต้โครงการ “วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ” ประจำปี 2569 (One Suntory Mizuiku Program 2026) โดยแกนนำนักเรียนและคุณครูรวม 34 คน ได้เรียนรู้แนวคิดการอนุรักษ์น้ำจากต้นกำเนิดโครงการมิซุอิกุ พร้อมนำองค์ความรู้และแรงบันดาลใจกลับมาต่อยอดการสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านการดูแลทรัพยากรน้ำในโรงเรียนและชุมชนอย่างยั่งยืน

นางสาววิภาวรรณ ทัศนปรีชาชัย รองประธานบริหารฝ่ายบรรษัทสัมพันธ์ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การประกวด ‘โรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ มิซุอิกุ’ ไม่ได้มุ่งวัดเพียงความรู้ด้านการอนุรักษ์น้ำ แต่ให้ความสำคัญกับการนำองค์ความรู้ไปสู่การลงมือปฏิบัติจริงและการสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนในโรงเรียนและชุมชน เรารู้สึกยินดีที่ทั้งโรงเรียนวัดเขาไผ่ (เชี่ยววิทยาคุณ) และโรงเรียนวัดหนองตะเฆ่ ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ความคิดสร้างสรรค์ และพลังความร่วมมือของนักเรียน คุณครู และชุมชน ในการพัฒนาแนวทางจัดการน้ำที่ตอบโจทย์ปัญหาในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม จนได้รับการคัดเลือกเป็น ‘โรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ มิซุอิกุ’ ประจำปี 2569 ความสำเร็จของทั้งสองโรงเรียนสะท้อนให้เห็นว่าเยาวชนสามารถเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้านทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง เราหวังว่ากิจกรรมทัศนศึกษาครั้งนี้จะช่วยต่อยอดประสบการณ์การเรียนรู้จากต้นกำเนิดของโครงการมิซุอิกุ และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนนำองค์ความรู้กลับมาพัฒนาและขับเคลื่อนการอนุรักษ์น้ำในโรงเรียนและชุมชนของตนเอง เพื่อร่วมส่งต่ออนาคตที่ยั่งยืนให้แก่คนรุ่นต่อไป
สำหรับกิจกรรมทัศนศึกษา ณ ประเทศญี่ปุ่น คณะนักเรียนและคุณครูจากทั้ง 2 โรงเรียนได้เรียนรู้แนวคิดการอนุรักษ์น้ำจากต้นกำเนิดของโครงการมิซุอิกุ ผ่านการเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ซันโทรี่ เวิลด์ โอไดบะ (Suntory World Headquarters in Odaiba) กรุงโตเกียว และเข้าร่วมเวิร์กชอป “มิซุอิกุ” ก่อนลงพื้นที่ศึกษาระบบนิเวศป่าต้นน้ำ การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ และวัฏจักรน้ำตามธรรมชาติผ่านกิจกรรมการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริงภายใต้ Outdoor School of Forest and Water ณ มินามิ แอลป์ (Minami Alps) หนึ่งในเทือกเขาที่มีธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของประเทศญี่ปุ่นซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “UNESCO Eco Park” ในปี 2557 จากความโดดเด่นด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลระหว่างผู้คน ชุมชน และธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชมโรงงานผลิตน้ำดื่มซันโทรี่ ฮากูชู เพื่อเรียนรู้แนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมนำเสนอผลงานด้านการอนุรักษ์น้ำของโรงเรียนและแผนการดำเนินงานในอนาคตต่อผู้บริหารด้านความยั่งยืนของซันโทรี่ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและต่อยอดองค์ความรู้สู่การดำเนินงานด้านการอนุรักษ์น้ำในโรงเรียนและชุมชนของตนเอง

