เทรนด์รักสุขภาพกำลังเป็นกระแสมาแรงอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะ Hybrid Fitness Race หรือการแข่งขันกีฬาฟิตเนสลูกผสมที่นำเอาการ Cardio มาผสมผสานกับการออกกำลังกายแบบ Strength และ Functional ซึ่งปัจจุบันมีการแข่งขันประเภทนี้หลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น HYROX และ DEKA FIT ที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย และเป็นส่วนขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้การออกกำลังกายแบบ Hybrid Training กลายเป็นคำตอบของคนออกกำลังกายยุคใหม่ที่ต้องการก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ และพัฒนาความแข็งแกร่งให้ร่างกายมีความพร้อมในทุกมิติ

จากเทรนด์รักสุขภาพสู่ “New Luxury” ของคนรุ่นใหม่
คุณพาขวัญ สุพานิชรัตนา National Health and Fitness Manager บริษัท อีโวลูชั่น เวลล์เนสส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การมีสุขภาพดีและร่างกายที่แข็งแรงกำลังกลายเป็น New Luxury ของคนยุคใหม่ ทำให้ Hybrid Fitness Race หรือการแข่งขันที่ผสมผสานการออกกำลังกายหลายรูปแบบไว้ในสนามเดียวกันได้รับความนิยมเป็นวงกว้าง เพราะตอบโจทย์ผู้คนในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการมองหาประสบการณ์ใหม่ทั้งในและนอกฟิตเนส ความท้าทายและการพิสูจน์ศักยภาพของตัวเอง รวมทั้งยังสะท้อนความเป็นตัวตนและคอมมูนิตี้ของคนที่มีความสนใจร่วมกัน
ชวนรู้จัก Hybrid Fitness Race
Hybrid Fitness Race คือการแข่งขันที่ผสมผสานการออกกำลังกายหลายรูปแบบไว้ในสนามเดียว โดยนำการฝึกด้าน Cardio และ Endurance มาสลับหรือทำร่วมกับ Strength และ Functional Movement เพื่อทดสอบสมรรถภาพร่างกายอย่างรอบด้าน ทั้งความแข็งแรง ความอึด ความเร็ว และความสามารถในการเคลื่อนไหวอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้ความเหนื่อยล้า รูปแบบ ระยะทาง และประเภทของสถานีจะแตกต่างกันตามแต่ละรายการแข่งขัน โดยมีทั้งการแข่งขันแบบบุคคล คู่ และทีม
ตัวอย่างการแข่งขัน Hybrid Fitness Race ที่จัดในประเทศไทย เช่น HYROX ที่กำหนดให้ผู้เข้าแข่งขันวิ่ง 1 กิโลเมตรสลับกับ Functional Workout รวม 8 Stations ส่วน DEKA FIT ประกอบด้วย 10 Fitness Zones สลับกับการวิ่งครั้งละ 500 เมตร รวมระยะทาง 5 กิโลเมตร แต่ละรายการจึงมีโจทย์และระดับความท้าทายแตกต่างกัน

ฟิตเนส เฟิรส์ท เปิดแนวทางฝึก Hybrid Fitness Race พร้อมลุยทุกสนาม
สำหรับการเตรียมร่างกายให้ตรงกับโจทย์ของ Hybrid Fitness Race คือ ควรฝึก Strength ควบคู่กับ Cardio เพื่อพัฒนาสมรรถภาพอย่างรอบด้าน โดยการฝึก Cardio จะช่วยให้ร่างกายออกแรงได้ต่อเนื่องและฟื้นตัวระหว่างสถานีได้ดีขึ้น ส่วน Strength เพิ่มความแข็งแรง พลัง และความทนทานของกล้ามเนื้อ โดยจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน PubMed ปี 2026 พบว่า ผู้เข้าร่วมกว่า 1,492 คนที่ออกกำลังกายแบบ Concurrent Training หรือการฝึก Strength และ Endurance ควบคู่กัน ได้ผลลัพธ์ทั้งด้านความแข็งแรง พลัง และการเพิ่มขนาดกล้ามเนื้อ พร้อมกับเพิ่มสมรรถภาพด้านแอโรบิกด้วย
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับปริมาณ ความหนัก ตารางฝึก และระดับของผู้ฝึก โดยนักกีฬาระดับสูงอาจต้องวางโปรแกรมละเอียดกว่าผู้ออกกำลังกายทั่วไป ฟิตเนส เฟิรส์ท จึงเดินหน้าพัฒนาคลาสและยกระดับประสบการณ์ทั้งจากเทรนเนอร์ผู้เชี่ยวชาญและบรรยากาศภายในฟิตเนส ให้รองรับและส่งเสริมเทรนด์การออกกำลังสู่ยุคใหม่ที่เน้น Hybrid Training ผ่าน HOUSE OF HIIT ที่มัดรวมคลาสให้เลือกหลากหลายตามสไตล์การฝึกและเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็น
• X-FORCE คลาส Strength Training ที่มุ่งพัฒนา Muscle Strength, Endurance และทักษะเชิงกีฬา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างพื้นฐานเพื่อต่อยอดสู่การแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น HYROX หรือการแข่งขันอื่นๆ อีกด้วย
• HIIT X คลาส Functional Circuit Training ที่ผสานการฝึกตามรูปแบบคลาส โดยเลือกได้ทั้ง HIIT X Power, HIIT X Hybrid หรือ HIIT X Strength โดย HIIT X Strength เป็นคลาสที่มุ่งเน้นการฝึกด้าน Resistance Training ด้วยอุปกรณ์ Freestyle และ Body Weight ช่วยเสริมความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาจำกัดแต่ต้องการฝึก Strength อย่างมีประสิทธิภาพ
• HYROX คลาสที่ผสานรากฐานการฝึกมาจากการแข่งขัน HYROX ทั้ง Running, Strength และ Functional Training พร้อมฝึกใช้อุปกรณ์ SkiErg และ Rower มีโปรแกรมให้เลือกตามเป้าหมาย ตั้งแต่ HYROX Foundation เพื่อสร้างพื้นฐาน ไปจนถึง HYROX Complete ที่รวมการฝึกครบทุกด้าน เพื่อเตรียมพร้อมสู่สนามแข่งขัน

สำหรับผู้ที่อยากเปลี่ยนการฝึกให้กลายเป็นเป้าหมายที่จับต้องได้ เตรียมพบกับ Fitness First X HYROX365 Challenge สนามที่จะเปิดโอกาสให้สายฟิตได้ทดสอบทั้งความแข็งแรง ความอึด และศักยภาพของตัวเองในบรรยากาศการแข่งขันจริง พร้อมเลือกรับความท้าทายได้ทั้งประเภท Singles, Doubles และ Triples โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 เวลา 09.00 – 20.20 น. ณ centralwOrld LIVE ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เปิดจำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ทาง eventpop.me
ฟิตเนส เฟิรส์ท ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำเทรนด์สุขภาพและฟิตเนสที่ไม่เคยหยุดนิ่ง พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ ผ่านการนำนวัตกรรม ผู้เชี่ยวชาญ และคัดสรรสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุด เพื่อให้สมาชิกค้นพบศักยภาพสูงสุดของตนเองได้อย่างยั่งยืน ผู้ที่สนใจเริ่มต้นดูแลสุขภาพสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง https://www.fitnessfirst.com/th/th/pr หรือ Fitness Helpline : 02-118-6665 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของ Fitness First ผ่านทาง Facebook: Fitness First Thailand, Instagram: fitnessfirstthailand และ TikTok: FitnessFirstThailand