นางมธุวลี สถิตยุทธการ รองประธานบริหารฝ่ายบรรษัทสัมพันธ์ ประเทศไทยและอินโดไชน่า บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า สิ่งที่ทำให้กิจกรรมทัศนศึกษาครั้งนี้พิเศษกว่าการทัศนศึกษาทั่วไป คือการเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้ก้าวออกจากห้องเรียนไปสัมผัสประสบการณ์จริงและเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญของซันโทรี่ในประเทศญี่ปุ่นโดยตรง ตั้งแต่การสำรวจผืนป่าต้นน้ำไปจนถึงการเยี่ยมชมโรงงานผลิตน้ำดื่ม ทำให้เด็ก ๆ ได้เห็นว่าการอนุรักษ์น้ำไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการประหยัดน้ำ แต่ยังเชื่อมโยงกับการรักษาสมดุลของระบบนิเวศและการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อธรรมชาติ และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ คือการที่นักเรียนไทยได้มีโอกาสนำเสนอผลงานและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้บริหารด้านความยั่งยืนของซันโทรี่ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งไม่เพียงช่วยเปิดโลกทัศน์และเสริมสร้างความมั่นใจ แต่ยังทำให้เยาวชนได้ตระหนักว่าความคิดและการลงมือทำของตนเองมีคุณค่าในเวทีระดับนานาชาติ นี่คืออีกหนึ่งความภาคภูมิใจของ One Suntory ในการเปิดประตูแห่งโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เติบโตผ่านประสบการณ์ที่มีคุณค่า สอดคล้องกับค่านิยม ‘Growing for Good’ ที่มุ่งสร้างคุณค่าให้แก่สังคมควบคู่กับการเติบโตขององค์กร
“หนูรู้สึกดีใจที่ได้เป็นตัวแทนเพื่อน ๆ มาเรียนรู้แนวทางการอนุรักษ์น้ำที่ประเทศญี่ปุ่น ได้เห็นความเชื่อมโยงของป่า ดิน น้ำ และสิ่งมีชีวิตที่ช่วยรักษาความสมบูรณ์ของธรรมชาติ รวมถึงได้เรียนรู้จากเวิร์กชอป ‘มิซุอิกุ’ ว่าน้ำที่เราใช้ในชีวิตประจำวันสามารถผ่านกระบวนการบำบัดและหมุนเวียนกลับคืนสู่ธรรมชาติได้ หนูจึงอยากชวนน้อง ๆ ทุกคนให้เห็นคุณค่าของน้ำ โดยเริ่มจากการใช้น้ำอย่างประหยัดและคุ้มค่า เพราะสิ่งเล็ก ๆ ที่เราทำร่วมกันวันนี้ จะช่วยรักษาทรัพยากรไว้ให้คนรุ่นต่อไป” กล่าวโดย เด็กหญิงดาวเรือง แววเพ็ชร ตัวแทนนักเรียนจากโรงเรียนวัดเขาไผ่ (เชี่ยววิทยาคุณ) จังหวัดชลบุรี
ด้าน นายพันธกานต์ ขวัญใจ ตัวแทนคุณครูจากโรงเรียนวัดหนองตะเฆ่ จังหวัดสระบุรี กล่าวปิดท้ายว่า การเดินทางครั้งนี้สร้างความประทับใจให้กับทั้งคุณครูและนักเรียน โดยเฉพาะการเรียนรู้ที่โรงงานผลิตน้ำดื่ม ซันโทรี่ ฮากูชู ซึ่งทำให้นักเรียนเห็นอย่างชัดเจนว่าการอนุรักษ์น้ำให้ยั่งยืนจำเป็นต้องดูแลธรรมชาติทั้งระบบไปพร้อม ๆ กัน โดยเราตั้งใจจะนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปบูรณาการกับโครงการอนุรักษ์น้ำของโรงเรียน เพื่อถ่ายทอดความรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์น้ำและธรรมชาติ พร้อมส่งเสริมบทบาทของครูในการเป็นผู้สร้างโอกาสการเรียนรู้ เปิดรับความคิดเห็น และทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงสภาพแวดล้อมในโรงเรียนและชุมชนอย่างยั่งยืน

การเดินทางของโครงการ “วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ” ในปีที่ 3 ได้ปิดฉากลงอย่างน่าภาคภูมิใจ พร้อมสร้างเครือข่ายเยาวชนและสถานศึกษาที่ร่วมขับเคลื่อนการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา โครงการได้สร้างโอกาสการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมแก่ครูและนักเรียนกว่า 29,300 คน จาก 90 โรงเรียนทั่วประเทศ สะท้อนพลังความร่วมมือของซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) และซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) ในการปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์น้ำให้แก่เยาวชนไทย พร้อมส่งต่อองค์ความรู้ แรงบันดาลใจ และเครือข่ายผู้พิทักษ์รักน้ำรุ่นใหม่ ที่จะร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมต่อไปในอนาคต